Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 กุมภาพันธ์ 2549
ซัมซุงรุกดันไทยตลาดยุทธศาสตร์ ปรับโครงสร้างลั่นยึดแชมป์อีก2กลุ่มปีนี้             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ จำกัด

   
search resources

ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์, บจก.
Marketing
Electric




ซัมซุงรุกดันไทยตลาดยุทธศาสตร์ ปรับโครงสร้างลั่นยึดแชมป์อีก2กลุ่มปีนี้ ไทยซัมซุงรุกหนัก หลังดันไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์แห่งหนึ่งของเอเชีย เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ สานต่อแผนยกระดับสินค้าและภาพลักษณ์สู่เกรดพรีเมียม และเปิดเกมรุกก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดใน 5 กลุ่มหลักแล้ว ลั่นปีนี้ขอยึดแชมป์อีก 2 กลุ่ม ทีวีแอลซีดีและเครื่องซักผ้าถังเดี่ยวอัติโนมัติ เผยรายได้ปีที่แล้วทะลุ 7,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายปีนี้เติบโต 20% ทะยานสู่ 8,000 ล้านบาท

นายควัง คี ปาร์ค กรรมการผู้จัดการ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ร่วมกับนายอาณัติ จ่างตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และนายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้จัดการทั่วไปสายการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมกันเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางซัมซุงประเทศไทยอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของซัมซุงให้ขึ้นเป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งปีที่แล้วสามารถทำรายได้จากกลุ่มสินค้าพรีเมียมกว่า 76% จากเดิมปี 2547 มีประมาณ 58% และมีบริษัทฯเป้าหมายที่จะมีอัตราการเติบโตด้านยอดขาย 20% มากกว่าตลาดรวมที่เติบโตเพียง 5% จากมูลค่าตลาดรวมปีนี้ที่คาดว่าจะมีประมาณ 89,000 ล้านบาท

ทั้งนี้แนวทางการปรับจะต้องปรับใหม่ทั้งระบบความคิด การบริหาร การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้า การปรับระบบช่องทางจำหน่าย การตกแต่งร้านค้า และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ซัมซุงไทยก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดในทุกผลิตภัณฑ์ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทย ซึ่งเมื่อปีที่แล้วซัมซุงสามารถก้าวขึ้นสู่ผู้นำอันดับตลาดในแง่ปริมาณแล้วหลายกลุ่ม

โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศยุทธศาสตร์ตลาดหลักของซัมซุงในเอเซียแปซิฟิค ซึ่งปีนี้จะนำเอาเทคโนโลยีตู้เย็นขนาด 400 ลิตร และขนาด 440 ลิตร เข้ามาเปิดตลาดในไทยกลางปีนี้ ช่วงที่ผ่านมาซัมซุงไทยได้ลงทุนในไทยไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้วลงทุนตั้งฐานการผลิตเตาอบไมโครเวฟใหญ่ที่สุดในเอเซียแปซิฟิคที่ไทย

"แม้ว่าปัญหาการเมืองที่ไทยประสบตอนนี้ ก็คงไม่มีผลกระทบอะไรที่ทำให้ต้องชะลอการลงทุน เพราะมั่นใจว่า ไทยมักจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อเกิดอะไรขึ้นก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนเดิม"

อีกทั้งซัมซุงเองก็มีการพัฒนาวิจัยสินค้าต่อเนื่องจากฐานการวิจัยทั่วโลก ที่สามารถสนับสนุนการทำตลาดผลิตภัณฑ์ในไทยได้ โดยในปี 2548 ซัมซุงได้ใช้งบประมาณกว่า 5,600 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 224,000 ล้านบาท ในการวิจัยต่างๆ และล่าสุดเดือนตุลาคมปีที่แล้วซัมซุงได้เปิดศูนย์วิจัยแห่งใหม่ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียที่ประเทศเกาหลี

