Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 กุมภาพันธ์ 2549
ประเดิมไม่สวยม.ค.ขาดดุลการค้า $442ล้าน US             
 


   
www resources

โฮมเพจ กระทรวงพาณิชย์

   
search resources

กระทรวงพาณิชย์
Import-Export




ประเดิมส่งออกไทยเดือนม.ค.เจอขาดดุลการค้า 442 ล้านเหรียญสหรัฐ "พาณิชย์"บอกยังดี เพราะเพิ่มต่ำสุดในรอบ 43 เดือน เหตุมาตรการบริหารจัดการนำเข้าได้ผล เผยปีนี้อาจขาดดุลการค้าสูงถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการลงทุนภาครัฐและเอกชน แถมการบินไทยจ่อนำเข้าเครื่องบินอีก 6 ลำ ระบุการเมืองยื้อ กระทบลงทุนระยะยาว

นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนม.ค.2549 การส่งออกมีมูลค่า 8,946 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.6% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่า 9,388 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 43 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2545 ที่นำเข้าลดลง 0.86% ขณะที่ดุลการค้ายังคงขาดดุล 442 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 66.7% จากเดือนม.ค.2548 ที่ขาดดุลการค้า 1,328.8 ล้านเหรียญสหรัฐ

"การนำเข้าในเดือนม.ค.2549 นี้ ที่เพิ่มขึ้นเพียง 2% นั้น ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นที่ต่ำสุด และเป็นครั้งแรกในรอบ 43 เดือนเลยทีเดียว ที่อัตราขยายตัวของการนำเข้าไม่ได้เป็นตัวเลข 2 หลัก ซึ่งเป็นเพราะกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการบริหารการนำเข้ามาตั้งแต่เดือนก.ค.2548 หลังจากที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 20.32% และพอมีมาตรการออกมาแล้ว ตัวเลขนำเข้าก็ลดลงมาโดยตลอด" นายการุณกล่าว

นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า การส่งออกเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 13.6% เพราะการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรกรรม/อุตสาหกรรมการเกษตร 4.4% และสินค้าอุตสาหกรรม 13.4% โดยสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมการเกษตรที่เพิ่มขึ้น เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง กุ้งแช่แข็งและแปรรูป อาหารกระป๋อง เป็นต้น สินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ทั้งตลาดเก่าและใหม่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยตลาดใหม่ที่เพิ่มขึ้นสูง เช่น ยุโรปตะวันออก เพิ่มขึ้น 70.2% จีน เพิ่ม 44.5% ละตินอเมริกา เพิ่ม 34.9% เป็นต้น

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การนำเข้าที่เพิ่มขึ้น 2% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าเชื้อเพลิง 13.4% มูลค่า 1,716 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้านำเข้าที่มีมูลค่ามาก คือน้ำมันดิบ 1,451 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 20% ส่วนสินค้าทุน เพิ่ม 10.5% ขณะที่สินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป ลดลง 8%

สำหรับสินค้าที่ปีก่อนมีการนำเข้ามาก และกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการลดการนำเข้าลงนั้น ปรากฏว่า ในเดือนม.ค.2549 มีการนำเข้าลดลงมากเทียบกับเดือนม.ค.2548 โดยทองคำ ลดลง 80.8% มูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ ลดลง 30.4% มูลค่า 547 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้น

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คาดปีนี้ว่าจะขาดดุลการค้าประมาณ 6,000-7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนของรัฐและเอกชน โดยในปีนี้ ภาคเอกชนจะทยอยลงทุนเพิ่มขึ้นมาก ทั้งในสาขาปิโตรเคมี ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การบินไทยจะนำเข้าเครื่องบินในปีนี้ 6 ลำๆ ละประมาณ 131 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบกับการลงทุนของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ทั้งบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประมาณ 70,000 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจอื่นๆ อีกรวมแล้วประมาณ 270,000 ล้านบาท รวมถึงการนำเข้าภายใต้โครงการเมกะโปรเจกต์ ที่อาจเกิดขึ้นในปลายปีนี้

"ถือได้ว่าปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนของไทย จากทั้งของภาครัฐและเอกชน จึงทำให้ไทยยังขาดดุลการค้าอยู่ประมาณ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่การนำเข้าดังกล่าวเป็นการสร้างประสิทธิภาพการผลิตเพื่อส่งออกในอนาคต จึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก ส่วนการส่งออกที่ตั้งเป้าขยายตัว 17.5% ในปีนี้น่าจะไปถึง และเชื่อว่า อาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ หากไทยเจาะตลาดตรงจุดมากกว่านี้"นายสุวิทย์กล่าว

ส่วนปัญหาการเมืองในขณะนี้ นายสุวิทย์กล่าวว่า จะไม่กระทบกับการลงทุนในระยะสั้น รวมถึงการส่งออก-นำเข้า เพราะนักลงทุนเริ่มแยกการเมืองออกจากเศรษฐกิจแล้ว แต่หากยังยืดเยื้อต่อไปจะกระทบกับการลงทุนในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปีนี้ไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประมาณ 2,000-3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่ดุลบริการได้ดุลประมาณ 4,000-5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว สำหรับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 2,000-2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2-2.5% ของจีดีพีนั้นถือว่ายอมรับได้ และเศรษฐกิจยังมีเสถียรภาพ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us