Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 มกราคม 2549
บิ๊กแบงก์ขยับดอกเบี้ยกู้-ฝาก คาดธปท.ปรับอาร์พีอีก0.25%             
 


   
www resources

โฮมเพจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

   
search resources

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, บจก.
Interest Rate




ค่ายกสิกรไทยคาดแบงก์ชาติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.25% มาที่ 4.25% ในการประชุม กนง.รอบแรกของปี 2549 ระบุกังวลอัตราเงินเฟ้อที่ยังกดดันอยู่ จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ด้านแบงก์พาณิชย์ขยับ ดอกเบี้ยล่วงหน้าดอกเบี้ยนโยบายแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน "แบงก์กรุงไทย-ทหารไทย" ขยับดอกเบี้ยฝากและกู้ตามอีก เพื่อสอดคล้องกับภาวะดอกเบี้ยในตลาด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในการประชุมรอบแรกของปีวันที่ 18 มกราคม 2549 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคาร แห่งประเทศไทย(ธปท.)คงจะมีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 14 วันอีก 0.25% จาก 4.00% มาเป็น 4.25% ซึ่งจะเป็น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 ใน 12 รอบการประชุม นับจากที่ ธปท.ได้เริ่มต้นวัฏจักรอัตราดอกเบี้ย ขาขึ้นในรอบนี้มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2547

โดยแม้ว่าทิศทางอัตราเงินเฟ้อ ทั่วไปของไทยจะปรับลดลงจากระดับ สูงสุดในรอบ 7 ปีที่ 6.2% ในเดือนตุลาคม 2548 มาอยู่ที่ 5.9% และ 5.8% ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ตามลำดับ และเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ประมาณ 3.9% ในช่วงสอง สัปดาห์แรกของปี 2549 ซึ่งอาจช่วยผ่อนคลายความกังวลที่มีต่อภาวะเงิน เฟ้อลงไปได้บ้าง แต่ราคาน้ำมันตลาด โลกที่ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจน การทยอยปรับขึ้น ของราคาสินค้าเป็นการทั่วไปตามการ แบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจมีแนวโน้มที่จะยืนสูงใกล้เคียงระดับประมาณ 4.5-5.5% ในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี 2549 นี้ ก่อนที่จะปรับตัว ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี จากการที่ต้องเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงเดียวกันปีก่อน และจากความคาดหวังว่าราคาน้ำมันตลาดโลกจะปรับลดลงหลังผ่านพ้นฤดูหนาวทางซีกโลกตะวันตก

ดังนั้น การเดินหน้านโยบายอัตราดอกเบี้ยที่มีความเข้มงวดมากขึ้นของธปท.จึงน่าจะเป็นการดำเนิน การที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับ กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ กิจกรรม ทางเศรษฐกิจที่น่าจะยังมีแนวโน้มขยายตัวในระยะข้างหน้า แม้ว่าเครื่อง ชี้เศรษฐกิจในประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2548 จะมีทิศทางที่ไม่สดใส แต่การปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกันของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคม และการปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สามติดต่อกันของดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนพฤศจิกายนบ่งชี้ว่า ภาคเอกชนได้ซึมซับหรือรับรู้ข่าวในเชิงลบในช่วงที่ผ่านมาไปแล้ว

ประกอบกับการลงทุนของภาครัฐโดยเฉพาะจากมูลค่าเงินลงทุน จำนวน 2.9 แสนล้านบาทในปี 2549 ในโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ที่น่าจะมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่าง เป็นรูปธรรมมากขึ้นในระยะข้างหน้า คาดว่าน่าจะช่วยผลักดันให้กิจกรรม ทางเศรษฐกิจ ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อไปเป้าหมาย ของ ธปท.ในการกระตุ้นการออม และ ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อ ชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย

ดังนั้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ของธปท.ในการประชุมวันที่ 18 มกราคม จะช่วย เพิ่มระดับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง และช่วยรักษาค่าผลต่างอัตราดอกเบี้ย ของ สหรัฐฯกับไทยไม่ให้เพิ่มขึ้นซึ่งน่าจะเป็นการดำเนินการที่มีความสอดคล้อง กับความมุ่งหวังของธปท. ที่อยากจะเห็น แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการออมภายในประเทศ รวมทั้ง สอดรับกับเป้าหมาย ที่จะดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อมาชดเชย ฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดที่คาดว่าอาจ มีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ติดต่อกันในปี 2549

แบงก์กรุงไทยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก-กู้ 0.25-0.5%

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เพื่อให้สอด คล้องกับภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาด ธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เงินฝากและเงินกู้ในอัตรา 0.25-0.5% ต่อปี มีผลให้อัตราดอกเบี้ยเงิน ฝากประจำ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.5-3.25% เงินฝากประจำ 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.75-3.50% เงิน ฝากประจำ 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.00-3.75% เงินฝากประจำ 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 36 เดือน อัตราดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี

ส่วนเงินฝากกรุงไทยทวีคูณ ซึ่ง เป็นเงินฝากปลอดภาษีและต้องฝากเท่ากันทุกเดือนระยะเวลา 24 เดือน อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเงินฝากประจำ 12 เดือนสูงสุดบวก 1 หรือดอกเบี้ย 4.75% ต่อปี เงินฝากกรุงไทยสมนาคุณ ซึ่งเป็นเงินฝากประจำ 3 เดือน สำหรับ ลูกค้าที่มีเงินฝากประจำ 48 เดือน จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 3.50% ส่วนอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารได้ปรับดอกเบี้ย เอ็มแอลอาร์ เป็น 6.75% เอ็มโออาร์ 7.00% และเอ็มอาร์อาร์ 7.25% ต่อปี ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2549 ทหารไทยปรับดอกฝาก 0.5-0.75% เงินกู้ 0.25%

รายงานข่าวจากธนาคารทหาร ไทย จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ธนาคาร ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพิ่มโดยในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับเพิ่มอีก 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ย เอ็มแอลอาร์ อยู่ในระดับ 7% อัตราดอกเบี้ยเอ็มโออาร์ และ เอ็มอาร์อาร์ อยู่ในระดับ 7.25% มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทั่วไปจะปรับขึ้นอีกประมาณ 0.50-0.75% เพื่อให้เท่ากับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ คือธนาคารไทยพาณิชย์ โดยภายหลังปรับขึ้นดอกเบี้ย แล้วเงินฝากประจำ 3 เดือน จะมีอัตราดอกเบี้ย 2.50%,เงินฝากประจำ 6 เดือนอยู่ในอัตรา 2.75%, เงินฝากประจำ 12 เดือนอยู่ในอัตรา 3.00%, อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 24 เดือน อยู่ในอัตรา 3.75% และเงินฝากประจำ 36 เดือนอยู่ในอัตรา 4.00% โดยจะมีผลตั้งแต่ 17 ม.ค.นี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us