Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์13 กุมภาพันธ์ 2549
เปิดโมเดล 'ไทย พริวิเลจ เฮลธ์ แคร์'ต่อยอดธุรกิจสู่อุตสาหกรรมสปา             
 


   
search resources

ไทย พริวิเลจ สปา, บจก.
Spa and Beauty




กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทย พริวิเลจ เฮลธ์ แคร์ จำกัด เปิดเผยว่า "" เป็นเซอร์วิสของบริษัทฯ ที่เปิดตัวในปี 2547 และในปี 2548 ได้รุกเปิดสาขาตามแผนที่ตั้งไว้คือการขยายสาขาครบ 5 แห่ง สำหรับในประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัล พลาซา พระราม 3 และเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ในต่างประเทศ เซ็นทรัลเวิลด์ เซี่ยงไฮ้ ส่วนนิวยอร์คจะเปิดในเดือนพฤษภาคม 2549 นี้

"โลเคชั่น จะมุ่งเน้นจุดสำคัญๆ หรือเป็นทำเลที่เป็นสายตาโลก ที่ที่คนรู้จักหรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้ทั้งแบรนด์อิมเมจ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายชาวไทยและต่างชาติ"

ดังนั้น ในปี 2549 จะเป็นนำแบรนด์อิมเมจ "ไทยพริวิเลจสปา" ต่อเชื่อมกับธุรกิจในอุตสาหกรรมสปา โดยขยายไลน์ธุรกิจสู่คลินิค Thai Privilege Balancing Center เป็นการบำบัดเพื่อปรับโครงสร้างเรือนร่างที่เสียศูนย์ให้กลับคืนสู่สภาวะสมดุล ด้วยการฝั่งเข็มตามจุดต่างๆ ของร่างกาย

เสนอบริการ 4 กลุ่ม คือ ความเจ็บปวด ความอ้วน ความเครียด และความงาม ซึ่งเป้าหมายของคนที่ใช้บริการคลินิคดังกล่าวมีโปรแกรมต่อเนื่องควบคู่กับการใช้บริการในสปา ฉะนั้น รูปแบบดังกล่าวสามารถตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสปาหรือแยกเป็นคลินิคต่างหากได้ ปัจจุบันมีที่เซ็นทรัลเวิล์ด และเซ็นทรัลพระราม 3 ในอนาคตจะขยายควบคู่กับไทยพริวิเลจสปา และตั้งแยกตามพื้นที่เป้าหมายต่างๆ

ขณะเดียวกันยังได้ขยายสู่การเป็นบริษัทที่ปรึกษาให้กับนักลงทุนที่สนใจลงทุนธุรกิจสปา โดยตั้งเป้าในปี 2549 จำนวน 10 ราย และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา 5 ราย ยุโรป 1 ราย ญี่ปุ่น 2 รายและไทยอีก 2 ราย

"ความเป็นโปรเฟสเชอนัลของเราคือสิ่งที่ลูกค้าเลือก เป็นจุดที่ลูกค้าตัดสินใจ มองการทำธุรกิจที่เป็นระบบ มีทีมงานที่ดีและเห็นความสำเร็จในสิ่งที่เราทำ เพราะถ้าเราไม่เคยทำมาก่อนการเป็นที่ปรึกษาลูกค้าจะไม่เชื่อถือต่อให้โม้ขนาดไหนก็ไม่มีใครเชื่อถ้าเขาไม่เห็นสิ่งที่เราทำ แต่ เขาเห็นความสำเร็จของเราจากการให้บริหาร โปรดักส์ สิ่งที่จำต้องได้

การเป็นคอนเซาส์ เราเน้นโลเคชั่น ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ แต่ว่าในการเซ็ตอัพต่างกัน เราเน้นจุดที่เป็นสายตาโลก พวกรีสอร์ทดังๆ โรงแรมเริ่มสนใจเพราะนึกถึงความเป็นโปรเฟสเชอนัล แต่ว่าคนทั่วไป มองว่าการเปิดสปาง่าย แต่คนพวกนี้คิดว่ามันไม่ง่ายหรอกที่จะเปิดให้ดีขนาดนี้"

