|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ยักษ์ใหญ่วงการน้ำเมา “ไทยเบฟฯ-บุญรอด” ปั้นไลท์เบียร์เปิดศึกตลาดรับลมร้อน ช้างอัด 500 ล้านบาท อัพเกรดแบรนด์ใหม่ หลังเตรียมส่งช้างไลท์ดีกรี 4.2 % ชูราคาเทียบเซกเมนต์สแตนดาร์ดชนสิงห์ไลท์ ด้านบุญรอดฯเปลี่ยนชื่อบริษัทบุญรอดเทรดดิ้ง เป็น สิงห์คอร์ปอเรชั่น สร้างอาณาจักรเครื่องดื่มครบวงจร ส่วนบุญรอดกรุ๊ปดูแลธุรกิจใหม่ๆ โรงแรม สนามกอล์ฟ
นายอวยชัย ตันทโอภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ช้าง เบียร์อาชา เปิดเผยว่า งบการตลาดเบียร์ช้างปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านบาท จากเดิมที่ใช้ปีละ 300-400 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อใช้ทำตลาดเบียร์ช้างไลท์ ดีกรีแอลกอฮอล์ 4.2% ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวลงสู่ตลาดในเดือนมีนาคม โดยเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกันกับ ที่สิงห์ ไลท์ กำลังวางจำหน่าย โดยจะเริ่มบรรจุขวดในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้อย่างเป็นทางการ ก่อนที่นำออกไปวางจำหน่ายตามร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย 150 แห่งในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่จากจำนวนร้านค้ามากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ
สำหรับกิจกรรมการตลาดบริษัทฯจะใช้กลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง เป็นหลัก เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ โดยเลือกใช้กีฬากอล์ฟ ขณะที่เบียร์ช้างจะใช้กีฬาฟุตบอลเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์และแสดงถึงบุคลิกของตราสินค้าได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เพราะกลุ่มเป้าหมายช้างไลท์ อายุ 21-30ปี ห่วงใยสุขภาพและพร้อมที่จ่ายแพงขึ้น ดังนั้นระดับราคาช้างไลท์ จะเท่ากับเบียร์สิงห์ตกขวดละ 45 บาท ซึ่งอยู่ในเซกเมนต์เบียร์สแตนดาร์ด
แผนขยายตลาดส่งออกช่วงปลายปีนี้ที่ผ่านมาได้ส่งเบียร์ช้างไปในสหรัฐอเมริกาหลังจากที่ทำตลาดในเอเซียและยุโรปจำนวน 18 ประเทศ ซึ่งในอนาคตอาจจะนำเบียร์ช้างไลท์ออกไป จำหน่าย แต่ปัจจุบันใช้เบียร์ช้าง 5 ดีกรี ออกไปจำหน่ายทั่วโลก โดยวางตำแหน่งว่าเป็นเบียร์ในระดับพรีเมียมภายใต้คอนเซปต์เดียวกับประเทศอังกฤษ เพื่อเข้าไปในร้านอาหารไทย
สำหรับแนวโน้มของตลาดไลท์เบียร์น่าจะมีทิศทางที่ดี และไม่ได้เป็นแค่สินค้าแฟชั่นเหมือนกับเครื่องดื่มอาร์ทีดี เพราะมีคู่แข่งหลายรายโดดเข้าแข่งขันกันทำตลาดไลท์เบียร์ ซึ่งหากผู้บริโภคถูกใจในรสชาติของไลท์เบียร์ จะทำให้ตลาดเบียร์มีสีสัน คักคักขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ปริมาณไลท์เบียร์จะมีปริมาณถึง 60-80 ล้านลิตร จากตลาด เบียร์รวมที่มีปริมาณ1,715 ล้านลิตร
“การเปิดตัวเบียร์ช้างไลท์สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดไลท์เบียร์ในต่างประเทศโดยเฉพาะ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีสัดส่วนของไลท์เบียร์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเบียร์ บัดไวเซอร์ ไลท์ ที่มีอัตราการเติบโตสูง มากกว่าบัดไวเซอร์ธรรมดา ซึ่งกระแสดังกล่าวขยายมาที่ประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทยในที่สุด”
สำหรับปีนี้เบียร์ช้างตั้งเป้าเติบโต 5-6% โดยยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 66% ในตลาดอีโคโนมี่ และ 60% ในตลาดเบียร์ที่มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 1,715 ล้านลิตร ที่มีอัตราการเติบโต 5%ในปีนี้คาดว่าปีนี้เบียร์ช้างจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 70% จาก 66%
สิงห์เล็งสร้างอาณาจักรเครื่องดื่ม
นายปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์สิงห์ ลีโอ เปิดเผยว่า บริษัทฯได้จ้างให้อินเตอร์แบรนด์ศึกษาชื่อบุญรอด กับ สิงห์ พบว่า ชื่อสิงห์ เป็นที่รู้จักและสามารถช่วยเกื้อกูลผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ขององค์กร จึงเปลี่ยนชื่อจาก บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัดที่ดูแลผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งที่เป็นแอลกออฮอล์ และนันแอลกอฮอล์ มาเป็นสิงห์ คอร์ปอเรชั่น แทนเพื่อความชัดเจนและป้องกันความสับสน เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มครบวงจรทุกประเภท และอนาคตคนต่างประเทศได้รู้จักเครื่องดื่มสิงห์ว่างเป็นแบรนด์สินค้าที่มาจากประเทศไทยเหมือนกับที่รู้จักกระทิงแดง ส่วนบริษัทบุญรอดกรุ๊ป จะดูแลธุรกิจอื่นๆนอกเหนือจากกลุ่มเครื่องดื่ม เช่น ธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ ในลักษณะของการขยายธุรกิจใหม่
ล่าสุดบริษัทฯได้เตรียมเปิดตัวเบียร์ใหม่ “สิงห์ ไลท์” ลงสู่ตลาดในเดือนเมษายนนี้ โดยสิงห์ไลท์ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้มาตรฐานเบียร์ระดับสากลมีดีกรีแอลกอฮอล์ 3.2-4.2% เนื่องจากบริษัทฯได้วางเป้าหมายนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรุกตลาดต่างประเทศในทุกช่องทาง ส่วนสิงห์ออรินัลเจาะร้านอาหารเช่นเดิม การปั้นสิงห์ไลท์เพื่อขจัดปัญหาการทำตลาดต่างประเทศ หลังจากสิงห์ออริจินัลติดปัญหาการมีดีกรีแอลกอฮอล์กว่า 5.6-5.8% ทำให้ไม่ได้จัดอยู่ในเซกเมนต์เบียร์แต่อยู่ในเซกเมนต์มอลล์ริกเคอร์แทน จึงไม่สามารถขยายช่องทางจำหน่ายอื่นๆนอกเหนือจากร้านอาหารเพียงช่องทางเดียว
สำหรับสิงห์ไลท์จะเริ่มเจาะตลาดต่างประเทศในกลางปีนี้ ในเบื้องต้นได้เตรียมเปิดตัวสินค้าทดลองตลาด 4 เมือง ใน 3 ทวีป ได้แก่ ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ แอลเอ ลาสเวกัส นิวยอร์ก และในไทย ทั้งนี้เหตุผลที่บริษัทฯเข้าสู่ตลาดนิชมาร์เก็ต ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไลท์เบียร์เป็นเทรนด์ของทั่วโลกที่กำลังมาแรง สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทยที่เริ่มดื่มเบียร์รสชาตินุ่มมากขึ้น สังเกตุได้จากการเติบโตของเบียร์ลีโอซึ่งมีรสชาตินุ่ม อย่างไรก็ตามการออกสิงห์ไลท์เพื่อแข่งขันกับบัดไวเซอร์และมิลเลอร์ ไลท์ ในตลาดอินเตอร์ได้ โดยขณะนี้บริษัทฯได้พัฒนาสิงห์ไลท์เสร็จ 90%
“ตลาดไลท์เบียร์ขณะนี้ในญี่ปุ่นมาแรงมาก และเชื่อว่าในไทยก็น่าจะเป็นเทรนด์เดียวกัน สำหรับเหตุผลที่ทำให้ไลท์เบียร์เป็นตลาดนิชมาร์เก็ตมีโอกาสขยายตัวสูงในไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมีรสชาตินุ่ม ดีกรีอ่อน ทำให้สามารถดื่มระหว่างวันได้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทยในเมืองที่ออกสังคมหรือพบปะสังสรรค์ช่วงกลางวัน เทรนด์ดังกล่าวที่กำลังมาจะสร้างการแข่งขันไลท์เบียร์ในไทยให้มีการแข่งขันรุนแรง จากการเคลื่อนไหวของสอง ค่ายเบียร์ที่เปิดตัวช้างไลท์ และซานมิก ไลท์”
ล่าสุดได้ทุ่มงบ 150 ล้านบาท เปิดตัว “สิงห์ไลท์” นำร่องด้วยงบ 50 ล้านบาท สร้างภาพลักษณ์และสร้างตราสินค้าสิงห์ในตลาดต่างประเทศ ส่งแคมเปญ Singha Light The North Pole Challenge” ค้นหาคนไทย 4 คนเดินทางไปขั้วโลกเหนือพร้อมปักธงไทย ที่จุดสูงสุดของขั้วโลกเหนือ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2548 ทั้ง 4 ภาค ทั้งนี้คาดว่าคนจะแห่สมัครเกิดเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,000 คน เป็น 2,500 คน
นายปิติ กล่าวว่า สิงห์ไลท์มีบุคลิกที่แตกต่างจากสิงห์ออรินัล คือ เจาะกลุ่มเป้าหมายหนุ่มกว่า ผู้ที่ชอบความท้าท้าย รู้จักใช้ชีวิต กล้าคิดกล้าทำ มีไลฟ์สไตล์โมเดิร์น ส่วนสิงห์ออริจินัลเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ซึ่งการเปิดตัวสิงห์ไลท์จะทำให้บุญรอดฯขยายฐานกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุน้อยและมีความทันสมัย ส่วนราคาสิงห์ไลท์ขณะนี้บริษัทกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเท่ากับสิงห์ออริจินัลหรือสูงกว่า แต่ราคาต่ำกว่าคงจะเป็นไปได้น้อย เนื่องจากเกรงจะโดนเหมือนสิงห์ 70 ที่กรมสรรพสามิตเก็บภาษีเท่ากับสิงห์ออริจินัล
|
|
 |
|
|