|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ กุมภาพันธ์ 2549
|
 |
จีนยังคงท้าทายความพยายามของสหรัฐฯ และยุโรป ที่ต้องการจะหยุดยั้งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีน
Burberry แบรนด์แฟชั่นหรูของอังกฤษเป็นหนึ่งในบริษัทต่างชาติ 5 แห่งที่กำลังฟ้องร้อง Silk Street Market ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า เป็นตลาดขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอันโด่งดังในกรุงปักกิ่ง และฟ้องร้องผู้ค้า 5 รายในตลาดดังกล่าว รวมทั้งเจ้าของตลาดด้วย ในข้อหาขายสินค้าที่ทำปลอมสินค้าของตน (ส่วนอีก 4 บริษัทคือ Gucci, Chanel, Prada และ Louis Vuitton)
งานนี้ Burberry เรียกร้องค่าเสียหายหลายแสนดอลลาร์ และการเยียวยาความเสียหายในรูปแบบอื่นๆ
Zhang Yongping เจ้าของ Silk Market ยืนยันว่า เขาบริสุทธิ์ และไม่เคยอนุญาตให้มีการขายสินค้าปลอมในตลาดของเขา
สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ขายเกลื่อนในตลาดดังกล่าว และท่าทีที่ไม่รับรู้ของเจ้าของตลาด ทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางรายเห็นว่า การต่อสู้กับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีนเป็นเรื่องที่สิ้นหวัง
รัฐบาลและบริษัทชาติตะวันตกต่างรู้สึกผิดหวังอย่างมาก กับการเพิกเฉยของรัฐบาลจีนในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แต่แทนที่จะละความพยายาม ชาติตะวันตกกลับยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้จีนปราบปรามสินค้าปลอมมากขึ้น
ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สหรัฐฯ ได้เริ่มรุกจีนผ่านองค์การการค้าโลก โดยเรียกร้องให้จีนเปิดเผยรายละเอียดนโยบายการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และเปิดเผยข้อมูลการปราบปรามแต่ละกรณีรวมทั้งผลของการปราบปรามภายในสิ้นเดือนมกราคม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสหรัฐฯ จะเพียรพยายามดำเนินการทางกฎหมายต่อการละเมิดสินค้าของสหรัฐฯ ในจีนมานานหลายปี แต่ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีนกลับยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ในการประชุมโต๊ะกลมว่าด้วยการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจัดขึ้นที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงปักกิ่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ระบุว่า บริษัทสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2004 เพียงปีเดียว เนื่องมาจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่เกิดในจีน
แทบไม่มีสิ่งใดที่บริษัทจีนจะไม่ลอกเลียนแบบ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ ภาพยนตร์ เสื้อผ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ การออกแบบชิปคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งยาปฏิชีวนะ หลายปีก่อนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังจำกัดวงอยู่เพียงตลาดภายในประเทศจีน แต่ขณะนี้ จีนถึงกับส่งออกสินค้าที่เกิดจากการขโมยความคิดของคนอื่น และมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตัวเลขจากสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐฯ ระบุว่า มูลค่าสินค้าปลอมที่ถูกส่งออกจากจีนไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 47 ในปี 2004 จากมูลค่าประมาณ 134 ล้านดอลลาร์ในปี 2003 และประมาณร้อยละ 67 ของสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดที่ศุลกากรสหรัฐฯ ยึดได้นั้น มาจากจีน
ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีนมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนที่อื่นใดในโลก เพราะรัฐบาลจีนมีมุมมองที่ไม่เหมือนใครว่า ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่สิทธิส่วนบุคคล หากแต่เป็นสมบัติของชาติ ซ้ำยังส่งเสริมการ "ขอหยิบยืม" เทคโนโลยี (โดยเฉพาะเทคโนโลยีจากต่างประเทศ) เพื่อนำมาสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง
อินเทอร์เน็ตซ้ำเติมให้ปัญหาการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีน ทวีความยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่า นักศึกษาจีนทั่วประเทศสามารถดาวน์โหลดรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดของตะวันตกผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ โดยเชื่อว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะพวกเขาใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัย
การขโมยความคิดคนอื่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทจีนเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคู่แข่งจากตะวันตก ในด้านการคิดค้นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รายงานปี 2003 ของบริษัทบัญชี PriceWaterhouseCoopers ระบุว่า จีนใช้เงินน้อยกว่าร้อยละ 6 ของค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยพัฒนากับการวิจัยขั้นพื้นฐาน ในขณะที่บริษัทสหรัฐฯ ใช้จ่ายในเรื่องเดียวกันนี้ถึงประมาณร้อยละ 19
บริษัทจีนยังทุ่มเทเวลาและเงินไปกับการปรับแก้เทคโนโลยีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เพียงเพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าใบอนุญาต โดยได้รับการสนับสนุนทางอ้อมจากเจ้าหน้าที่ของจีนบางราย ซึ่งระบุว่า ต่างชาติเก็บค่าธรรมเนียมสิทธิบัตรที่ขูดรีดและไม่เป็นธรรม
บริษัทต่างชาติยังคงพยายามจะปกป้องแบรนด์สินค้าของตนในจีนอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม Victor Kho เจ้าหน้าที่สอบสวนของฮ่องกง ซึ่งช่วยประสานงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่บริษัทต่างชาติอย่างเช่น Mercedes และ Ford ชี้ว่า การปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีน มีความคืบหน้าแต่คงจะไม่ทันใจต่างชาติ เพราะมีคนจำนวนมากในจีนที่ต้องการรวยลัด และการลอกเลียนแบบสินค้าก็เป็นวิธีที่ง่ายดายที่สุด
|
|
 |
|
|