Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์20 กุมภาพันธ์ 2549
ธุรกิจออกแบบได้... 'ทูพลัส ซอฟท์' เอสเอ็มอีไทย หัวใจอินเตอร์             
 


   
search resources

SMEs




'ชาติชาย สุภัควนิช' ออกแบบตัวเอง...จะรวยในอนาคตทำอย่างไร?
บ่มความรู้เชิงบูรณาการ ค้านแนวคิดรู้อย่าง 'เป็ด' จะทำอะไรรอด!
พิสูจน์ฝีมือ ผลิตซอฟแวร์งานก่อสร้างทั้งระบบเป็นภาษาไทยโดยคนไทย
คิดนอกกรอบกับเงินทุนไม่ถึงแสน...วันนี้เตรียมก้าวสู่สากล

ชาติชาย สุภัควนิช เริ่มต้นแนวคิดในวัยเพียง 10 ขวบ หาวิธีการทำอย่างไรที่จะร่ำรวยในอนาคต ตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้องเรียนอะไร ทำงานอะไร และแนวคิดดังกล่าวก็จุดประกายขึ้นเมื่อเห็นการถ่ายทอดส่งยานอวกาศอพอลโลไปนอกโลก คือต้องมีเทคโนโลยี เครื่องมืออะไรสักอย่างถึงจะรวยได้

ณ วันนั้น เขาเริ่มสะสมความรู้เชิงบูรณาการต้านแนวคิดที่ว่าความสำเร็จเกิดจากศาสตร์เชิงเดี่ยวอย่างสิ้นเชิงจนก่อตั้งบริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด ผลิตซอฟแวร์ก่อสร้างทั้งระบบและแตกขยายบริษัทงานก่อสร้างครบวงจร และเป้าหมายสู่การออกแบบงานก่อสร้างระดับโลก

สู่ความรู้แบบบูรณาการ

ชาติชาย สุภัควนิช ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด กล่าวกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ว่า กับแนวคิดที่ว่าทำอย่างไรจะรวยได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากการสะสมองค์ความรู้เชิงบูรณาการคือการรู้ทุกอย่างที่แวดล้อม ซึ่งคัดแย้งกับคนสมัยนั้น ที่บอกว่า ทำแบบนี้คือรู้แบบเป็ดท้ายสุดแล้วไม่สามารถทำอะไรได้ดีสักอย่าง ควรมุ่งมั่นความรู้แขนงใดแขนงหนึ่งไปเลย

"ผมเถียงไม่มีใครเชื่อว่าความรู้แบบนี้มันทำงานไม่ได้ เป็นนักวิชาการน่ะได้ แต่มาทำธุรกิจไม่ได้ ผมมุ่งหวังเป็นคนรวย จะรู้เพียงวิศวกรรมเพียวๆ ตามที่เรียนมาสู่ความรวยไม่ได้ เพราะผมไม่รู้ระบบบัญชี ภาษี การบริหารจัดการ จนมีคำพูดที่พูดว่า เก่งที่สุดของวิศวกรก็คือหัวหน้าช่างก็ไม่ได้จับเงิน ขี้เหร่ที่สุดของนักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์คือผู้ว่าฯ เป็นรัฐมนตรี ซึ่งตอนเรียนก็เรียนขี้เหร่กว่าเรา ทำไมพวกนี้เป็นใหญ่กว่าเราได้"

และที่สำคัญเขาคิดต่อไปอีกว่า เส้นทางสู่ความรวยน่าจะเกิดจากการทำธุรกิจที่อยู่กับเม็ดเงินมากๆ ขณะนั้นเรียนวิศวกรรมโยธา สาขาเทคโนโลยีการก่อสร้าง จึงคิดว่าตนเองนั้นเรียนมาถูกทางแล้ว