ทั้งนี้การปรับระบบช่องทางจำหน่ายนั้น ปีนี้มีเป้าหมายที่จะปรับปรุงและขยายช่องทางจำหน่ายและบริการหลังการขาย ด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์ และการจัดแสดงสินค้าซัมซุงในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันซัมซุงมี แบรนด์ชอป 2 แห่ง คือซัมซุงพลาซ่าที่สยามพารากอนและเดอะมอล์บางกะปิ และยังมีซัมซุงดิจิตอลแกลลอรี่ ศูนย์บริการ 129 แห่ง และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอีกกว่า 500 ราย ซึ่งปีนี้จะขยายทุกส่วน เช่น ศูนย์บริการ ปีนี้จะเพิ่มเป็น 142 แห่ง

ส่วนการพัฒนาสินค้าใหม่ๆนั้น ในปีนี้เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ทุกกลุ่มรายการของเครื่อใช้ไฟฟ้าในบ้านกว่า 125 รายการ และมีสินค้าที่จะทยอยเลิกทำตลาดประมาณ 30-40 รายการ ซึ่งสินค้าที่โดดเด่นในปีนี้เช่น ตู้เย็นแบบ 4 ประตูตู้แรกของโลก เตาอบไมโครเวฟระบบอัจฉริยะเครื่องแรกของโลกที่แนะขั้นตอนการทำอาหารด้วยไฟกะพริบ รวมทั้งแอลซีดีทีวีที่ให้ภาพคมชัดกว่าเดิม เครื่องเลนดีวีดีสมรรถนะสูง โฮมเธียเตอร์ชุดแรกของโลกที่รองรับการเชื่อมต่อแบบยูเอสบี เป็นต้น

นายอาณัติ กล่าวเสริมว่า กลุ่มสินค้าที่ซัมซุงสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในแง่ปริมาณได้ในปีที่แล้วคือ ทีวีจอแบน มีแชร์ 21% ทีวีพลาสม่า มีแชร์ 26% โปรเจคเตอร์ทีวี มีแชร์ 37% ตู้เย็นไซด์บายไซด์ มีแชร์ 44% และตู้เย็น 2 ประตู มีแชร์ 16% ขณะที่ในปีนี้ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันสินค้าอีก 2 กลุ่มข้าสู่อันดับที่ 1 อีกคือ เครื่องซักผ้าถังเดี่ยวอัติโนมัติ ขณะที่ซัมซุงมีแชร์ 23% อันดับที่หนึ่งคือ แอลจีมีแชร์ 26% อีกกลุ่มคือ ตลาดทีวีแอลซีดี ขณะนี้ซัมซุงอยู่อันดับที่สี่ อันดับที่หนึ่งคือ ฟิลิปส์ รองมาคือชาร์ป

ขณะที่ตลาดรวมและกลุ่มสินค้านั้นจะมีการเติบโตที่แตกต่างกันเช่น ทีวีจอแอลซีดี คาดว่าตลาดรวมจะโต 70% ทีวีจอพลาสม่า ตลาดรวมจะโต 26% เครื่องซักผ้าถังเดี่ยวอัติโนมัติตลาดรวมจะโต 20% ตู้เย็นไซด์บายไซด์ ตลาดรวมจะโต 30% ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทฯเชื่อมั่นว่าปีนี้จะสามารถผลักดันยอดขายเติบโต 20% หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่มีรายได้ประมาณ 7,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากสินค้าดังกล่าวนี้เป็นสัดส่วนรายได้ของบริษัทฯมากกว่า 70%

โดยตั้งงบการตลาดปีนี้ไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยปีนี้จะใช้กลยุทธ์การทำตลาดแบบแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นกลุ่มย่อยตามกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสัมผัสและชื่นชอบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม รวมทั้งมุ่งกิจกรรมทางการตลาดที่สร้างสายสัมพันธ์กับผู้บริโภค นอกจากนั้นแล้วในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกกลางปีนี้ ก็ยังจะเป็นส่วนช่วยให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะโทรทัศน์มีความคึกคักและเติบโตมากกว่า 20% อีกด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us