|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
อุณหภูมิการแข่งขันของตลาดนมพร้อมดื่มมูลค่า 26,100 ล้านบาท ที่คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโต ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 13% เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทุกเวลา โดยสภาพการแข่งขันนมทั้งระบบในทุกเซกเมนต์ เป็นการเชือดเฉือนกันระหว่างยักษ์ใหญ่ในวงการนมพร้อมดื่ม ซึ่งแต่ละค่ายที่ยึดครองความเป็นผู้นำส่วนแบ่งตลาดนมพร้อมดื่มในเซกเมนท์ ต่างออกมาเคลื่อนไหวเพื่อโฟกัสเก็บเกี่ยวมาร์เก็ตแชร์ สั่นคลอนบัลลังก์ของคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวคราว ความเคลื่อนไหวที่นมตรามะลิ ร่วมผนึกกำลังกับคัมพินา ค่ายนมยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ เพื่อรุกตลาดนมพร้อมดื่มในไทย พร้อมกับวางวางแผน 5 ปี เบียดโฟร์โมสต์ ขึ้นผู้นำตลาดนั้น ทำให้ โฟร์โมสต์ ผู้นำตลาดนมพร้อมดื่มยูเอชที จึงต้องออกมาโหมกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อปกป้องส่วนแบ่งตลาดและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างทันควัน
ขณะเดียวกัน เมื่อโฟร์โมสต์ ต้องการครอบครองมาร์เก็ตแชร์นมพร้อมดื่ม และรักษาความเป็นผู้นำตลาดนมพร้อมดื่มที่มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 50% ที่ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา คือราว 13% ขณะเดียวกันครองอันดับหนึ่งในตลาดนมยูเอชที่มีสัดส่วน 80% ของตลาดรวม
นอกจากนั้น ยังมีภาระที่ต้องรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดนมพร้อมดื่ม รวมทั้งการมีอัมเบลล่าแบรนด์ ภายใต้แบรนด์โฟร์โมสต์ที่หลากหลาย อีกทั้งสายผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมนมพร้อมดื่มทุกเซกเมนต์อาทิเช่น การรุกตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่มยูเอชทีโยโมสต์ หรือการเปิดเกมรุกนมแอนลีน โดยให้ความสำคัญกับการทำตลาดนมแคลซีเม็กซ์ สูตรแคลเซียมสูงไขมันต่ำ 0% นอกจากนั้นยังเป็นขยายฐานกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคอายุ 20-30 ปี จากเดิมที่เน้นจับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-20 ปี
สำหรับปีนี้โฟร์โมสต์ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ที่มีการทุ่มงบ 10 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วที่ใช้ 6 ล้านบาท ภายใต้แคมเปญ “โฟร์โมสต์ ไทยแลนด์ คัพ 2006” ซึ่งจัดขึ้นอย่างเนื่องเป็นปีที่สอง เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเด็กมัธยมต้นดื่มนมในปริมาณที่มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความภักดีให้กับตราสินค้าประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลักที่สอดคล้องคล้องกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มเป้าหมายคือ
การชิงแชมป์ฟุตบอลพลาสติก เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ชายและเข้ากับกระแสฟุตบอลโลก กิจกรรม โฟร์โมสต์ เชียร์ลีดเดอร์ คอนเทสต์ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง ส่วนกิจกรรมสุดท้ายคือ “รณรงค์เพิ่มความถี่ในการดื่มนมจาก 2 แก้วต่อวันเป็น 3 แก้วต่อวัน” ซึ่งเป็นโครงการระดับภูมิภาคทั่วเซาท์อีสเอเชีย นำร่องที่ประเทศไทย เพื่อตอกย้ำทิศทางและตำแหน่งผู้นำตลาดของโฟร์โมสต์ภายใต้แนวคิด Nutrition for Vitality
เนื่องจากพบว่าคนไทยส่วนใหญ่จะดื่มนมเพียง 2 แก้วต่อวัน คือ ในช่วงตอนเช้าและก่อนเข้านอน โดยมีกลุ่มจำนวนน้อยที่ดื่มนม 3 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 10 ลิตรต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับคนสิงคโปร์มีปริมาณการดื่มมากกว่า 4 เท่า ขณะที่ยุโรป 100 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งมองแล้วตลาดนมในไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก
นอกจากเพิ่มความถี่ในการดื่มนมแล้ว ยังรวมถึงการให้ความรู้ความเข้าใจคุณค่าของนม ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆให้ประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มนมของกลุ่มเด็กเล็กถึงอายุ 20 ปี ที่ส่วนใหญ่จะดื่มนมเพื่อการเจริญเติบโต แต่พอหลังจาก 20 ปีแล้วจะลดปริมาณการดื่มนมแล้วหันไปดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่นๆเพิ่มขึ้น
เอียน เกียร์ริ่ง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟรีสแลนด์ ฟู้ดส์ โฟร์โมสต์ (ประเทศไทย) กล่าววว่า “ผลประกอบการโฟร์โมสต์ปีนี้ตั้งเป้ามีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 18% โดยการเติบโตหลักๆมาจากผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 50%ในตลาดนมยูเอชที และขึ้นที่สองในตลาดนมพาสเจอไรซ์ รองจากเมจิ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 30% ”
