CCET เพิ่มทุน 250 ล้านบาทเพื่อขายให้แก่ประชาชนในสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็น Taiwan Depository Receipts (TDR) เพื่อการพัฒนาธุรกิจใหม่และการเพิ่มความสามารถในการผลิต และประกาศจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 15 สตางค์ แม้ผลงานไตรมาสสุดท้ายปี48 กำไรหด พร้อม พร้อมกำหนดเงื่อนไขวอร์แรนต์ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ
นายฟาง ซิ เซง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและการตลาด บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ( CCET ) แจ้งผลการดำเนินงานงวดสิ้นปี 48 ว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,762.23 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปี 47 ที่มี 1,801.81 ล้านบาท หรือกำไรลดลง 2.20%
ขณะที่บริษัทมีรายได้จากการขาย 58,536.01 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 3.66 %จากปี 2547 และยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 82.54 ล้านบาทและมีรายได้อื่น 74.43 ล้านบาท ส่งให้รายได้รวมของบริษัทในงวดดังกล่าวมีทั้งสิ้น 58, 692.98 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีต้นทุนขาย 55,160.15 ล้านบาท หรือคิดเป็น 94.23% ของรายได้จากการขายซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 94.48% ในปี 2547 สำหรับอัตราส่วนกำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 5.52 %ในปี 2547 เป็น 5.77% ในปี 2548 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทที่เน้นการผลิตสินค้ามีกำไรสูงมาก ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
พร้อมแจ้งผลการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่1/2549 โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549 ว่าที่ประชุมอนุมัติงบการเงินของบริษัท สำหรับรอบปีบัญชี 2548 โดยอนุมัติการจัดสรรเงินกำไรเป็นเงินทุนสำรองตามกฎหมาย เป็นจำนวน 88,111,587 บาท จากกำไรสุทธิประจำปี 2548 เป็นจำนวนเงิน 1,762,231,743บาทเพื่อให้ทุนสำรองตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด และอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับระยะเวลาเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมปี 2548 ในอัตรา 0.15 บาทต่อหุ้น
กำหนดให้วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล ณ วันที่ 2 มีนาคม 2549 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปจนถึงวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 โดยจะจ่ายในวันที่ 20 เมษายน 2549 ทั้งนี้บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปี 2548 ในอัตรา 0.15 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 6 กันยายน 2548 ดังนั้นเงินปันผลสำหรับปี 2548 เป็นเงินเท่ากับ 0.30 บาทต่อหุ้น และเป็นเงินปันผลจากกำไรสุทธิที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและให้นำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 พิจารณาอนุมัติต่อไป
นอกจากนี้ บอร์ดยังพิจารณาและอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากเดิม 5,678,438,956 บาทเป็น 4,358,168,001 บาท โดยการยกเลิกหุ้นสามัญเพิ่มทุน1,320,270,955 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เป็นจำนวนเงิน 1,320,270,955 บาท และอนุมัติให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4. เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ดังกล่าว
และให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 4,358,168,001 บาทเป็น 4,608,168,001 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 250 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เป็นจำนวนเงิน จำนวน 250 ล้านบาท ซึ่งหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่ 250 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนในสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็น Taiwan Depository Receipts (TDR)โดยราคาเสนอขายต่อหุ้นมีราคาไม่ต่ำกว่า 90% ของราคาปิดเฉลี่ย 15 วันก่อนวันกำหนดราคาเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ทั้งนี้ ราคาเสนอขายต้องกำหนดอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสมของบริษัทฯ และมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัทฯและ/หรือประธานกรรมการของบริษัทฯ เป็นผู้พิจารณากำหนดระยะเวลาจองซื้อ วิธีการและรายละเอียดการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน
อนุมัติการแปลงสภาพหุ้นสามัญของบริษัทฯ เป็น TDRs ตามนโยบายของบริษัทฯ ในปี 2549 ซึ่งการตัดสินใจของบริษัทดำเนินการหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดเป็นหลัก
กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตามระเบียบ ทั้งนี้พิจารณาอนุมัติการปิดสมุดทะเบียนวันที่ 2 มีนาคม 2549 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เพื่อกำหนดผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549และจัดประชุมในวันที่ 22 มีนาคม 2549 เวลา 10.00 น.ณ โรงแรมโฟร์วิง ชั้นที่ 5 ห้องกิ่งกัญญาเลขที่ 40 ถนนสุขุมวิท ซอย 26 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ยังอนุมัติการเพิ่มทุนของบริษัทย่อย ชื่อบริษัทแคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ซูโจว) จำกัด ซึ่งบริษัทฯถือหุ้นร้อยละ 100 โดยเพิ่มทุนจาก 12,495,000 เหรียญสหรัฐเป็น 22,495,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการเพิ่มทุนครั้งนี้เพื่อการพัฒนาธุรกิจใหม่และการเพิ่มความสามารถในการผลิต
พร้อมกันนี้ ยังอนุมัติกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอร์แรนต์)ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ โดยวอร์แรนต์ดังกล่าวเป็นชนิดบุชื่อผู้ถือและโอนเปลี่ยนมือได้ อายุ 3 ปี ราคา 0 บาท นับแต่วันที่ออก จำนวนไม่เกิน 728,438,956 หน่วย พร้อมเตรียม 728,438,956 หุ้น รองรับการใช้สิทธิ โดยวอร์แรนต์ 1 หน่วยต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 5 บาท ซึ่งสูงกว่า 3.8147 บาท ซึ่งเป็นราคาตลาดเฉลี่ยของหุ้นสามัญของบริษัทฯ 15 วันก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549 อยู่ 31.07% กำหนดใช้สิทธิได้ทุกวันที่ 10 ของเดือนสุดท้ายแต่ละไตรมาส
|