"เม็ดเงินที่ทำให้ฟองสบู่แตกได้คืออสังหาริมทรัพย์ กับตลาดทุน ฉะนั้นก่อสร้างคือส่วนหนึ่งคือที่ดินบวกการก่อสร้างก็คืออสังหาริมทรัพย์ ตัวเองมาเรียนในองค์ความรู้ยุ่งอยู่กับกระบวนการเงินเป็นเซ็กเม้นท์ที่ใหญ่ ช่วงที่เศรษฐกิจบูมเต็มที่ก่อนฟองบู่แตกอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าล้านล้าน พอฟองสบู่แตกเหลือสามแสนล้าน ก็ยังเป็นเม็ดเงินที่ใหญ่"

เขายังบอกว่า โลกอนาคตไม่ได้มุ่งอยู่ที่การเก็บเงิน แต่มุ่งอยู่ที่การหาเงินและรู้วิธีมากกว่า เช่น มีเงิน 100 บาท เก็บ 50% ก็ได้ 50 บาท แต่ถ้ารู้วิธีหาเงิน 10,000 ล้าน เก็บ 1% ก็มากกว่าคนอื่น

"โลกยุคใหม่เปลี่ยนไป ต้องมีความคิด ต้องเริ่มสะสมความรู้ จากความรู้พื้นฐานจากวิศวกรโยธา ก็ทำสถาปัตย์ได้ ตกแต่งภายใน บัญชี ภาษีการเงินก็ไปเรียนระยะสั้นกับเขาหมด สิ่งพิมพ์ก็ไปเรียน คิดว่าไม่มีใครรู้แบบนี้ เพราะธุรกิจที่จะทำเงินได้มันต้องรู้ทั้งระบบ ไม่ใช่รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง"

สานสร้างองค์กร สร้างเงิน

ชาติชาย บอกว่า เขาเริ่มต้นตั้งบริษัท ทูพลัส อาคิเทคส์ จำกัด เมื่ออายุ 28 ปี ด้วยบัตรเครดิต 2-3 ใบ รวมวงเงินแล้วไม่เกิน 100,000 บาท หลังจากโลดแล่นในวงการก่อสร้างมาสักระยะ

พอออกมาถึงจุดหนึ่งก็เริ่มมองหาเครื่องมือมาช่วย เพื่อไม่ให้งานย่ำอยู่กับที่ ขณะนั้นเป็นยุคแรกของคอมพิวเตอร์เกิดแนวคิดว่าทำอย่างไรถึงให้รู้มากขึ้น

จึงออกมาจากงานออกแบบก้าวสู่การทำซอฟแวร์เพื่อให้รู้ทั้งกระบวนการ จากเริ่มต้นเดี่ยวๆ ก็ทำการศึกษาเชื่อมระบบงานสู่เซ็นเตอร์ ทำให้กระบวนการเทคโนโลยีตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง การใช้อาคาร เป็นการใช้ความรู้ก้าวสู่กระบวนการ integrate จากเรียนรู้มากขึ้น ศึกษาจากเทคโนโลยีรอบโลก

สุดท้ายจึง integrate นำเอาระบบไอทีมาช่วยส่วนหน้า (front end) เพื่อช่วยให้สถาปนิกและวิศวกรทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำและมีประสิทธิภาพ และส่วนหลัง (back end) ในส่วนสำนักงาน เพื่อให้ขบวนการบริหารในองค์กรทำงานได้แม่นยำ เช่น บัญชี ภาษี

ปัจจุบัน front end สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ทั้งระบบตั้งแต่การออกแบบ สถาปัตยกรรม ออกแบบโครงสร้าง จนถึงรายการคำนวนโครงสร้างเป็นภาษาไทยพร้อมยื่นขออนุญาตปลูกสร้างอาคารได้ทันที และเตรียมเชื่อมโยง front end กับ back end เข้าด้วยกันเชื่อมกับระบบบัญชีของ SAP

