Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 กุมภาพันธ์ 2549
ปตท.สผ.กำไร2.3หมื่นล้านจ่ายปันผลหุ้นละ13.50บ.             
 


   
www resources

โฮมเพจ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.)

   
search resources

ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.), บมจ.
Oil and gas




ปตท.สผ. ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 48 เพิ่มอีกหุ้นละ 8 บาท รวมทั้งปี 13.50 บาท หลังโชว์ผลงานกำไรสุทธิกว่า 2.3 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 50% พร้อมออกวอร์แรนต์แจกผู้บริหารและพนักงานฟรีอีก 2.8 ล้านหน่วย อายุ 5 ปี ขณะเดียวกันเพิ่มสภาพคล่องหุ้นด้วยการแตกพาร์จากหุ้นละ 5 บาท เหลือ 1 บาท ด้านราคาหุ้นขานรับข่าวดี บวก 8 บาท มูลค่ารวมกว่า 422 ล้านบาท

นายมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP (ปตท.สผ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2549/245 มีมติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2548 จากเงินได้ปิโตรเลียมให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 13.50 บาท แต่บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกแล้ว ในอัตราหุ้นละ 5.50 บาท เมื่อ 29 สิงหาคม 2548 ทำให้คงเหลือเงินปันผลที่ต้องจ่ายอีกอัตราหุ้นละ 8 บาท

พร้อมกันนี้ บริษัทได้อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (ราคาพาร์) จากเดิมหุ้นละ 5 บาท เหลือหุ้นละ 1 บาทซึ่งจะมีผลทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่บริษัทได้จดทะเบียนไว้เพิ่มขึ้นจาก 664,400,000 หุ้น เป็น 3,322,000,000 หุ้น

จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่สำรองไว้ เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอร์แรนต์) ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่ออกและเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท (ESOP) ตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2545 - 2548 และวอร์แรนต์ที่รอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในปี 2549 เพิ่มจาก 9,467,900 หุ้น เป็น 47,339,500 หุ้น

ขณะเดียวกัน อัตราการส่วนและราคาการใช้สิทธิวอร์แรนต์ตั้งแต่ปี 2545-2548 เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมราคาใช้สิทธิอยู่ที่ 111 บาท 117 บาท 183 บาท และ 278 บาท เป็น 22.20 บาท 23.40 บาท 36.60 บาท และ 55.60 บาท ตามลำดับ ขณะที่อัตราการใช้สิทธิเปลี่ยนจากวอร์แรนต์ 1 หน่วย ต่อ 1 หุ้นสามัญ เป็นวอร์แรนต์ 1 หน่วย ต่อ 5 หุ้นสามัญ

นอกจากนี้ บริษัทจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาการจัดสรรวอร์แรนต์ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานในปี 2549 จำนวน 2.8 ล้านบาท โดยเป็นวอร์แรนต์ชนิดระบุชื่อผู้ถือ และเปลี่ยนมือไม่ได้ อายุ 5 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1 วอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 456 บาท และกำหนดการแปลงสภาพทุก 3 เดือน หากในกรณีที่ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงราคาพาร์จากหุ้นละ 5 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท วอร์แรนต์ที่จะขอออกและเสนอขายจะเปลี่ยนอัตราการใช้สิทธิเป็นวอร์แรนต์ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 5 หุ้น

สำหรับการเสนอขายจะเสนอให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท โดย 2 ล้านหน่วยแรก มาจากการจัดสรรตามโครงการให้พนักงานมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของบริษัท (Employee Stock Ownership Plan หรือ ESOP) ปี 2545 และ อีก 800,000 หน่วยมาจากการจัดสรรตามโครงการให้พนักงานมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของบริษัทฯ ปี 2547 ซึ่ง 2 ล้านหน่วยแรก มาจากจำนวนหุ้นที่ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนไว้แล้วในปี 2545 และอีก 800,000 หุ้นมาจากจำนวนหุ้นที่ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนไว้แล้วในปี 2541

อย่างไรก็ตาม การประกาศจ่ายเงินปันผล การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์ และอื่นๆ ข้างต้น จะต้องผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2549 ที่กำหนดประชุมในวันที่ 5 เมษายน 2549 โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลและเข้าร่วมประชุมวันที่ 16 มีนาคม และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 เมษายน 2549

นายมารุต กล่าวเพิ่มเติมถึง ผลการดำเนินงานประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 23,734.68 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 36.29 บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 15,866.02 ล้านบาท กำไรสุทธิ 24.31 บาท หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 49.59%

สำหรับรายละเอียดของผลการดำเนินงานนั้น บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 69,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,166 ล้านบาท หรือ 44% เมื่อเทียบกับปี 2547 ที่มีรายได้รวม 48,417 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายรวม 27,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,006 ล้านบาท หรือ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายรวม 19,848 ล้านบาท ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย ณ งวดดังกล่าวบริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 143,317 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 71,620 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้น รวม 71,697 ล้านบาท

" ปี 2548 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยวันละ 153,531 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เฉลี่ยวันละ 144,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ขณะที่ PTTEP มีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้ว (Proved Reserve) รวมทุกโครงการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 โดยคิดเป็นปริมาณน้ำมันดิบและคอนเดนเสทประมาณ151 ล้านบาร์เรล และเป็นก๊าซธรรมชาติประมาณ 5,158 พันล้านลูกบาศก์ฟุต หรือรวมทั้งหมดประมาณ 950 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ "

อย่างไรก็ตาม PTTEP และบริษัทย่อย ยังเน้นการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมโดยตรง จึงได้ขายหุ้นหลายบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ พร้อมกับลงทุนเพิ่มในการสำรวจและปิโตรเลียมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการลงนามในสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ )ในโครงการต่างๆ ในปี 2548 แม้บางโครงการที่ดำเนินงานล้าช้ากว่าแผนเดิมบ้างก็ตาม

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (31 ม.ค.) PTTEP มีปริมาณการซื้อขายเข้ามาค่อนข้างหนาแน่น โดยเปิดการซื้อขายที่ราคาสูงสุดที่หุ้นละ 576 บาท ก่อนจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยและลงไปทำราคาต่ำสุดที่ 564 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 572 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 12 บาท หรือ 2.14% ปริมาณการซื้อขายรวม 740,400 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 422.54 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us