Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 กุมภาพันธ์ 2549
ปตท.สผ.กำไรกว่า 2.3 หมื่นล้าน ราคาปิโตรฯพุ่งหนุนยอดขายเพิ่ม             
 


   
www resources

โฮมเพจ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.)

   
search resources

ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.), บมจ.
Oil and gas




ปตท.สผ. โชว์ผลงานงวดปี 2548 กำไรสุทธิกว่า 2.37 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% เหตุจากราคาขายปิโตรเลียมปรับตัวสูงขึ้น หนุนให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น ด้านผู้บริหารแย้มปี 2549 ต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง ขณะที่ราคาหุ้นขานรับบวก 8 บาท ปิดที่ 524 บาท

นายมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP กล่าวถึง ผลการดำเนินงานประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 23,734.69 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 36.29 บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 15.866.02 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 24.31 บาท หรือมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7,868.67 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 49.59%

ทั้งนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 69,583 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนจำนวน 48,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,166 ล้านบาท หรือ 44% โดยส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น 20,159 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 29.37 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 23.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ขณะที่ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเป็น 153,531 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากปีก่อนอยู่ที่ 134,070 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการขายน้ำมันดิบของโครงการ S1โครงการ B8/32 & 9A และโครงการนางนวล รวมทั้งก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทของโครงการบงกช, โครงการไพลิน และโครงการเยตากุน

ด้านค่าใช้จ่าย ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 27,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้จำนวน 19,848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,006 ล้านบาท หรือ 40% เป็นผลจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากโครงการนางนวลที่เริ่มดำเนินการผลิตปลายไตรมาสที่สองของปีนี้ รวมทั้งค่าดำเนินงานของโครงการ B8/32 & 9A และค่าซ่อมบำรุงในโครงการบงกช และโครงการไพลิน

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาทิ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคาโครงการนางนวล โครงการเยตากุน และโครงการไพลินที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตและการตัดจำหน่ายส่วนเกินเงินลงทุนจากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ออเร้นจ์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และบริษัท บี8/32 พาร์ทเนอร์ จำกัด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายการตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายของหลุมแห้งในโครงการอัลจีเรีย 433a &416b โครงการS1 โครงการเยตากุน และโครงการ Unocal III รวมทั้งค่าศึกษาทางธรณีวิทยาและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ 3D Seismicของโครงการไพลิน, โครงการพื้นที่ร่วมพัฒนาไทย-มาเลเซีย โครงการ อัลจีเรีย 433a&416 และโครงการ L53/43& L54/43 เป็นต้น

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 4 ปี 2548 ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 6,817 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 10.38 บาท กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 34% ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 5,099 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 7.78 บาท โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 21,793 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 14,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,559 ล้านบาท หรือ 53% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น 7,510 ล้านบาท หรือ 58% เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยและปริมาณการขายเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการขายก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทของโครงการไพลินและโครงการเยตากุน และการขายน้ำมันดิบของโครงการ B8/32 & 9A โครงการ S1 และโครงการนางนวล ทั้งนี้ในไตรมาสนี้ ปตท.สผ.ให้ส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติแก่บริษัท ปตท. จำกัด เพื่อส่งต่อให้ กฟผ.ในการนำไปลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) จำนวน 1,169 ล้านบาท

ด้านค่าใช้จ่ายนั้น ปตท.สผ. และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้รวมทั้งสิ้น 9,512 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 5,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,112 ล้านบาท หรือ 76%

สำหรับฐานะการเงินของปตท.สผ.และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 143,317 ล้านบาท เพิ่มจากสิ้นปีก่อนจำนวน 31,372 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินสุทธิเพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำนวน 35,695 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในทรัพย์สินของโครงการ B8/32 & 9Aโครงการอาทิตย์ โครงการโอมาน 44 โครงการพม่า M7 & M9 และ โครงการ S1 ขณะที่มีหนี้สินรวม 71,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16,774 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจำนวน 6,929 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2549 มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2548 สืบเนื่องจากการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจากการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2548 ความคลี่คลายจากวิกฤติราคาน้ำมัน และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง เพราะการลงทุนนับเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญประการหนึ่งที่จะชี้วัดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี

"การดำเนินธุรกิจของ ปตท.สผ. ต้องเฝ้าติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ปรับการบริหารงานให้ได้อย่างเหมาะสม บวกกับสถานการณ์การแข่งขันกันอย่างสูงในการเร่งที่จะผลิตปิโตรเลียมเข้าสู่ตลาดเพื่อให้ทันกับช่วงราคาของผลิตภัณฑ์ที่ยังสูงอยู่ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นความท้าทายของ ปตท.สผ. ในการบริหารจัดการโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ให้บรรลุผลสำเร็จตามแผนงานที่กำหนดและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ"

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ล่าสุด (20 ก.พ.) เปิดการซื้อขายด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาปิดครั้งก่อน และลงทุนทำจุดต่ำสุดที่ 512 บาท ก่อนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายที่ราคาสูงสุด 528 บาท ก่อนจะปิดที่ 524 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 8 บาท หรือคิดเป็น 1.55% มูลค่าการซื้อขายรวม 264.11 ล้านบาท และถือเป็นหุ้น 1 ใน 2 ตัวของกลุ่มพลังงานที่สามารถยืนอยู่เหนือราคาปิดครั้งก่อน

สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ ปตท.สผ. จะส่งผลต่อภาพรวมของตลาดหุ้นไทย เพราะเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดรวม (มาร์เกตแคป) ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 2549 ที่ผ่านมา นักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในหุ้น ปตท.สผ. เป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ขึ้นแรงลงแรง คือบวกลบแต่ละครั้งมากกว่า 4 บาท หรือบางครั้งอาจจะสูงถึง 20 บาท

ผลการดำเนินงานของ ปตท.สผ. งวดสิ้นปี 48 สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2548
รายได้ ปี 2548 69,584 ปี 2547 48,417 เปลี่ยนแปลง(%) 44
ค่าใช้จ่าย ปี 2548 27,854 ปี 2547 19,848 เปลี่ยนแปลง(%) 40
กำไรสุทธิ ปี 2548 23,734.68 ปี 2547 15,866.02 เปลี่ยนแปลง(%) 49.59
กำไรสุทธิต่อหุ้น(บาท) ปี 2548 36.29 ปี 2547 24.31 เปลี่ยนแปลง(%) 49.28
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us