"กระบวนการคอมพิวเตอร์ทั้งสูตรเชื่อมเข้ามา สุดท้ายเกิดเป็นนวัตรกรรมคิดขึ้นมาใหม่ นวัตกรรมความคิด คือ ล้างการทำงานแบบเก่าของสถาปนิก ที่แยกเป็นส่วนกลายมาเป็นเซ็นเตอร์"

เขาเชื่อมั่นว่า กระบวนการสร้างองค์ความรู้ในการทำงานเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ คอมพิวเตอร์ราคาลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายการทำงานด้วยคนด้วยมือมีต้นทุนที่สูงขึ้นทุกปี ฉะนั้นใครไม่ใช้เทคโนโลยีจะมีการเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ

ทูพลัสเริ่มจากการมองคลื่นธุรกิจ จากเกษตรกรรม อุตสาหกรรม สู่ไอซีที จากไอซีทีก็มีคลื่นของฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ คอนเท้นท์ ฮาร์ดแวร์มือถือก็มีราคาถูก ท้ายสุดทุกคนหันไปสู่การขายคอนเท้นท์ โลกอนาคตแข่งกันที่คอนเท้นท์ ไม่ใช่โลกเทคโนโลยีพื้นฐานเพราะทุกคนเข้าใจหมดแล้ว

ชาติชาย กล่าวต่อไปว่า เริ่มแรกมุ่งศึกษาหาความรู้เทคโนโลยีมาจากทั่วโลก 20 ประเทศ ลองผิดลองถูก และเทรนนิ่งมานานกว่า 8-9 ปีที่แล้ว มุ่งผลิตซอฟแวร์ขายระดับไฮเอนด์เพราะไม่อย่างนั้นธุรกิจจะไปเดินช้ามาก แต่มีนักวิชาการหลายท่านแย้งว่า ต้องเขียนโปรแกรมเอง แต่ตนคิดว่าการใช้โปรแกรมต้องมาจากตลาดโลกและใช้อยู่ในตลาดโลก

ปัจจุบันทูพลัส ซอฟท์ทำธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว และได้รับความนิยมมากขึ้นซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน ฉะนั้น การจะขยายตลาดสู่ฐานล่างจึงไม่ยาก และพิสูจน์ได้ว่าองค์ความรู้นอกจากจะทำโปรแกรมได้ และมีความรู้ด้านมาร์เก็ตติ้ง สร้างแบรนด์สามารถทำธุรกิจได้ ซึ่งตรงข้ามกับความรู้จากศาสตร์เชิงเดี่ยวหรือความรู้เรื่องเดียวไม่สามารถทำธุรกิจได้

ขยายธุรกิจสู่บริษัทมหาชน

ชาติชาย กล่าวว่า ด้วยกระบวนการขององค์ความรู้ที่มีมากกว่า เห็นกระบวนการขาย กระบวนการมาร์เก็ตติ้ง เห็นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบมากกว่า และมีโนว์ฮาวใช้เทคโนโลยีอยู่ในระดับโลก จากการขายซอฟแวร์และฝึกอบรมการใช้เครื่องมือให้กับบริษัทลูกค้า แต่ด้วยระบบที่เชื่อมต่อเซ็นเตอร์นั้น จึงแยกเป็นบริษัทใหม่ออกมา มุ่งตลาดให้ใหญ่ขึ้นและขยายสู่รูปแบบแฟรนไชส์ (อ่านรายละเอียดหน้า D3) คือ “ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์” และไม่ได้สอนการใช้ซอฟแวร์อย่างเดียวแล้วแต่มองเป็นบูรณาการคือความรู้ที่เกิดจากกระบวนการ3 ส่วน ความรู้ เครื่องมือและประสบการณ์

