|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แบงก์ชาติเตรียมยกเว้นเงินสมทบ 0.4% เข้ากองทุนฟื้นฟูฯ ให้สถาบันการเงินที่ออกตั๋วบีอี หวังดูดสภาพคล่องส่วนเกิน เปิดทางแบงก์ขึ้นดอกเบี้ย-สกัดเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย หม่อมอุ๋ยหวังเห็นแบงก์พาณิชย์พร้อมใจออกตั๋วภายในเดือนหน้า บิ๊กกสิกรไทยคาดแบงก์ชาติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% อีก 2 ครั้ง ภายในครึ่งปีแรก
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้อนุญาตให้สถาบันการเงินออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น (บี/อี) โดยไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟู 0.4% เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์น่าจะเป็นทางเลือกในการบริหารสภาพคล่องและยังเป็นทางเลือกให้กับคนฝากเงิน
ทั้งนี้ ปัจจุบันสภาพคล่องส่วนเกินในระบบธนาคารมีมากกว่า 3 แสนล้านบาท ดังนั้นธนาคารพาณิชย์น่าจะให้ความสนใจ โดยเฉพาะการยกเว้นการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟู ทำให้ต้นทุนต่ำลง อย่างไรก็ตาม ธปท.จะไม่มีการบังคับ
"คาดว่า ภายในมี.ค.นี้ ธนาคารพาณิชย์จะสามารถออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รับฝากเงินรูปแบบใหม่ได้"
ผู้ว่าฯ ธปท.กล่าวว่า เนื่องจากไม่ต้องส่งเงินสมทบให้กองทุน รัฐบาลจะไม่ค้ำประกันหรือคุ้มครองเหมือนเงินฝากทั่วไป อัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนตั๋วบี/อี จึงสูงกว่าเงินฝากประเภทออมทรัพย์และเงินฝากประจำบางประเภท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาสถาบันการเงินที่นิยมออกตัวบี/อี คือบริษัทเงินทุน (บง.) ส่วนธนาคารพาณิชย์ใช้วิธีระดมเงินฝาก เนื่องจากมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ การยกเว้นการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟูครั้งนี้ นอกจากเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องในระบบแล้ว อาจลดความกดดันในการการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นเพื่อสกัดอัตราเงินเฟ้อของ ธปท. นอกจากนี้ปัจจุบันเงินทุนต่างประเทศยังคงไหลเข้า หากไม่เปิดทางให้สถาบันการเงินมีทางเลือกมากว่านี้ นโยบายทางการเงินอาจประสบปัญหา เชื่อว่า ธปท.จะเข็นมาตรการต่างออกมาเพิ่มเติมต่อไป
***คาดQ1กนง.ขึ้นดอกเบี้ย0.25%อีก2ครั้ง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า แนวโน้มที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ตามธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในช่วงครึ่งปีแรกนี้ มีความเป็นไปได้สูง การเคลื่อนไหวดังกล่าวเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศไม่แตกต่างกับเฟดมากนัก
"เมื่ออัตราดอกเบี้ยของเฟดขึ้นไปถึงระดับ 5% แล้ว ก็เชื่อว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้ไปอีกระยะ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศเริ่มจะทรงตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์ของไทย จะทยอยปรับขึ้นไปจนถึงกลางปีนี้เช่นกัน"
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 8 มีนาคมนี้ กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 ส่วนธนาคารกรุงไทยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือไม่นั้น คงต้องรออีกระยะหนึ่ง โดยสภาพคล่องของธนาคารในขณะนี้ยังมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี) ระยะ 14 วัน อยู่ที่ระดับ 4.25% ต่อปี โดย กนง.ปรับขึ้น 0.25% เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา
|
|
 |
|
|