Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 กุมภาพันธ์ 2549
ออมสินครองบ๊วยเงินฝาก             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย
โฮมเพจ ธนาคารออมสิน

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารออมสิน
Banking and Finance




แบงก์ชาติเผยคนไทยออมเงินลดลง สิ้นปี 48 ตัวเลขเงินออม 5,039,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนแค่ 78,847 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 1.58% ตะลึง "แบงก์ออมสินไม่ออมจริง" ยอดเงินฝากเพิ่มเพียง 0.39% หรือต่ำสุดในธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เหตุ ธอส. เงินฝากเพิ่ม 39% ส่วนธ.ก.ส. เพิ่ม 20%

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่าฐานะการออมของครัวเรือนไทยอยู่ในระดับที่ลดลง ซึ่งพิจารณาได้จากการเพิ่มขึ้นของยอดการฝากเงินของภาคครัวเรือนของภาคธนาคารพาณิชย์ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และระบบบริษัทเงินทุน ณ สิ้นปี2548 พบว่าครัวเรือนไทยมีการออมเงินเพิ่มขึ้นจากปี 2547 ในระดับต่ำ โดยในสิ้นปี 2548 ที่ผ่านมาเงินรับฝากจากครัวเรือนของธนาคารพาณิชย์ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และระบบบริษัทเงินมีทั้งสิ้น 5,039,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78,847 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดเงินฝากทั้งสิ้น 3,989,936 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเพียง 1.58% ของยอดเงินฝากภาครัวเรือนรวม

อย่างไรก็ตาม จำนวนรวมดังกล่าวแบ่งเป็นเงินฝากภาคครัวเรือนที่มีในระบบธนาคารพาณิชย์ 4,083,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93,920 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.35% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2547 ที่มีทั้งสิ้น 3,989,936 ล้านบาท ซึ่งปริมาณเงินฝากจากภาคครัวเรือนส่วนหนึ่งมาจากการโอนเงินจากบริษัทเงินทุนเข้าเป็นเงินฝากของธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ตามนโยบายการยกระดับของธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ จึงส่งผลให้ปริมาณเงินฝากภาคครัวเรือนของระบบบริษัทเงินทุน ณ สิ้นปี 2548 เหลือเพียง 29,539 ล้านบาท ลดลง 106,406 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2547 ที่อยู่ในระดับ 135,999 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลง78.24% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากไม่รวมเงินฝากที่โอนไปจากระบบบริษัทเงินทุนไประบบธนาคารพาณิชย์ยอดการเพิ่มขึ้นของเงินฝากภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นต่ำกว่ายอดที่รายงานค่อนข้างมาก

สำหรับการออมผ่านธนาคารเฉพาะกิจของภาครัฐนั้น พบว่าสิ้นปี 2548 ธนาคารออมสินกลับมียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นน้อยมาก โดยมียอดเงินฝากจากภาคครัวเรือนอยู่ที่ 525,595 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.39% หรือเป็นเงิน 2,080 ล้านบาท จากสิ้นปี 2547 ที่อยู่ในระดับ 523,659 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มียอดเงินฝากจากภาครัวเรือนทั้งสิ้น183,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่มีเงินฝาก 131,914 ล้านบาทถึง 52,015 ล้านบาท หรือ 39.43% ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)มียอดการฝากเงินของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอยู่ที่ 216,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37,238 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 20.74%

เป็นที่น่าสังเกตว่าธนาคารออมสินได้ทุ่มงบประมาณในการทำโฆษณาเมื่อปีที่ผ่านมาหลายชุด เพื่อกระตุ้นให้คนฝากเงินภายใต้สโลแกน "มีออม ไม่มีอด" หรือ "ใช้ 3 ส่วน ออม 1 ส่วน" และ 1 ในโฆษณาของธนาคาร มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวัยเด็กมาเป็นพรีเซนเตอร์ด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us