"เป็นโปรแกรมด้านวิศวกรรมทั้งระบบเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีอาคาร จนเป็นอาคารมองกระบวนการทำงานก่อสร้างโดยใช้ไอที เทรนนิ่งสอนวิธีการใช้ซอฟแวร์ทั้งระบบ และสอนประสบการณ์ คือ บัญชี ภาษี การเงิน กฏหมายการก่อสร้าง แรงงานและความรู้ใหม่ เช่น แผ่นดินไหว โดยเชิญผู้รู้มาสอน และบุคลากรบริษัทที่รับการเทรนนิ่งจากต่างประเทศต่อเนื่อง จะคอร์สให้เลือกเรียน 50-60 คอร์ส"

ชาติชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทูพลัส เทรนนิ่ง ตอบโจทย์การขาดแคลนแรงงานคุณภาพและไม่ได้เป็นการสร้างตลาดใหม่ เพราะมีดีมานต์หรือความต้องการในตลาดอยู่แล้ว หลายหน่วยงานต้องการสร้างความรู้เหล่านี้ให้บุคลากร แต่การบูรณาการองค์ความรู้ไม่ได้สร้างกันเพียงข้ามคืน และสิ่งสำคัญคือ เครื่องมือระดับโลกที่บริษัทมีพันธมิตรรายใหญ่ซอฟแวร์การก่อสร้างที่รับการยอมรับในตลาดโลก งานก่อสร้างใหญ่ๆ ในโลกว่า 80% หรือในไทย เช่น สนามบินหนองงูเห่า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) ใช้โปรแกรมดังกล่าว ฉะนั้น ผู้ที่ผ่านการเทรนนิ่งจากบริษัทจะได้รับใบรับรองระดับสากล และโอกาสการยอมรับในตลาดแรงงานมีสูง

นอกจากนี้ ยังขยายสู่ธุรกิจออกแบบภายใต้แบรนด์ “ทูพลัส ดีไซต์ เซ็นเตอร์” โดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสร้างงานออกแบบทั้งกระบวนการที่ครบวงจรตั้งแต่สำรวจที่ดิน ออกแบบ ระบบไฟฟ้า ตกแต่ง และนำเสนองานในเวลาที่รวดเร็วประมาณ 1-3 วันเท่านั้นและประหยัดงบประมาณ

"เราใช้เวลาพัฒนาระบบโปรแกรมกว่า 2 ปี สร้างโมเดลหลายพันแบบให้ลูกค้าได้เลือกโดยไม่ต้องมานั่งเขียน เสนอเป็นภาพ 3 มิติให้เห็นทั้งงานก่อสร้างและงานตกแต่ง"

ขณะเดียวกันยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ IBM ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่ เสนอขายสินค้าร่วมกันคือ คอมพิวเตอร์พร้อมโซลูชั่นซึ่งเป็นโนว์ฮาวที่ทูพลัส ผลิตขึ้นเอง และเตรียมซื้อระบบการบริหารอินทราเน็ตในองค์กรเจาะตลาดหน่วยงานต่างๆ

"IBM เห็นเรามีศักยภาพ เป็นพาร์ทเนอร์ที่จะก้าวสู่โลกอนาคตได้ เพราะการแข่งขันที่โซลูชั่นไม่ได้มองที่โปรดักต์ และยังมีคอนเท้นท์ไปเสริมกับโนว์ฮาวโดยไม่ต้องไปจ่ายลิขสิทธิ์ใคร"

ชาติชาย กล่าวในตอนท้ายว่า และเพื่อต่อเชื่อมงานก่อสร้างทั้งระบบ จึงได้ทำ www.thaiconstructionjobs.com เป็นแหล่งหางานสำหรับก่อสร้างโดยเฉพาะ ร่วมทั้งแผนงานในอนาคตคือ www.thaicontractors.com เพื่อเป็นศูนย์กลางการซื้อขายวัสดุการก่อสร้างและข้อมูลสาร เพื่อปูฐานธุรกิจให้เข้มแข็งเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชน ตามปณิธาณที่ตั้งไว้คือการเป็นผู้นำด้านไอทีก่อสร้าง!   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us