|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แบงก์กรุงไทยตั้งเป้าเพิ่มธุรกิจด้านต่างประเทศขึ้นอีก 40% หวังเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 30% และขยายปริมาณธุรกิจการค้าระหว่างประเทศจากปัจจุบันที่มีอยู่ 5.33 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าอีก 3 รายการ พร้อมเอาใจลูกค้าโดยเตรียมลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทั้ง 5 ช่องทางของธนาคารให้ผู้จัดการสาขามีอำนาจพิจารณาได้เต็มที่เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มปริมาณลูกค้าใหม่เข้าสู่ระบบ
นายพิชัย คชมิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) KTB เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารมีเป้าหมายที่จะเพิ่มธุรกิจด้านต่างประเทศ (เทรด ไฟแนนซ์) อีก 40% และเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมอีก 30% ธนาคารจึงได้ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในปีนี้ 533,000 ล้านบาท โดยจะเน้นสร้างทีมงานให้เข้มแข็งติดตามดูแลลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่
นอกจากนี้ ยังจะต้องฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อให้พนักงานสินเชื่อ พนักงานสาขา ได้เข้าใจผลิตภัณฑ์ต่างประเทศดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถขายผลิตภัณฑ์ข้ามกันได้อย่างครบวงจร ธนาคารจึงได้เพิ่มช่องทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เช่น บริการ E-L/C ที่ลูกค้าสามารถส่งใบคำขอเปิดแอลซีทางอินเทอร์เน็ต และสามารถตรวจสอบสถานะของแอลซีได้ตลอดเวลาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานตนเองและบริการอื่นๆ เช่น บริการ E-Payment ลูกค้าสามารถส่งคำสั่งโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต และติดตามรายการได้ด้วยตนเอง บริการ e-Advising เป็นบริการแจ้ง Export LC ทางอีเมล นอกจากนั้น ธนาคารมีแผนเปิดศูนย์ธุรกิจต่างประเทศเพิ่มอีก 4 แห่ง ตามนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเอกสารการค้าระหว่างประเทศกับลูกค้า
ด้านนายอนันตผล พันธุ์เพ็ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มบริหารการตลาดสายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับหลักเกณฑ์การอนุมัติและลดหย่อนค่าธรรมเนียมบางประเภทโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการสาขา ผู้จัดการสำนักงานเขต และผู้บริหารสาขาที่ดูแลลูกค้าโดยตรง เป็นผู้พิจารณาลดหย่อนและยกเว้นค่าธรรมเนียมเงินโอน สำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการที่ธนาคารมีช่องทางการในการชำระถึง 5 ช่องทาง ได้แก่ เอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง เทเลแบงกิ้ง และ M-Payment และ Teller Payment
รวมทั้งมีอำนาจลงนามในสัญญาการให้บริการได้เอง จากเดิมที่ต้องส่งเรื่องให้ผู้บริหารสายงานบริหารผลิตภัณฑ์เป็นผู้พิจารณา คาดจะทำให้ธนาคารสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่ เนื่องจากค่าธรรมเนียมในการใช้บริการถูกลง โดยคาดว่าจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นไตรมาสละไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย ปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 25,000 ราย
|
|
 |
|
|