นอกจากนี้ ยังต่อเนื่องโดยการเตรียมตั้งสถาบันฝึกอบรมบุคคลากรหรือศูนย์เทรนนิ่งขึ้นโดยหลักสูตรผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว อยู่ระหว่างใบอนุญาตการจัดตั้งสถาบันจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะฝึกบุคคลากรป้อนให้กับบริษัทที่เป็นที่ปรึกษาให้ รวมถึงอนาคตจะขยายสู่การฝึกบุคลากรให้กับสถานประกอบการสปา

สุรางรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ในเดือนมีนาคมนี้ เตรียมเสนอโปรดักส์สปาภายใต้แบรนด์ “สราญ” เน้นกลุ่มสินค้าที่สนองความต้องการของกลุ่มผู้รักสุขภาพและความงาม เบื้องต้นผ่านช่องทางไทย พริวิเลจสปาทั้ง 5 สาขา และสปาที่บริษัทเป็นที่ปรึกษาให้โดยจะมีรีเทลช็อปสราญในสถานที่นั้น และในปี 2550 จะขยายรีเทลช็อปสราญในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในประเทศ

"โอกาสของโปรดักส์สราญมีสูงมาก เนื่องจากลูกค้ามา experience ก่อนค่อยซื้อสินค้า ฉะนั้นลูกค้าจะประจักษ์ถึงคุณค่าและคุณสมบัติที่ดีของโปรดักส์สปาที่ผลิตโดยไทยพริวิเลจสปา ภายใต้ชื่อสราญ สินค้าในอนาคตจะถูกกำกับด้วยวิธีใช้และคุณประโยชน์ ฉะนั้นจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความรู้ไม่ถูกมอมเมาแต่รู้ได้ด้วยการใช้ ซึ่งเป็นช่องทางที่เราคิดและมองทาร์เก็ตกรุ๊ป ซึ่งเราต้องเสนอสิ่งที่เขาต้องการไปให้ถูกต้องจะเป็นการเติบโตของสินค้าได้อย่างรวดเร็ว"

สุรางค์รัตน์ กล่าวว่า จัดวางภาพธุรกิจนี้ไว้ชัดเจน เปรียบเหมือนจิ๊กซอว์แต่ละตัวที่นำมาประกอบกัน เพื่อการขยายเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต จะยังมีการแตกไลน์ธุรกิจภายใต้อุตสาหกรรมสปาออกไปอีก รวมถึงโปรดักส์และบริการใหม่ที่นำเสนอ เพราะต้องการเป็นนักพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และการตลาดที่ต้องควบคู่กันไป

"เราสามารถขยายธุรกิจได้อีกไกล และด้วยการวางราคาที่เหมาะสม คุณภาพที่ดี หลายคนอาจไม่คำนึงถึง แต่การจะนำเสนอในตลาดได้สำเร็จต้องมีมาตรฐาน ซึ่งธุรกิจสุขภาพต้องค่อยเป็นต่อยไป สร้างมาตรฐานให้ได้ ในส่วนของโอเปอเรชั่นต้องสนองนโยบายออกมาให้ได้ทำงานกันเป็นทีม ทั้งฝ่ายการเงิน ฝ่ายพัฒนาโปรดักส์ก็ต้องคิด และฝ่ายฝึกอบรมต้องเน้นคุณภาพ"

สุรางค์รัตน์ กล่าวในตอนท้ายว่า จิ๊กซอว์ธุรกิจนี้จะนำไปเปิดตัวให้เห็นกันในงาน ISPA 2006 THAILAND ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2549 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจะนำเสนอสินค้า บริการ บนพื้นที่ 54 ตารางเมตร ด้วยมองถึงจุดประสงค์ของงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพธุรกิจสปา การท่องเที่ยวและยังเป็นเวทีพบปะนักธุรกิจทั่วโลก

"งาน ISPA จะเป็นเวทีหนึ่งที่เราจะได้พบปะนักธุรกิจจากทั่วโลกที่มีความสนใจธุรกิจสปาและรู้จักลูกค้าที่สนใจที่จะเข้ามาใช้บริการ เป็นทั้งเอ็นยูสเซอร์และบิสิเนสที่ต่อยอดไปอีก คือใช้เป็นเวทีรู้จักผู้นำเข้าสินค้าไทยไปต่างประเทศที่กำลังมองหาโปรดักส์สปานำเสนอสราญที่มีมาตรฐานที่สุดโปรดักส์หนึ่งที่ผลิตในประเทศไทย"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us