Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน22 กุมภาพันธ์ 2549
เว้นค่าต๋งบีอีอุ้มแบงก์สำลักเงินฝาก             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
Banking and Finance




แบงก์ชาติเตรียมยกเว้นเงินสมทบ 0.4% เข้ากองทุนฟื้นฟูฯ ให้สถาบันการเงินที่ออกตั๋วบีอี หวังดูดสภาพคล่องส่วนเกิน เปิดทางแบงก์ขึ้นดอกเบี้ย-สกัดเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย หม่อมอุ๋ยหวังเห็นแบงก์พาณิชย์พร้อมใจออกตั๋วภายในเดือนหน้า บิ๊กกสิกรไทยคาดแบงก์ชาติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% อีก 2 ครั้ง ภายในครึ่งปีแรก

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้อนุญาตให้สถาบันการเงินออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น (บี/อี) โดยไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟู 0.4% เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์น่าจะเป็นทางเลือกในการบริหารสภาพคล่องและยังเป็นทางเลือกให้กับคนฝากเงิน

ทั้งนี้ ปัจจุบันสภาพคล่องส่วนเกินในระบบธนาคารมีมากกว่า 3 แสนล้านบาท ดังนั้นธนาคารพาณิชย์น่าจะให้ความสนใจ โดยเฉพาะการยกเว้นการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟู ทำให้ต้นทุนต่ำลง อย่างไรก็ตาม ธปท.จะไม่มีการบังคับ

"คาดว่า ภายในมี.ค.นี้ ธนาคารพาณิชย์จะสามารถออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รับฝากเงินรูปแบบใหม่ได้"

ผู้ว่าฯ ธปท.กล่าวว่า เนื่องจากไม่ต้องส่งเงินสมทบให้กองทุน รัฐบาลจะไม่ค้ำประกันหรือคุ้มครองเหมือนเงินฝากทั่วไป อัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนตั๋วบี/อี จึงสูงกว่าเงินฝากประเภทออมทรัพย์และเงินฝากประจำบางประเภท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาสถาบันการเงินที่นิยมออกตัวบี/อี คือบริษัทเงินทุน (บง.) ส่วนธนาคารพาณิชย์ใช้วิธีระดมเงินฝาก เนื่องจากมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ การยกเว้นการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟูครั้งนี้ นอกจากเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องในระบบแล้ว อาจลดความกดดันในการการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นเพื่อสกัดอัตราเงินเฟ้อของ ธปท. นอกจากนี้ปัจจุบันเงินทุนต่างประเทศยังคงไหลเข้า หากไม่เปิดทางให้สถาบันการเงินมีทางเลือกมากว่านี้ นโยบายทางการเงินอาจประสบปัญหา เชื่อว่า ธปท.จะเข็นมาตรการต่างออกมาเพิ่มเติมต่อไป

***คาดQ1กนง.ขึ้นดอกเบี้ย0.25%อีก2ครั้ง

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า แนวโน้มที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ตามธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในช่วงครึ่งปีแรกนี้ มีความเป็นไปได้สูง การเคลื่อนไหวดังกล่าวเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศไม่แตกต่างกับเฟดมากนัก

"เมื่ออัตราดอกเบี้ยของเฟดขึ้นไปถึงระดับ 5% แล้ว ก็เชื่อว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้ไปอีกระยะ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศเริ่มจะทรงตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์ของไทย จะทยอยปรับขึ้นไปจนถึงกลางปีนี้เช่นกัน"

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 8 มีนาคมนี้ กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 ส่วนธนาคารกรุงไทยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือไม่นั้น คงต้องรออีกระยะหนึ่ง โดยสภาพคล่องของธนาคารในขณะนี้ยังมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี) ระยะ 14 วัน อยู่ที่ระดับ 4.25% ต่อปี โดย กนง.ปรับขึ้น 0.25% เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us