|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
อิเซตันขยับตัวครั้งใหญ่หลังจากเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยกว่า 13 ปี แต่ไม่เคยมีการปรับปรุงห้าง จนปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกตั้งแต่ย่านปทุมวันมาถึงราชประสงค์ยาวไปถึงพร้อมพงษ์ ต่างมีการขับเขี้ยวกันอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะห้างค้าปลีกของไทยไม่ว่าจะเป็นค่ายเซ็นทรัลที่มีห้างเซ็นทรัลชิดลม และเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนค่ายเดอะมอลล์ก็มีสยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรี่ยม ซึ่งบรรดาห้างต่างชาติต่างก็ยอมรับว่าธุรกิจค้าปลีกโลคอลในประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง โดยอิเซตัน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าจากญี่ปุ่นก็ยอมรับกับสถานการณ์ดังกล่าว
การเปิดตัวของสยามพารากอนทำให้อิเซตันเสียลูกค้าไปกว่า 10% แม้ว่าวันนี้ลูกค้าจะกลับเข้ามาเหมือนเดิมก็ตามแต่ก็ทำให้อิเซตันไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ดังนั้นในปีนี้ทางห้างจึงมีแผนที่จะรุกตลาดมากขึ้น โดยพยายามสร้างจุดขายให้เด่นชัดขึ้นในเรื่องของการเป็นศูนย์รวมแฟชั่น แหล่งสินค้าคุณภาพดี เฮลธตี้ฟู้ด และการเป็นเจแปนนีสสไตล์ ทั้งนี้เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งโดยเฉพาะสยามพารากอนที่ชูความเป็นอินเตอร์
"แม้ว่าช่วงนี้ผู้บริโภคในประเทศไทยจะอินกับกระแสเกาหลี แต่ลูกค้าที่เป็นคอญี่ปุ่นจริงๆก็ยังแวะเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เราเป็นห้างญี่ปุ่น ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่นได้อย่างดี แต่กระแสเกาหลีที่บูมอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถต่อยอดได้มากนักเนื่องจากประเทศไทยไม่มีห้างเกาหลีที่จะมาตอบโจทย์ให้กับผู้บริโภคได้" เคน โคบายาชิ กรรมการและผู้จัดการฝ่ายบริหารงานบริการและจัดซื้อ อิเซตัน (ประเทศไทย) กล่าว
ปีนี้อิเซตันประกาศว่าจะนำสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นมาจำหน่ายมากขึ้นจากเดิมสัดส่วนสินค้าญี่ปุ่นมี 10% ก็จะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในขณะที่แผนกซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะมีสินค้าญี่ปุ่นมากถึง 20%
นอกจากนี้ทางห้างยังจะมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับญี่ปุ่นมากขึ้นล่าสุดมีการจัดงานเทศกาลอาหารญี่ปุ่นเมืองอาโอโมริ ซึ่งปกติทางห้างจะจัดงานใหญ่ปีละ 2 ครั้ง แต่ในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมใหญ่มากกว่า 3 ครั้ง เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งปกติแล้วเวลาที่มีการจัดงานก็จะสามารถสร้างยอดขายให้กับห้างเพิ่มขึ้น 40%
ทั้งนี้การที่อิเซตันสามารถสร้างฐานลูกค้าประจำได้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทำ CRM กับลูกค้าโดยปัจจุบันอิเซตันมีสมาชิกว่า 30,000 รายที่ถือบัตร ICC (Isetan Credit Card) ซึ่งเป็นบัตรเครดิตที่สามารถซิ้อสินค้าราคาพิเศษในห้าง และบัตร IMC (Isetan Member Card) ซึ่งเป็นบัตรส่วนลดในห้างสามารถใช้ร่วมกับบัตรเครดิตอื่นๆได้ โดยบริษัทตั้งเป้าว่าปีนี้จะสามารถขยายฐานสมาชิกเพิ่มได้ 5,000 ราย
อิเซตันยังมีแผนที่จะรีโนเวตห้างโดยใช้เวลา 3 ปี ในการปรับพื้นที่ห้างทั้งหมดภายใต้คอนเซ็ปต์เจแปนนีสสไตล์ โดยแผนกแรกที่จะมีการปรับก็คือซูเปอร์มาร์เก็ตและเครื่องแต่งกายสตรีซึ่งหลังจากการปรับปรุงห้างเสร็จสิ้นคาดว่าจะทำให้แผนกทั้ง 2 มียอดขายเติบโต 30% แต่ถ้าคิดเป็นการเติบโตของทั้งห้างจะมีสูงประมาณ 8%
ปัจจุบันอิเซตันมีลูค้ามาใช้บริการ 18,000 คนในวันธรรมดา และ 25,000 คนในวันหยุด โดยมีการใช้จ่ายต่อหัวประมาณ 1,000 กว่าบาท ซึ่งภายหลังการปรับปรุงห้างคาดว่าจะมีการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มสูงขึ้น 30% ทั้งนี้ลูกค้ากว่า 60% เป็นคนไทย ในขณะที่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นมี 25% ที่เหลือ 15% เป็นลูกค้าจากชาติอื่นๆ
|
|
 |
|
|