|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แอร์เอเชีย ปลื้มปิดบัญชีปี 48’ กำไร 120 ล้านบาท ฝันปีหน้าโตอีกกว่า 40% ตั้งเป้ารายได้ 3.8 พันล้านบาท ลุยเปิดเส้นทางบินเพิ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขยายช่องทางจัดจำหน่าย เพิ่มเอเจนในตลาดต่างประเทศ และ พัฒนาระบบอี-ออนไลน์ พร้อมจับมือโออิชิ จัดเมนูอร่อยเสริฟบนเครื่องบินหวังสร้างรายได้จากการขายอาหารให้มีสัดส่วนมากกว่า 10%ของรายได้ ขณะที่ ”ทัศพล” แจง ดีลขายชินคอร์ปให้เทมาเส็ก ยังไม่มีสัญญาณแจ้งจากบริษัทแม่ เชื่อ ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อกิจการแอร์เอเชีย
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยผลประกอบการว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 2,300 ล้านบาท โดยมีกำไรประมาณ 120 ล้านบาท โดยรับ-ส่งผู้โดยสารทั้งปีเป็นจำนวนรวม 1.8 ล้านคน ซึ่งนับเป็นที่พอใจ เพราะ ไทยแอร์เอเชีย เริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2547 มีผลประกอบการเติบโตมาโดยตลอด โดยช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2548 เริ่มมีผลประกอบการแบบไม่ติดลบ และเมื่อถึงสิ้นปีก็มีผลกำไร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการบริหารจัดการเรื่องต้นทุนน้ำมัน ที่มีการซื้อเก็บไว้ ลดความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมัน ขณะเดียวกัน ยังแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งนำไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้นในปีที่ผ่านมา บริษัทยังมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆเพิ่มเติม และมีรายได้เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเส้นทาง นราธิวาส ซึ่งมีอัตราผู้โดยสารนั่งเฉลี่ย 70%ต่อเที่ยว บินสัปดาห์ละ 3 ไฟลต์ ซึ่งในวันที่ 1 มีนาคมศกนี้ จะเพิ่มเป็นเดลี่ไฟลต์ หรือบินทุกวันๆละ 1 เที่ยวบิน โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าและนักธุรกิจ
สำหรับปีนี้ บริษัท ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 3,800 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน ราว 40% โดยจะรับ-ส่งผู้โดยสารประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งการเติบโตจะมาจาก การเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ เส้นทาง กรุงเทพ-กระบี่ และ กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี โดยกำหนดบิน เส้นทางละ 2 ไฟลต์ต่อวัน นอกจากนั้นบังเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางเดิม เช่น นราธิวาส เพิ่มเป็น เดลี่ไฟลต์ และ อุดรธานี จาก วันละ 1 ไฟลต์ เพิ่มเป็น 3 ไฟลต์ต่อวัน สำหรับเส้นทางต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหลายแห่ง และที่คาดว่าน่าจะเปิดได้ในปีนี้ ได้แก่ เวียงจันท์ ย่างกุ้ง โฮจิมินท์ หลวงพระบาง และ ทางจีนตอนใต้ อาทิ เสิ่นเจิ่น กวางเจา คุนหมิง ส่วนที่ ฮานอย กำลังพิจารณาเพิ่มเที่ยวบิน
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ บริษัทยังเน้นเรื่องการพัฒนาบุคคลากร และเพิ่มคุณภาพด้านบริการ เพราะทั้งสองอย่างถือเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจ โดยในเดือนตุลาคมปีนี้ มีโครงการที่จะส่งนักบินไปอบรมเพิ่มเติม นอกจากนั้น ยังจะเพิ่มเอเจนจัดจำหน่ายตั๋วในต่างประเทศ เพราะลูกค้ากลุ่มหนึ่งยังนิยมจองตั๋วเครื่องบินผ่านเอเจน โดยจะเพิ่มยอดขายจากช่องทางนี้ให้เป็นสัดส่วน 15% จากปีก่อนที่มีไม่ถึง 10% ขณะเดียวกัน ช่องทางจองตั๋วออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตก็จะปรับปรุงให้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะ 60-70% ของลูกค้าแอร์เอเชีย ก็เป็นกลุ่มที่จองผ่านอินเทอร์เน็ต
ในส่วนของรายได้จากการขายอาหารบนเครื่องบิน ที่มีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของรายได้ ปีนี้จะขยายเพิ่มขึ้น ล่าสุดจับมือกับ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เพื่อนำสินค้าของโออิชิ ขึ้นไปจำหน่ายแก่ผู้โดยสารบนเครื่องบินของแอร์เชีย ได้แก่ แซนวิช ไส้ ทูน่า ปูอัด แฮมชีสไก่ และ มังสวิรัติ นอกจากนั้นยังมีเมนูข้าวปั้นสามเหลี่ยมไข่กุ้ง นอกจากนั้นทางสายการบินยังจะมีการเปลี่ยนเมนูใหม่ๆ ในทุกไตรมาส เน้นอาหารที่รสชาติดี และมีคุณภาพ ตรงนี้เชื่อว่าจะสามารถช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มาจากการขายอาหารในปีนี้ให้อยู่ในสัดส่วนมากกว่า 10% ของรายได้รวม
อย่างไรก็ตาม นายทัศพล ได้กล่าวถึง ข่าวการหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ให้กับ เทมาเส็ก โฮลดิ้ง ประเทศสิงคโปร์ ว่า ในส่วนของ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย ซึ่งมี กลุ่มชินฯถือหุ้นใหญ่ 51% และ บริษัท แอร์ เอเชีย ประเทศมาเลเซีย ถือหุ้นในสัดส่วน 49% ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลจาก บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น หรือการติดต่อจากบริษัท แอร์เอเชีย ที่ประเทศมาเลเซียแต่อย่างใด ซึ่งคงเป็นเพราะการเจรจาซื้อ-ขายหุ้น ยังไม่มีข้อตกลงที่แน่นอน และถึงหากดีลดังกล่าวจบลงแน่นอนแล้ว เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบกับบริษัท ไทยแอร์เอเชีย เพราะเราดำเนินธุรกิจมีผลกำไร และ มีแผนการขยายงานที่ชัดเจน ซึ่ง เทมาเส็ก จะเป็นกลุ่มทุนที่ ทำธุรกิจไอทีสื่อสาร ดังนั้น การเจรจา คงมีรายละเอียดปลีกย่อย เพราะ บริษัท ชิน ก็มีการลงทุนในหลายธุรกิจ
|
|
 |
|
|