|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แม้ว่านักการตลาดในต่างประเทศจะรู้ว่าตนได้ใช้เรื่องของสุขภาพเป็นตัวกระตุ้นในการสนใจซื้อสินค้าประเภทดุแลสุขภาพมานานระยะหนึ่งแล้ว แต่ผลการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ยังคงชี้ว่าเรื่องของสุขภาพยังไม่ใช่เรื่องเชย หรือล้าสมัยแต่อย่างใด
ผู้บริโภคเกือบทุกตลาดทั่วโลกทุกวันนี้ ยังคงเห็นในแนวทางเดียวกันว่า สุขภาพยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการจำหน่ายอาหารเสริมประเภทแท่ง เพราะยังคงทำให้อัตราการเติบโตของยอดการจำหน่ายมีไม่น้อยกว่า 9.9% ในระยะอีก 2-3 ปีที่จะถึงนี้
การสำรวจการตลาดต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ โดยมาร์เก็ต รีเสิร์ช ทำให้ผู้สำรวจกล้าออกมาทำนายว่า ยอดการจำหน่ายปลีกของอาหารเสริมสุขภาพประเภทแท่งจะก้าวไปถึง 5.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2010 นี้
สำหรับตลาดอาหารเสริมสุขภาพในขณะนี้ อาจกล่าวได้ว่า สามารถแยกออกไปได้ราว 4 กลุ่มด้วยกัน คือกลุ่มแรก กลุ่มกราโนล่า บาร์กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่มีส่วนผสมที่ได้รับการยอมรับว่าดีต่อสุขภาพ กลุ่มที่สาม อาหารประเภทซีเรียล อาหารเช้าแบบใหม่ หรือ ขนมขบเคี้ยว กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มขนมขบเคี้ยวประเภทที่ทำมาจากข้าว
อย่างไรก็ตาม อาหารทั้ง 4 กลุ่มนี้ กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการจำหน่ายส่วนใหญ่ มักจะพุ่งเป้าหมายไปที่ 2 ปัจจัยหลักคือ สุขภาพ และความสะดวกสบายของการบริโภคแม้ว่าจะมีสินค้าประเภทอาหารเสริมสุขภาพเป็นแท่ง จำหน่ายในตลาดอยู่ไม่น้อยแล้วก็ตาม แต่ยังพบว่ามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติมในตลาดอยู่เนือง ๆ โดยพยายามโฆษณาชวนเชื่อให้เห็นว่ามีส่วนผสมที่ทรงคุณค่าอย่างนั้น อย่างนี้ผสมอยู่ นับตั้งแต่ ระดับน้ำตาลที่มีน้อยมากจนไม่น่าวิตก ไปจนถึงการเพิ่มระดับแคลเซี่ยมสูงเพื่อเสริมผู้บริโภคที่เริ่มสูงอายุ
อาจกล่าวได้ว่า โดยรวมแล้วนักการตลาดประสบความสำเร็จในการเข้าถึงตลาดกลุ่มนี้อย่างมาก เพราะสามารถเร่งอัตราการเติบโตของยอดการจำหน่ายขึ้นไปได้ถึง 15.45% เมื่อปี 2002 และราวปี 2004 อัตราการเติบโตได้ตกลงมาเหลือเพียง 1.41% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการออกมาโปรโมตเกี่ยวกับการการดำเนินชีวิตแบบคาร์โบไฮเดรทต่ำแทน
การปรับสมดุลของการดำเนินชีวิตประจำวัน มาให้ความสำคัญกับการลดระดับคาร์โบไฮเดรททำให้สินค้ากลุ่มฮัตคินส์ นูทริชั่นแนลส์ ต้องประสบกับความล้มเหลวทางธุรกิจถึงขั้นปกป้องตนเองจากกฎหมายล้มละลายเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
กระนั้นก็ตาม ผลการจำหน่ายโดยรวมเมื่อปี 2005 ที่ผ่านมา ของอาหารเสริมประเภทแท่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้เนื่องมาจากผลกระทบของการนิยมอาหารคาร์โบไฮเดรทต่ำ โดยรวมขึ้นมาจากเดิม
ส่วนหนึ่งของสินค้าที่กระตุ้นตลาดส่วนนี้ น่าจะเป็นแท่งอาหารเสริมแบบกราโบล่าที่มีคาร์โบไฮเดรทมากขึ้น ไม่ใช่ต่ำสุดขั้วแบบเดิม เพียงแต่ระดับคาร์โบไฮเดรทลดลงไปกว่าชีวิตปกติ ที่คาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น เป็น 33.35% จาก 29.90% แทนตลาดเดิมของกลุ่มที่เติมสารสมุนไพรลงไป ที่แต่เดิมเคยมีสัดส่วนครองตลาดกว่า 36.14%
นอกจากนั้น กลุ่มอาหารจำพวกธัญพืช ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ล้วนๆ ดูเหมือนจะยังเป็นสินค้าที่ยังได้รับความนิยมในตลาดสหรัฐฯอย่างมากมาย
สำหรับนักการตลาดในธุรกิจนี้ ดูเหมือนว่าส่วนหนึ่งจะพยายามที่จะโปรโมตอาหารแท่งที่เน้นการช่วยเหลือในการควบคุมสุขภาพที่มีต้นตอมาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะทาง แทนการเหมารวมมากขึ้น อย่างเช่น การเพิ่มโปรตีนถั่วเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัย และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลสำหรับผู้ที่มีปัญหาเป็นโรเบาหวาน เป็นต้น
แต่พื้นฐานของกิเลสมนุษย์ ยังต้องการการปรับแก้ไขต่อไป เพราะหากอาหารนั้นมีรสชาติไม่เอาไหน ก็คงขายไม่ออกง่ายๆ ต่อให้ดีและเลิศต่อสุขภาพมากน้อยขนาดไหนก็ตาม ซึ่งจุดนี้ยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ตามแก้ไขกันมาหลายปีแล้ว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุของการที่กิจการต่างๆ ต้องล้มหายตายจากไปจากวงการตลาดในที่สุด
นักการตลาดที่จะประสบความสำเร็จในตลาดอ้างอิงสุขภาพจึงยังต้องแสวงหาสิ่งที่เป็นความต้องการและคุณค่าที่มากขึ้นสำหรับผู้บริโภคเป้าหมายของตนต่อไป และก้าวจากจุดของอาหารเสริมไปสู่ การเป็น “ อัลติเมท คอนวีเนียน ฟูดส์” ให้ได้ในที่สุด
|
|
 |
|
|