ปตท.สผ. ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 48 เพิ่มอีกหุ้นละ 8 บาท รวมทั้งปี 13.50 บาท หลังโชว์ผลงานกำไรสุทธิกว่า 2.3 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 50% พร้อมออกวอร์แรนต์แจกผู้บริหารและพนักงานฟรีอีก 2.8 ล้านหน่วย อายุ 5 ปี ขณะเดียวกันเพิ่มสภาพคล่องหุ้นด้วยการแตกพาร์จากหุ้นละ 5 บาท เหลือ 1 บาท ด้านราคาหุ้นขานรับข่าวดี บวก 8 บาท มูลค่ารวมกว่า 422 ล้านบาท
นายมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP (ปตท.สผ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2549/245 มีมติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2548 จากเงินได้ปิโตรเลียมให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 13.50 บาท แต่บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกแล้ว ในอัตราหุ้นละ 5.50 บาท เมื่อ 29 สิงหาคม 2548 ทำให้คงเหลือเงินปันผลที่ต้องจ่ายอีกอัตราหุ้นละ 8 บาท
พร้อมกันนี้ บริษัทได้อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (ราคาพาร์) จากเดิมหุ้นละ 5 บาท เหลือหุ้นละ 1 บาทซึ่งจะมีผลทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่บริษัทได้จดทะเบียนไว้เพิ่มขึ้นจาก 664,400,000 หุ้น เป็น 3,322,000,000 หุ้น
จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่สำรองไว้ เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอร์แรนต์) ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่ออกและเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท (ESOP) ตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2545 - 2548 และวอร์แรนต์ที่รอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในปี 2549 เพิ่มจาก 9,467,900 หุ้น เป็น 47,339,500 หุ้น
ขณะเดียวกัน อัตราการส่วนและราคาการใช้สิทธิวอร์แรนต์ตั้งแต่ปี 2545-2548 เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมราคาใช้สิทธิอยู่ที่ 111 บาท 117 บาท 183 บาท และ 278 บาท เป็น 22.20 บาท 23.40 บาท 36.60 บาท และ 55.60 บาท ตามลำดับ ขณะที่อัตราการใช้สิทธิเปลี่ยนจากวอร์แรนต์ 1 หน่วย ต่อ 1 หุ้นสามัญ เป็นวอร์แรนต์ 1 หน่วย ต่อ 5 หุ้นสามัญ
นอกจากนี้ บริษัทจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาการจัดสรรวอร์แรนต์ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานในปี 2549 จำนวน 2.8 ล้านบาท โดยเป็นวอร์แรนต์ชนิดระบุชื่อผู้ถือ และเปลี่ยนมือไม่ได้ อายุ 5 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1 วอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 456 บาท และกำหนดการแปลงสภาพทุก 3 เดือน หากในกรณีที่ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงราคาพาร์จากหุ้นละ 5 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท วอร์แรนต์ที่จะขอออกและเสนอขายจะเปลี่ยนอัตราการใช้สิทธิเป็นวอร์แรนต์ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 5 หุ้น
สำหรับการเสนอขายจะเสนอให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท โดย 2 ล้านหน่วยแรก มาจากการจัดสรรตามโครงการให้พนักงานมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของบริษัท (Employee Stock Ownership Plan หรือ ESOP) ปี 2545 และ อีก 800,000 หน่วยมาจากการจัดสรรตามโครงการให้พนักงานมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของบริษัทฯ ปี 2547 ซึ่ง 2 ล้านหน่วยแรก มาจากจำนวนหุ้นที่ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนไว้แล้วในปี 2545 และอีก 800,000 หุ้นมาจากจำนวนหุ้นที่ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนไว้แล้วในปี 2541
อย่างไรก็ตาม การประกาศจ่ายเงินปันผล การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์ และอื่นๆ ข้างต้น จะต้องผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2549 ที่กำหนดประชุมในวันที่ 5 เมษายน 2549 โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลและเข้าร่วมประชุมวันที่ 16 มีนาคม และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 เมษายน 2549
นายมารุต กล่าวเพิ่มเติมถึง ผลการดำเนินงานประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 23,734.68 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 36.29 บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 15,866.02 ล้านบาท กำไรสุทธิ 24.31 บาท หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 49.59%
สำหรับรายละเอียดของผลการดำเนินงานนั้น บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 69,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,166 ล้านบาท หรือ 44% เมื่อเทียบกับปี 2547 ที่มีรายได้รวม 48,417 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายรวม 27,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,006 ล้านบาท หรือ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายรวม 19,848 ล้านบาท ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย ณ งวดดังกล่าวบริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 143,317 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 71,620 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้น รวม 71,697 ล้านบาท
" ปี 2548 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยวันละ 153,531 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เฉลี่ยวันละ 144,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ขณะที่ PTTEP มีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้ว (Proved Reserve) รวมทุกโครงการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 โดยคิดเป็นปริมาณน้ำมันดิบและคอนเดนเสทประมาณ151 ล้านบาร์เรล และเป็นก๊าซธรรมชาติประมาณ 5,158 พันล้านลูกบาศก์ฟุต หรือรวมทั้งหมดประมาณ 950 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ "
อย่างไรก็ตาม PTTEP และบริษัทย่อย ยังเน้นการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมโดยตรง จึงได้ขายหุ้นหลายบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ พร้อมกับลงทุนเพิ่มในการสำรวจและปิโตรเลียมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการลงนามในสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ )ในโครงการต่างๆ ในปี 2548 แม้บางโครงการที่ดำเนินงานล้าช้ากว่าแผนเดิมบ้างก็ตาม
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (31 ม.ค.) PTTEP มีปริมาณการซื้อขายเข้ามาค่อนข้างหนาแน่น โดยเปิดการซื้อขายที่ราคาสูงสุดที่หุ้นละ 576 บาท ก่อนจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยและลงไปทำราคาต่ำสุดที่ 564 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 572 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 12 บาท หรือ 2.14% ปริมาณการซื้อขายรวม 740,400 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 422.54 ล้านบาท
|