Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน31 มกราคม 2549
‘ว่องกุศลจิต’ ขายหุ้นยูไนเต็ด25.43% เอพีเอฟฯตั้งโต๊ะซื้อหุ้น8.04 บาท             
 


   
www resources

โฮมเพจ ยูไนเต็ด,บล.

   
search resources

ยูไนเต็ด,บล.
Stock Exchange




บริษัทเอ.พี.เอฟ โฮลดิ้งส์เข้าซื้อหุ้นบล.ยูไนเต็ดจากกลุ่มตระกูลว่องกุศลกิจ 25.43% เตรียมเริ่มทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์กลาง ก.พ.นี้ในราคาหุ้นละ 8.04 บาท เผยไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงการบริหารงาน หวังดึงเม็ดเงินทุนจากญี่ปุ่นเข้ามา สนับสนุนธุรกิจหลักทรัพย์ ยืนยันไม่มี การนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะที่ที่ปรึกษาทางการเงินประเมินจะใช้เงินในการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ กว่า 1 พันล้านบาท

นายกุลวัฒน์ เจนวัฒนวิทย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) (US) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2549 ที่ผ่านมากลุ่มตระกูลว่องกุศลกิจได้ขายหุ้น บล.ยูไนเต็ดให้กับบริษัท เอ.พี.เอฟ.โฮลดิ้งส์ จำกัดโดยเป็นการตกลงซื้อขายรายการใหญ่(บิ๊กล็อต) จำนวน 42.92 ล้านหุ้นหรือ 25.43% ของทุนที่เรียกชำระแล้วของบริษัทในราคาหุ้นละ 8.04 บาท โดยกลุ่มตระกูล ว่องกุศลกิจที่ขายหุ้น 5 รายได้แก่บริษัท ยูฟินเวส, บริษัททีเอ็มอีแคปปิตอล, บริษัทซิตี้ โฮลดิ้งส์, บริษัททาวน์ โฮลดิ้งส์และนายวิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ

ทั้งนี้ สาเหตุที่กลุ่มว่องกุศลกิจขายหุ้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากเรื่องของ ราคาหรือเงินที่จะได้รับ แต่เห็นว่าเมื่อ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาบริหารแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่, บริษัทและพนักงานของบริษัทเนื่องจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่นั้นมี ความต้องการที่จะเข้ามาลงทุนระยะยาว รวมถึงได้มองว่าภายในอนาคตธุรกิจหลักทรัพย์จะมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

ดังนั้น บริษัทจึงต้องเตรียมความ พร้อมที่จะรองรับนอกจากนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ก็ไม่ใช่ธุรกิจหลักของกลุ่มตระกูลว่องกุศลกิจแต่อย่างใด

นายกุลวัฒน์กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัททำให้กรรมการบางส่วนได้ยื่นลาออกซึ่งประกอบด้วยนายวิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ, นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ, นาง วิไลวรรณ ตันติธรรม และตนเองและได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่คือ นาย มิทซิจิ โคโนชิตะซึ่งจะเข้ามาเป็นประธาน กรรมการ, นายทัตซิยะ โคโนชิตะ เข้า มาเป็นประธานกรรมการบริหาร,นายเเจเรมี คิม ซาน เหลียวเป็นกรรมการ และเข้ามาดูแลในด้านวาณิชธนกิจและมีนายโอซามุ ชิเกมัทซึเข้ามาเป็นกรรมการอีกคนซึ่งกรรมการใหม่ดังกล่าว จะเข้าแทนกรรมการที่ลาออกไป

ในส่วนของธุรกิจหลักทรัพย์นั้น ยังเป็นนางสาวสุดธิดา จิระพัฒน์สกุล เป็นผู้ดูแลเหมือนเดิม ส่วนตนเองหลังจากลาออกจากกรรมการบริษัทแล้วก็จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับคณะกรรมการบริษัทแทน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการ แต่ในแง่ของการบริหารงานก็ยังเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