ค่ายยักษ์ ร่วมสร้างตลาดนม
การสร้างค่านิยมในการบริโภคนม หรือกลยุทธ์สร้างตลาดด้วยแคมเปญการรณรงค์ดื่มนมนั้น ถือว่าเป็นวิธีการทำตลาดยอดฮิตที่ผู้เล่นในตลาดทุกค่ายให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ภาครัฐออกโครงการรณรงค์กระตุ้นให้คนไทยดื่มนมเมื่อปี 2538 แต่ไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ตลาดนมพร้อมดื่มในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่ไม่สูงมาก ประมาณ 3-4% ส่วนตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่มหดตัวลง
สถานการณ์ดังกล่าว เปรียบเสมือนชิ้นเค้กที่มีปริมาณเท่าเดิม แต่มีตัวหารที่เข้ามาแบ่งกันส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น จากหน้าใหม่ที่เข้ามาทำตลาด และการแบ่งซอยเซกเมนต์ใหม่ๆให้เกิดขึ้น
ดังนั้น การที่ทุกค่ายให้ความสำคัญแคมเปญการรณรงค์ดื่มนมนั้น จะสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้อย่างเหนียวแน่น และการเข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียนทั่วประเทศยังเป็นการสร้างแบรนด์กับฐานลูกค้ากลุ่มเด็กอีกด้วย
ทว่า ไม่เพียงแต่ โฟร์โมสต์ที่ออกมาทำแคมเปญการรณรงค์ให้คนบริโภคนมกันมากขึ้น เห็นได้ว่าที่ผ่านมาผู้นำตลาดนมพร้อมดื่มทุกเซกเมนต์ ไล่เลียงตั้งดัชมิลล์ เจ้าตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม ก็มีการจัดโครงการรณรงค์ดื่มนม ภายใต้กิจกรรมแคมเปญไอ เลิฟ โยเกิร์ต (I love yoghurt ) นำเสนอผ่านโฆษณาให้มีการดื่มนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตกันทุกมื้ออาหาร รณรงค์ให้ผู้บริโภคคนไทยเข้าใจรับรู้คุณค่าและประโยชน์ของนมและโยเกิร์ต เพื่อเป็นการกระตุ้นคนดื่มนมเพิ่มขึ้น
โฟร์โมสต์ เปิดศึกรอบด้าน
ตลาดรวมของนมพร้อมดื่มที่มีการขยายตัวไม่มาก ทำให้การแข่งขันในวันนี้ ทุกค่ายก็ต่างจ้องมองส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่งตาเป็นมัน ทุกค่ายมีการศึกษาวิจัยความต้องการผู้บริโภค มองหาช่องว่างของตลาด จุดอ่อนของคู่แข่ง โดยใช้กลยุทธ์สร้างความหลายหลายของสินค้าทั้งแนวลึก ขนาดผลิตภัณฑ์ รสชาติ รวมถึงแนวกว้าง เพราะสามารถผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการและเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่ม ให้ได้ทุกระดับอายุอย่างชัดเจน อีกทั้งการสร้างยอดขายได้สูงขึ้น
ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2546 โฟร์โมสต์ได้มีการรีแบรนด์ปรับทิศทางการตลาดครั้งใหญ่ ด้วยการวางตำแหน่งภายใต้ แนวคิด Nutrition for Vitality ที่ย้ำว่าโฟร์โมสต์เป็นผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณค่าโภชนาการเพื่อความสดใส แข็งแรง มีชีวิตชีวา เพื่อให้ครอบครัวสมัยใหม่ โดยใช้แคมเปญโฆษณา Get ready for life! โฟร์โมสต์ ที่เริ่มทยอยปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ของผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านรสชาติใหม่ อีกทั้งการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ดูสดใสมากขึ้น เพื่อต้องการขยายฐานลูกค้า
โดยเน้นไปที่กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่มากขึ้นหลังจากที่ในอดีตมุ่งทำตลาดในกลุ่มวัยรุ่น ภายใต้แนวทางกิจกรรมให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับสินค้าโดยการตลาดแบบบูรณาการหรือการใช้สื่ออย่างครบวงจร 360 องศา ทั้งการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการดื่มนม
นอกจากนั้น โฟร์โมสต์ยังเข้าไปตีตลาดของ ดัชมิลล์ โดยเข้าไปทำตลาดนมพาสเจอไรซ์ กลุ่มนมเปรี้ยวไขมันต่ำประเภทที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส ภายใต้แบรนด์ โฟร์โมสต์ โอเมก 3 ซึ่งเป็นสินค้ายุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญที่จะเข้าไปสัพพะยุทธ์ในกลุ่มนมพาสเจอร์ไรซ์ ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของอายุสินค้าที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน
ในจุดนี้ โฟร์โมสต์ ได้ปิดจุดอ่อน สร้างความแข็งแกร่งด้านการกระจายสินค้าให้เข้าถึงลูกค้า จัดทีมสาวขายตรงโฟรโมสต์ 800 ราย ทั่วประเทศ
ที่สำคัญการเพิ่มจุดแข็งด้านศูนย์จำหน่ายของโฟรโมสต์ ยังถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมกับการออกสินค้าสำหรับ การขยายอาณาจักรเข้าไปในนมตระกูลนมถั่วเหลือง ซึ่งมีไวตามิลค์ เป็นผู้นำตลาด โดยเมื่อเร็วๆนี้โฟร์โมสต์ได้ส่ง "โฟร์โมสต์ ไฮไฟว์" เพื่อทำตลาดนมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม ที่เน้นจับกลุ่มเป้าหมายคนวัยทำงาน หรืออายุระหว่าง 20-30 ปี และมุ่งเจาะกลุ่มยูเอชที และพาสเจอไรซ์เป็นรายแรกในตลาด
|
|
 |
|
|