|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กิตติรัตน์ระบุความผันผวนหุ้น "เอสซี แอสเสท" เกือบต้องใช้มาตรการห้าม "เน็ตฯ-มาร์จิ้น" เผยการใช้มาตรการห้ามซื้อขายต้องพบบุคคลหรือกลุ่มบุคคลพยายามควบคุมราคา ระบุเหตุผลที่ไม่ให้ชี้แจงข่าวลือเพราะไม่มีการระบุเฉพาะเจาะจง พร้อมวอน "ประชัย" ยอมลาออกเพราะ ทำให้พนักงานอดหุ้นอีสป
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขายที่ร้อนแรงของหุ้น บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ มีการติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่าในช่วงที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์เกือบที่จะต้องมีการใช้มาตรการการห้ามซื้อขายในลักษณะหักกลบราคาค่าซื้อกับราคาค่าขายหลักทรัพย์เดียวกันในวันเดียวกัน (Net Settlement) และห้ามสมาชิกให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Trading) เนื่องจากความผันผวนเกือบถึงช่วงที่ต้องมีการใช้มาตรการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาหุ้นจะเริ่มมีการปรับลดลงแต่ก็ไม่ได้แสดงว่าช่อง ห่างระหว่างการบังคับใช้มาตรการจะห่างขึ้น เนื่องจากการตรวจสอบดูแลจะต้องมีการพิจารณาจากหลายเรื่องโดยจุดสำคัญคือความผันผวนในช่วงเวลาที่กำหนด
"การให้ข้อมูลหรือรายละเอียดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนซึ่งอาจจะส่งผลต่อราคาของหุ้นบริษัท ตลท.จึงต้องมีความระมัดระวังในการให้ข้อมูลและจำเป็นต้องให้ข้อมูลในช่วงที่ไม่มีการซื้อขายหุ้นแล้ว" นายกิตติรัตน์กล่าว
สำหรับมาตรการที่รุนแรง ขึ้นคือการสั่งห้ามทำการซื้อขาย หุ้นบริษัทจดทะเบียน นอกเหนือจากความผันผวนของราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขาย ตลาด หลักทรัพย์ฯจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่มีพฤติกรรมที่ต้องการควบคุมราคาหุ้นบริษัทนั้นๆ ซึ่งในกรณีหุ้นบมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ยังไม่พบการควบคุมราคา ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนักลงทุนอาจจะไม่สามารถรู้ได้ หรือรู้ได้ยาก ซึ่งนักลงทุนก็จะต้องมีความระมัดระวังในการที่จะเข้าลงทุนในหุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่ง"ตลท.มีการตั้งคณะอนุกรรมการในการเข้ามาตรวจสอบ ในเรื่องการซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อพบความผิดปกติก็จะมีการรายงานเพื่อให้มีการออกมาตรการเพื่อเข้ามาควบคุมอยู่แล้ว" นายกิตติรัตน์กล่าว
ในส่วนของเรื่องกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นกับบริษัทในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯคงให้มีการชี้แจง ในทุกเรื่องที่เป็นข่าวลือไม่ได้ แต่หากมีการระบุเฉพาะเจาะจงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเราถึงจะให้มีการชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ได้ต้องการให้มีการชี้แจงในทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากจะทำให้ต้องมีการชี้แจงในเรื่องต่างๆ จำนวนมากไป
"ผมยืนยันไม่มีหุ้นตัวไหนที่มีสิทธิพิเศษในกรณีต่างๆ ลองนำข้อมูลที่เกิดขึ้นมาเปรียบเทียบกับหุ้นบริษัทที่เราเคยมีการใช้มาตรการ ต่างๆ ก็ได้" นายกิตติรัตน์กล่าว
ด้านความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น SC วานนี้(1 ก.พ.) ราคาปิดที่ 20.20 บาท ลดลง 1.20 บาท หรือ 5.61% มูลค่าการซื้อขาย 605.37 ล้านบาท
นายกิตติรัตน์กล่าวอีกว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดในการพิจารณาการย้ายกลับมาซื้อขายใน หมวดปกติของบริษัท อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPI ในเรื่องของข้อบังคับต่างๆ รวมถึงประเด็นในเรื่องคุณสมบัติของผู้บริหาร คือ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ซึ่งถูกกล่าวโทษจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งที่ผ่านมานายประชัยก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำความผิด ตลาดหลักทรัพย์ก็ตอบว่าท่านไม่ทำผิด แต่เมื่อถูกกล่าวโทษจาก ก.ล.ต. ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งหากไม่ออกก็จะผิดข้อบังคับของตลาดฯ รวมถึงการที่นายประชัยไม่ลาออก ก็จะส่งผลกระทบต่อพนักงานที่ ไม่สามารถรับหุ้นสามัญเพิ่มทุน (ESOP)
"ตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้อง มีการดูข้อบังคับอย่างจริงจังในเรื่องการย้ายกลับสู่หมวดปกติของหุ้น TPI เพราะขณะนี้ก็มีประเด็นในเรื่อง TPI ไม่สามารถออกหุ้นอีสปให้กับพนักงานได้ เนื่องจาก ก.ล.ต.ไม่อนุมัติ เพราะผู้บริหารของบริษัท คือ นายประชัยยังไม่พ้นจากตำแหน่งจากที่ได้ถูกกล่าวโทษ"
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีการอนุมัติให้บริษัทอยู่ในรีแฮบโกย้ายกลับมาซื้อ ขายหมวดปกติ คือ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน และมีบริษัทหรือผู้เกี่ยวข้องร้องขอมาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากตามแนวทางแล้วในสายตาของตลาดหลักทรัพย์ฯมองว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนแต่สายตาคนอื่นอาจมองว่าไม่ครบถ้วน ดังนั้นจึงต้องรอให้บริษัทมีการร้องขอที่จะออกจากหมวดรีแฮบโก
อย่างไรก็ตาม การร้องขอให้ออกจากรีแฮบโกนั้นไม่จำเป็นที่จะเป็นบริษัทอาจจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง กับบริษัท เช่น ผู้ถือหุ้นต้องการ ให้ออกได้ ซึ่ง TPI ก็มีผู้ถือหุ้น เดิมได้มีการร้องขอให้ออก ตลาดหลักทรัพย์ฯก็สามารถที่จะอนุมัติให้ออกได้
สำหรับที่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯยังไม่มีการอนุมัติให้ออกจากรีแฮบโกเพราะยังเกิดความ ไม่แน่นอนในเรื่องผู้ถือหุ้นซึ่งหากอนุมัติให้ออกจากรีแฮบโกก็อาจจะนำไปสู่การนำสินทรัพย์ออกไปจำหน่ายได้ ดังนั้นจึงต้องให้บริษัทอยู่ในหมวดดังกล่าวต่อไป แต่หากไม่มีความเสี่ยงดังกล่าวก็จะสามารถอนุมัติให้ย้ายกลับสู่หมวดปกติได้
|
|
 |
|
|