Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์6 กุมภาพันธ์ 2549
'GFA' ปรับกลยุทธ์รุกแฟรนไชส์ ปั้น 3 แบรนด์น้องใหม่เจาะตลาดไทย             
 


   
search resources

Franchises
โกลบอล แฟรนชายส์ อาคิเทคส์ (ประเทศไทย), บจก.




ธวัชชัย ทองเจริญ ผู้อำนวยการแฟรนไชส์ บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ให้บริการ 4 แบรนด์หลัก คือ คอฟฟี่ เวิลด์ พิซซ่า คอร์เนอร์ นิวยอร์คเดลี่ และครีมแอนด์ฟัดจ์แฟกตอรี่ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะมีการขยายธุรกิจในลักษณะก้าวกระโดด โดยจะมีการขยายสาขาทั้ง 4 แบรนด์ไม่ต่ำกว่า 50% จากสาขาเดิมที่มีอยู่ทั้งหมด 73 สาขาหรือประมาณ 35% เพื่อให้ครบ 100 สาขาในปีนี้ โดยจะเน้นการขยายใน 3 แบรนด์หลัก คือพิซซ่า คอร์เนอร์ นิวยอร์คเดลี่ และครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ ซึ่งใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากปีที่ผ่านมาบริษัทเน้นแต่การขยายสาขาของคอฟฟี่เวิล์ดเป็นหลัก

นอกจากนี้จะมีการปรับสาขาแฟรนไชส์กับสาขาของบริษัทให้อยู่ในสัดส่วน 60 ต่อ 40 ต่อไป ส่วนการเปิดสาขาที่หัวหิน วิลเลจ นี้ที่มีทั้ง 4 แบรนด์เข้าไปเปิดในพื้นที่เดียวกันนั้น ที่ผ่านมาสาขาดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

โดยปัจจัยที่คาดว่าจะทำให้นักลงทุนหันมาซื้อแฟรนไชส์ของบริษัทก็เนื่องจากการนำเสนอแพคเกจที่ดี และความพร้อมในการเข้าไปดูแลที่เริ่มตั้งแต่ต้นจนแฟรนไชซีสามารถประกอบธุรกิจได้ โดยบริษัทจะเข้าไปช่วยตั้งแต่การหาโลเกชั่น หาพนักงาน การฝึกอบรม และการออกแบบตกแต่งร้าน

สำหรับเงินลงทุนทั้ง 4 ธุรกิจของบริษัท แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ คอฟฟี่เวิล์ด พิซซ่า คอร์เนอร์ และนิวยอร์คเดลี่จะลงทุนที่ 2 ล้านบาท เป็นค่าแฟรนไชฟี 6 แสนบาท ค่าอุปกรณ์ 6 แสนบาทและค่าตกแต่งสำหรับพื้นที่ 60 ตารางเมตร 8 แสนบาท ส่วนครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ เงินลงทุนอยู่ที่ 2.8-3 ล้านบาท เป็นค่าแฟรนไชฟี 8 แสนบาท ค่าอุปกรณ์ 1 ล้านบาท ส่วนค่าตกแต่งอยู่ที่ 8 แสน-1 ล้านบาทสำหรับพื้นที่ 60-100 ตารางเมตร โดยทุกแบรนด์และทุกสาขาจะต้องเสียค่ารอโยตี้ฟี 6% และมาร์เก็ตติ้งฟี 2%

ปัจจุบันคอฟฟี่ เวิลด์มีสาขา 60 สาขาเป็นของบริษัทเอง 21 และแฟรนไชส์ 39 สาขา พิซซ่า คอร์นเนอร์มี 6 สาขาเป็นของบริษัท 5 สาขา และแฟรนไชส์1 สาขา นิวยอร์ค เดลี่มี 4 สาขาเป็นของบริษัททั้งหมด และร้านครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ มี 2 สาขาเป็นของบริษัททั้งหมดโดยอยู่ที่สยามพารากอน และหัวหิน วิลเลจ สำหรับการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้จะมีการเปิดครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ และคอฟฟี่เวิล์ด อย่างละ 2 สาขาที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเปิดครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ ที่ฟิวเจอร์รังสิตโดยสาขาดังกล่าวจะใช้พื้นที่มากถึง 150 ตารางเมตร ด้านการทำตลาดทั้ง 4 แบรนด์ในปีนี้จะเน้นการทำมาร์เก็ตติ้งแบบโลเคิลแบรนด์ตามแต่ละสาขา และการทำเดลิเวอรี่

