|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"กิตติรัตน์" เผยผลสรุปสอบหุ้นปั่นไออีซี ตลาดหลักทรัพย์ฯฟันธง 33 นักลงทุนต้องสงสัย ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ ก.ล.ต. ย้ำต้องเข้าใจอำนาจและหน้าที่ของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯในการกำกับดูแล สามารถสั่งห้ามซื้อได้ 7 วันต่อครั้งต่อหุ้นและต่อสถานการณ์ ด้านราคาหุ้น 3 วันหลังเปิดซื้อขายรูดแล้ว 30%
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการสร้างราคาในหลักทรัพย์บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC ว่า หลังจากที่ฝ่ายกำกับการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ได้ตรวจสอบการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทดังกล่าวแล้วมีข้อสรุปว่าพบนักลงทุน 33 รายมีความผิดในฐานสร้างราคาหุ้น
ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งผลของการตรวจสอบอาจจะพบความผิดหรือไม่พบความผิดก็ได้
"เราจะต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเราก็มีหน้าที่จะต้องทำ ไม่ว่ามติของคณะกรรมการก.ล.ต.จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่สำหรับตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 33 รายมีความผิดแน่ๆ"
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯจะไม่เข้าไปกดดันการทำงานของคณะกรรมการก.ล.ต. และพร้อมที่จะเคารพในคำตัดสินที่จะเกิดขึ้น
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับความเสียหายของนักลงทุนที่เกิดจากการสั่งห้ามซื้อขายเป็นเวลา 5 วันทำการหากการตรวจสอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต.ระบุไม่พบความผิดในเรื่องดังกล่าวนักลงทุนจะต้องเข้าใจในหน้าที่และอำนาจของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการสั่งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมีการกำหนดอย่างชัดเจนในระเบียบ แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมายังไม่เคยมีผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใดเคยใช้อำนาจในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ ระเบียบได้มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์สามารถสั่งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่งได้ 7 วันทำการต่อครั้งต่อหลักทรัพย์และต่อสถานการณ์
นอกจากนี้ การตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างราคาหลักทรัพย์ ที่ผ่านมาหลังจากมีการตรวจสอบจะมีการแจ้งรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งไม่ได้เพียงแค่นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ในอดีตก็รายงานอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ นายสุชาติ เชาว์วิศิษฐ ตลาดหลักทรัพย์ ก็ได้มีการรายงานโดยตลอดมาแต่มีในกรณีการห้ามซื้อขายในลักษณะหักกลบราคาค่าซื้อกับราคาค่าขายหลักทรัพย์เดียวกันในวันเดียวกัน (Net Settlement) และห้ามสมาชิกให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Trading)
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯแจ้งว่า ด้วยในช่วงปลายเดือน ก.ย. 48 ถึงวันที่ 13 ม.ค. 49 การซื้อขายหลักทรัพย์ของ IEC มีการเคลื่อนไหวของปริมาณ ราคา และมูลค่าการซื้อขาย อันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด ซึ่งในเบื้องต้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ตรวจสอบพบว่ามีการซื้อขายหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่อาจเข้าข่ายการสร้างราคาหลักทรัพย์ อันเป็นความผิดตาม พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราวข้อ 5(7) และข้อ 6 จึงสั่งห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ IEC เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 5 วันทำการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 20 ม.ค. 49
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น IEC ภายหลังที่ตลาดหลักทรัพย์ให้กลับมาซื้อขายปกติได้อีกครั้ง โดยราคาเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ก่อนที่จะสั่งห้ามซื้อขาย ปิดที่ 7.40 บาท ก่อนจะปรับลดลงติดต่อกัน 3 วันทำการ โดยราคาล่าสุด ( 245 ม.ค.) ราคาปิดที่ 5.15 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 8.85% มูลค่าการซื้อขาย 525.04 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปรับลดลง 2.25 บาท หรือ 30.40% จากราคาปิดก่อนห้ามซื้อขาย 5 วันทำการ
|
|
 |
|
|