|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
HSBC เปิดเกมตลาดเงินฝากปล่อยแคมเปญ "บัญชีเงินฝากทันใจ"อีกนวัตกรรมที่ใช้การจ่ายดอกเบี้ยเร็วเป็นลูกเล่นสำคัญในการดึงฐานลูกค้าระดับกลางถึงบน และเป็นการย้ำถึงแบงก์ที่ให้บริการครบวงจร หลังจากภาพลักษณ์ที่ผ่านมาหนักไปทางบริการด้านบัตรเครดิต
การเปิดเกมในตลาดเงินฝากของ ธนาคาร HSBC ประเทศไทยนั้น วิชิต พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายบุคคลธนกิจ ปฏิเสธทันควันว่า ไม่ใช่เรื่องของการเร่งระดมเงินออมตามเทรนที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่สิ่งที่ทำลงไปนี้เป็นอีกหนึ่งแคมเปญเพื่อเปิดชื่อของ HSBC ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะของการเป็นรีเทลแบงก์กิ่งที่ให้บริการครบวงจร
เพราะที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของ HSBC จะหนักไปทางด้านบริการบัตรเครดิต ซึ่งเห็นได้จากปีที่แล้ว รุกตลาดด้านนี้ค่อนข้างหนัก และได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ โดยยอดบัตรใหม่ในปีที่ผ่านมาจบอยู่ที่ 1.25 แสนใบ
วิชิต บอกอีกว่าในปีนี้ บัตรเครดิตก็ยังเป็นธุรกิจที่แบงก์เน้นอยู่เหมือนเดิม แต่ต้นปีที่เริ่มเปิดตัวด้วยแคมเปญเงินฝากนอกจากต้องการเสนอความเป็นแบงก์ครบวงจรแล้วยังต้องการขยายฐานลูกค้าเงินฝากเพิ่มขึ้นด้วย แต่เนื่องจาก HSBC เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศซึ่งตามกฎไม่สามารถเปิดสาขาเพิ่มได้ทำให้ต้องเลือกฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
"ลูกค้าเป้าหมายของเราจะเป็นระดับกลางถึงบน เป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบเงินฝากประจำ และไม่ทำธุรกรรมการเงินกับแบงก์ทุกวัน เป็นกลุ่มที่เหมาะสมกับแคมเปญบัญชีเงินฝากทันใจที่แบงก์เป็นผู้ออกแบบคิดค้น"
วิชิต เล่าว่า ที่ HSBC จับลูกค้ากลุ่มระดับกลางถึงบนเพราะ เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินได้ดี และเป็นกลุ่มที่ต้องการเห็นเม็ดเงินหรือผลตอบแทนที่จะได้รับเร็ว ดังนั้นแคมเปญดังกล่าวจึงมีความเหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มนี้
บัญชีเงินฝากทันใจ จะมอบเงินสดมูลค่าเทียบเท่าดอกเบี้ยคืนให้ทันทีที่ลูกค้านำเงินมาเปิดบัญชีเงินฝากประจำใหม่กับแบงก์ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป โดยมีระยะเวลาในการฝาก ตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 24 เดือน ให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 4% เป็นโปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้จนสิ้นเดือนมีนาคม
วิชิต อธิบายตัวอย่างให้เข้าใจว่า ถ้าลูกค้าต้องการฝากเงิน 1 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยที่ HSBCให้ 3 % คิดเป็น 30,000 บาท เท่ากับลูกค้าฝากเงินจริงที่ 970,000 บาท โดยเงิน 1 ล้านบาทที่ต้องการนั้นจะได้ทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝากประจำ
วิธีนี้ทำให้ลูกค้าเห็นจำนวนเม็ดเงินที่ได้รับเร็ว และสามารถถอนได้ทันทีเมื่อครบกำหนด โดย วิชิต บอกอีกว่า แคมเปญในลักษณะนี้ออกมาจากการศึกษาค้นคว้าวิจัยแล้วพบว่า สิ่งสำคัญประการแรกที่ทำให้ลูกค้าอยากฝากเงินมากที่สุดคือเรื่องของอัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนนั่นเอง ประการที่ 2 ก็อยู่ที่ลูกเล่นแคมเปญที่ออกมาแล้วสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น และประการสุดท้ายคือความมั่นคงของสถาบันการเงินนั้น ๆ ด้วยเหตุผลสำคัญทั้ง 3 ประการนี่เองที่ HSBC ใช้เป็นฐานของการคิดค้นแคมเปญใหม่ ๆ เพื่อจูงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
"อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าทาง HSBC ไม่ได้ลงมาแข่งขันในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เพราะเราไม่ได้ต้องการระดมเงินทุนเพื่อไปปล่อยกู้ และถ้าจะทำก็มีธนาคารแม่จากต่างประเทศให้การซัพพอร์ตอยู่แล้ว รวมทั้งการระดมทุนในรูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งในความเป็นจริงถ้าต้องการระดมเงินเพื่อปล่อยกู้ในจำนวนมาก การรับเงินฝากเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องหาเพิ่มจากหลายช่องทาง"
สำหรับ เป้าหมายในปีนี้ของ HSBC นั้น วิชิตบอกว่า ต้องการโตอย่างมากในตลาดรายย่อย ซึ่งปีที่แล้วโตในตลาดบัตรเครดิต ปีนี้ก็จะขยายไปสู่ตลาดเงินฝาก และสินเชื่อส่วนบุคคล แต่อย่างที่กล่าวด้วยศักยภาพของแบงก์ที่มีสาขาเพียงแห่งเดียว ทำให้กลยุทธ์การทำตลาดต้องต่างจากแบงก์อื่นที่มีหลายสาขา
วิชิต บอกข้อดีของการมีสาขาเดียวทำให้ HSBC เป็นแบงก์ที่มีความกระตือรือร้นในการเจาะและขยายฐานลูกค้า "เราเป็นแบงก์ที่วิ่งเข้าหาลูกค้า ไม่เหมือนธนาคารที่มีหลายสาขา ลูกค้าต้องเดินเข้ามาหา เพราะแต่พนักงานที่ประจำอยู่ในสาขางานก็เยอะโอกาสในการออกไปหาลูกค้าจึงทำได้อยาก อีกทั้งการที่ HSBC มีสาขาเดียวย่อมหมายถึงต้นทุนทางธุรกิจที่ถูกกว่า"
ปัจจุบันแม้ว่าการแข่งขันแย่งฐานลูกค้าเงินฝากจากแบงก์จะยังไม่รุนแรง แต่ด้วยความกดดันจากแข่งขันในธุรกิจ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกใช้บริการจากแบงก์ที่ตนพึงพอใจ การดำเนินธุรกิจเพื่อแข่งขันจึงเต็มไปด้วยกลเกมมากขึ้น
ดังนั้นปัจจัยสำคัญของการดึงลูกค้าให้อยู่ในกำมือ คือความแตกต่างของลูกเล่นที่แต่ละแบงก์จะสรรหาคิดมา
|
|
 |
|
|