|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"บลจ.ไอเอ็นจี"สานต่อพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ จับเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ 2 โครงการหรูในเขตภาคตะวันออก-กทม. และหอพักนักศึกษาพื้นที่ต่างจังหวัด จัดตั้งกองทุนใหม่อีก 3 กองในปีนี้ มูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท พร้อมปัดฝุ่นกองหอพัก ม.มหาสารคามใหม่อีกรอบ เล็งขนสินทรัพย์เข้าโครงการเพิ่ม "มาริษ"เตรียมยื่นหนังสือถึง ก.ล.ต. ขอแก้เกณฑ์จัดตั้งกองทุนอสังหาฯบางข้อ หวังช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องอย่างถาวร
นายมาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) อีกจำนวน 3 กองทุน โดยแบ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์จำนวน 2 กองทุน และกองทุนที่ลงทุนในหอพักนักศึกษาอีก 1 กองทุน นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างทบทวนการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หอพักนักศึกษาที่จังหวัดมหาสารคามด้วย หลังจากไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้ในครั้งแรก
สำหรับกองทุนที่ลงทุนในเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ทั้ง 2 กองนั้น กองแรกจะลงทุนในเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ในเขตอีสเทิร์นซีบอร์ด (เขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก) โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท และให้ผลตอบแทนประมาณ 8-9% ส่วนเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์อีกกองนั้น มีมูลค่าโครงการประมาณ 800-900 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานคร และคาดการณ์ผลตอบแทนกองทุนประมาณ 9-10%
กองทุนที่ลงทุนในเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ในพื้นที่ภาคตะวันออก เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี เนื่องจากที่ตั้งของโครงการอยู่ติดทะเล ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก และเป็นสินทรัพย์ที่ ตั้งอยู่บนที่ดินของเจ้าของโครงการเอง (ฟรีโฮลด์) อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับสนามบินสุวรรณภูมิที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้อีกด้วย
"ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าของโครงการ ซึ่งหากได้ข้อสรุปชัดเจนแล้วก็จะยื่นเสนอจัดตั้งกองทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยคาดว่าทั้ง 2 กองทุนจะสามารถจัดตั้งและเปิดขายหน่วยลงทุนได้ภายในไตรมาส 2 ของ ปีนี้" นายมาริษกล่าว
ส่วนกองทุนหอพักนักศึกษานั้น จะลงทุนในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดเช่นกันซึ่งที่ตั้งของโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าโครงการประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท ในขณะที่ ผลตอบแทนของกองทุนคาดการณ์ว่าจะสูงกว่า 10% ขึ้นไป ซึ่งกองทุนดังกล่าวคาดว่าน่าจะสามารถจัดตั้งกองทุนได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้เช่นกัน
สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หอพักนักศึกษาที่จังหวัดมหาสารคาม ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวน (รีวิว) เพื่อจัดตั้งเป็น กองทุนใหม่อีกครั้ง โดยอยู่ระหว่างการกำหนดรูปแบบของกองทุน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะนำสินทรัพย์หรือหอพักนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ เข้ามารวมอยู่ในกองทุนดังกล่าว ด้วย เพื่อให้กองทุนมีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการได้ตามรูปแบบที่วางไว้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะจัดตั้งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์อีกกอง
อย่างไรก็ตามจากการระดมทุนในครั้งแรก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หอพักนักศึกษาจังหวัดมหาสารคามในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่มียอดจองซื้อหน่วยลงทุนเข้ามากว่า 600 ราย ในขณะที่นักลงทุนสถาบันเข้ามาค่อนข้างน้อย จากความไม่มั่นใจในเรื่องของการขายคืนสินทรัพย์ จึงไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้
นายมาริษ กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์บางข้อในการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของกองทุน
สำหรับบลจ.ไอเอ็นจี ปัจจุบันมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการทั้งหมด 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทคอน (TFUND) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยอินดัสเตรียล 1 (TIF1) โดยทั้งสองกองทุนเป็นกองทุนประเภทโรงงานอุตสาหกรรม และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บ้านแสนสิริ (SIRIPF) ที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทบ้านเช่า
|
|
 |
|
|