Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน25 มกราคม 2549
"ทีพีไอ-ควบบบส."ช่วยลดNPLแบงก์ชาติเผยสิ้นเดือนธ.ค.เหลือ8%             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
Banking and Finance
Loan




แบงก์ชาติเผยเอ็นพีแอลสิ้นไตรมาส 4 ลดเหลือ 8.17% เป็นเงิน 477,208 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 3 เหตุ ทีพีไอเคลียปัญหาหนี้เน่าได้หมด รวมทั้งหลัง บบส. ควบรวม บสก.ทำให้เอ็นพีเอที่คั่งค้างอยู่ในระบบลดลง

รายงานข่าวจากสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ของระบบสถาบันการเงิน ล่าสุด ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 477,208 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.17% ของสินเชื่อรวม ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสิ้นไตรมาส 3 ของปี 2548 ที่อยูในระดับ 576,894 ล้านบาท หรือ 9.93% จะพบว่าลดลง 99,686 ล้านบาท หรือลดลง 1.76% ของสินเชื่อรวม

ทั้งนี้จำนวนรวมของเดือนธันวาคมดังกล่าว แบ่งเป็นเอ็นพีแอลที่เกิดขึ้นในส่วนของธนาคารพาณิชย์ไทย 461,437 ล้านบาท หรือ 9.05% ลดลง 85,380จากไตรมาสก่อนที่อยู่ในระดับ 546,817 ล้านบาท หรือ 11.06% สาขาธนาคารต่างประเทศ 9,422 ล้านบาท หรือ 1.62% เพิ่มขึ้นเพียง 48 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตมาสก่อนที่มีจำนวน 9,384 ล้านบาท หรือ 1.53%

ขณะที่บริษัทเงินทุน (บง.)มีจำนวน 5,925 ล้านบาท หรือ 3.66% ลดลง 14,341เมื่อเทีบยกับไตรมาสก่อนที่อยู่ในระดับ20,266 ล้านบาท หรือ 8.10% และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (บค.) 423 ล้านบาท หรือ 44.44% ลดลงจากไตรมาสก่อน 3 ล้านบาท ซึ่งการที่ปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้โดยรวมในเดือนธันวาคมที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีสาเหตุสำคัญมาจากการแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลของ บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย หรือทีพีไอ ที่สำเร็จลุล่วงไปได้ในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแยกเป็นแต่ละแห่งจะพบว่า ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีระดับเอ็นพีแอลลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนยกเว้น ธนาคารทหารไทยที่มี 67,404.40ล้านบาทหรือ 12.08% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5,707.61 ล้านบาทหรือ 9.25% ธนาคารธนชาต 3,581.69 ล้านบาทหรือ 2.26% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น959.72 ล้านบาท หรือ 36.60 % ธนาคารไทยธนาคาร7,010.70 ล้านบาท หรือ 5.06% ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์47.46 ล้านบาท หรือ 0.75% เพิ่มขึ้น 25.43 ล้านบาทหรือ 115% และธนาคารเกียรตินาคิน 8,059.68 ล้านบาท หรือ 17.13% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น1,906.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.97%

สำหรับ ธนาคารที่มีปริมาณเอ็นพีแอลลดลง คือ ธนาคารกรุงเทพที่มีจำนวน 100,573.08 ล้านบาท หรือ 10.94 %ของสินเชื่อรวม ลดลง58,102.59 ล้านบาท หรือ 36.61% ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 41,736.33 ล้านบาท หรือ 9.28% ลดลง 309.98 ล้านบาทหรือ 0.73% ธนาคารไทยพาณิชย์ 57,121.65 ล้านบาท หรือ 9.33% ลดลง 16,825.56ล้านบาทหรือ 22.75% ธนาคารกรุงไทย 97,635.43 ล้านบาทหรือ 10.32% ลดลง 22,057.33 ล้านบาทหรือ 18.42% ธนาคารนครหลวงไทย7,590.56 ล้านบาทหรือ 2.53% ลดลง 3,397.14 ล้านบาทหรือ 30.91% ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด 2,535.57 ล้านบาท หรือ 2.88% ลดลง 135.69 ล้านบาท หรือ 5.07% ธนาคารทิสโก้ 2,493.09 ล้านบาท หรือ 4.31% ลดลง135.06 ล้านบาทหรือ5.13% และธนาคารสินเอเชีย 4,117.01 ล้านบาทหรือ 17.07% ของสินเชื่อรวมลดลง 622.31 ล้านบาทหรือ13.13%

ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ระบุถึงการแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) และการดำเนินการซื้อขายสินทรัพย์รอการขาย(เอ็นพีเอ) ของระบบธนาคารพาณิชย์ว่า หลังจากที่มีการควบรวมกิจการระหว่างบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน(บบส.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์การ (บสก.)จะทำให้การเข้าซื้อเอ็นพีเอออกจากระบบธนาคารพาณิชย์ได้ ซึ่งจะช่วยให้เอ็นพีเอที่ค้างอยู่ในระบบลดลงและทำให้หนี้เอ็นพีแอลของระบบลดลงได้ตามเป้าหมาย

รวมทั้งคาดว่าภายในปี 2549 จะสามารถซื้อสินทรัพย์รอการขายที่มีอยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์ลงได้ครึ่งหนึ่งจากที่มีอยู่ในปัจจุบันและทำให้กระบวนการลดหนี้เอ็นพีแอลของระบบเป็นไปตามเป้าหมายเดิมคือกลางปี 2550 เอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ไทยจะลดลงเหลือ 2% ตามที่วางเป้าหมายไว้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us