"กลุ่มตระกูลว่องกุศลกิจถือได้ว่าเป็นผู้ก่อตั้งบล.ยูไนเต็ดขึ้นมาซึ่งใน ช่วง 8 ปีที่ผ่านมานั้นก็ได้มีกลุ่มที่เข้ามา ติดต่อเพื่อที่จะซื้อหุ้นบล.ยูไนเต็ดอยู่ ตลอดเวลา แต่ที่ตัดสินใจให้กับบริษัท เอ.พี.เอฟ.โฮลดิ้งส์ เพราะเห็นว่าจะเกิด ประโยชน์กับทุกฝ่าย" นายกุลวัฒน์กล่าว
นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอ.พี.เอฟ.โฮลดิ้งส์ จำกัด เปิดเผยว่า สาเหตุที่สนใจเข้ามาลงทุนในบล.ยูไนเต็ดเพราะเห็นว่าประเทศไทยมีความน่าสนใจลงทุนมาก ประกอบกับค่าพี/อี เรโชของตลาดหุ้น ไทยอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าพี/อี เรโชของตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่สูงกว่ามากและหลังจากทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์แล้ว ก็ยังมีแผนที่จะให้บล.ยูไนเต็ดเป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯเหมือนเดิม

ทั้งนี้ การที่บริษัทเอ.พี.เอฟ.โฮลดิ้งส์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบล.ยูไนเต็ด เชื่อว่าจะช่วยทำให้เกื้อหนุนธุรกิจได้โดยเฉพาะการดึงเงินทุนจากญีปุ่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพราะขณะนี้ก็มีนักลงทุนญี่ปุ่นสนใจที่จะเข้ามาลงทุน ในประเทศเป็นจำนวนมากซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มาร์เกตแชร์ของบล.ยูไนเต็ดสูงขึ้นได้ในอนาคตจากปัจจุบันที่บล. ยูไนเต็ดมีมาร์เกตแชร์ประมาณ 1% เศษ

สำหรับบริษัทเอ.พี.เอฟ.โฮลดิ้งส์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2548 โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในกิจการต่างๆ ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และไม่จดทะเบียนและบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทยซึ่งบริษัทเป็นหนึ่งในบริษัทในกลุ่ม ของ Asia Partnership Fund ซึ่งเป็น บริษัทบริหารกองทุนส่วนบุคคลจัดตั้ง เพื่อการลงทุนระยะยาวในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศต่างๆในทวีปเอเซีย โดยโครง สร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทเอ.พี.เอฟ โฮลดิ้งส์นั้นจะมีบริษัทซันวา เวิลด์ เซอร์วิสซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของคนไทยถือหุ้น 51% ที่เหลือเป็นผู้ลงทุนจากญี่ปุ่น

นายยรรยง ตันติวิรมานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบเคอร์ทิลลิ่ เอฟ เอ เอส(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทเอ.พี.เอฟ.โอลดิ้งส์เข้ามาถือหุ้นในบล.ยูไนเต็ดเกินกว่า 25% ดังนั้น ตาม เกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)จะต้องทำคำเสนอซื้อ(เทนเดอร์- ออฟเฟอร์) จากผู้ถือหุ้นรายย่อยที่เหลือ ทั้งหมดของบริษัทจำนวน 125.89 ล้าน หุ้นหรือ 74.57% โดยจะรับซื้อประมาณ กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2549 เป็นเวลา 45 วันทำการ ในราคาหุ้นละ 8.04 บาทโดยจะมีบล.กสิกรไทยเป็น ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ และ คาดว่าต้องใช้เงินประมาณ 1 พันล้านบาทเศษ ในการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ โดยเงินจะนำมาจากการกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ

ทั้งนี้ การที่บริษัทเอ.พี.เอฟโฮลดิ้งส์ เข้ามาถือหุ้นในครั้งนี้จะไม่ติดไซเลนต์ พีเรียด แต่อย่างใดแต่บริษัทก็มีแผน ที่จะลงทุนระยะยาวรวมถึงจะต้องระบุ ในแผนงานถึงการระยะเวลาการลงทุน ให้กับก.ล.ต.ได้รับทราบอีกด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us