นอกจากนี้ ภายในปีนี้บริษัทจะมีการออกแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์โดยจะจำหน่ายสินค้าประเภทขนมซึ่งจะไปขยายแฟรนไชส์ที่ต่างประเทศก่อน เนื่องจากขนมดังกล่าวในไทยมีจำหน่ายอยู่แล้ว

ด้านการขยายสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศปีนี้บริษัทจะมีการขยายสาขาต่างประเทศค่อนข้างมาก เพื่อให้ครบ 1,000 สาขาภายใน 5 ปีข้างหน้าโดย 250 สาขาจะอยู่ในไทย

ด้าน อาร์โนลด์ ดาร์เกสส์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์เดอะครีมแอนด์ฟัดจ์แฟกเตอรี่ กล่าวว่า ครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ เป็นไอศกรีมซุปเปอร์พรีเมี่ยมที่พร้อมนำเสนอแนวคิดใหม่ที่ผสมสานความสนุกแปลกใหม่ให้กับไอศกรีมด้วยรูปแบบมิกซ์อินที่สามารถเลือกไอศกรีมรสโปรดและท็อปปิ้งต่างๆ ได้ตามใจชอบ ซึ่งรูปแบบของไอศกรีมดังกล่าวเป็นการนำเทรนด์ของไอศกรีมที่ได้รับความนิยมมากว่า 5 ปีจากอเมริกาเข้ามาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของบริษัท

สำหรับการแข่งขันของตลาดไอศกรีมในระดับเดียวกับครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ นั้นตนมองว่ามีคู่แข่งอยู่น้อยราย แต่จะมีคู่แข่งโดยอ้อมมากกว่าซึ่งไอศกรีมที่เป็นคู่แข่งโดยอ้อมเหล่านั้นปัจจุบัน Life Cycle ของไอศกรีมเหล่านี้เข้าสู่ตลาดไทยมาเป็นเวลาสิบกว่าปีทำให้ผู้บริโภคทานเมนูที่มีอยู่หมดแล้วในขณะที่ถ้าเป็นครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ ผู้บริโภคสามารถผสมผสานเมนูเองได้จึงเกิดความหลากหลายในการทาน เพราะมีไอศกรีมถึง 20 รสชาติ และ 31 ท็อปปิ้ง โดยบริษัทจะเน้นแต่ท็อปปิ้งที่มีคุณภาพ

ด้านการขายแฟรนไชส์ครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ นั้นที่ผ่านมามีผู้สนใจจะลงทุนจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ไม่สูงหากเทียบกับแบรนด์อื่น และยังคืนทุนได้เร็วในเวลา 2-3 ปี ซึ่งนักลงทุนที่เข้ามาติดต่อเป็นผู้ที่เคยเปิดแบรนด์อื่นของบริษัทมาก่อน โดยปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าการขยายสาขาครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ ไว้ที่ 12 สาขาเป็นสาขาแฟรนไชส์และสาขาบริษัทครึ่งต่อครึ่ง สำหรับโลเกชั่นในการเปิดครีมแอนด์ฟัดจ์ฯ จะเน้นแต่โลโกชั่นระดับบนเท่านั้น เช่น ชิดลม ลาดพร้าว สุขุมวิท สีลม สมุย พัทยา และเชียงใหม่ ฯลฯ เนื่องจากเน้นการจำหน่ายไปยังกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกขึ้นไป ซึ่งก็ยังพอมีพื้นที่   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us