Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2546
BOOTS             
โดย ฐิติเมธ โภคชัย
 

   
related stories

BOOTS เชื่อมั่น อยู่รอด

   
search resources

Boots Retail (Thailand) Ltd.




ปี 1849 John Boot จัดตั้ง The British and American Botanic Establishment ใน Goose Gate, Nottingham จากความช่วยเหลือของพ่อตา สมาชิกนิกายโปเตสแตนต์นิกายหนึ่ง เพื่อจัดหายาสมุนไพรให้กับคนยากจน โดยมีเขาและ Mary ภรรยาเป็นที่ปรึกษาและให้บริการภายในร้าน

ปี 1860 John เสียชีวิตขณะที่มีอายุเพียง 45 ปี โดยภาระการบริหารร้านตกอยู่กับภรรยา และมีลูกชายวัย 10 ขวบ Jesse ช่วยเหลือในการแบ่งหมวดหมู่ยาแต่ละชนิด

ปี 1871 Jesse เข้ามาเป็นหุ้นส่วนพร้อมๆ กับเปลี่ยนชื่อเป็น M&J Boot, Herbalists และลดราคาสินค้าลงรวมถึง รับเฉพาะเงินสด

ปี 1877 Jesse ควบคุมร้านเพียงคนเดียว และทำรายได้ 100 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และสามารถทำให้ธุรกิจมีบทบาทต่อ วงการแพทย์มากที่สุดในแถบ Nottingham

ปี 1883 จัดตั้งบริษัทให้อยู่ในรูปเอกชนภายใต้ชื่อ Boot and Company และ Jesse เป็นประธานและกรรมการ ผู้จัดการ

ปี 1884 ขยายสาขาไปที่ Snig Hill ใน Sheffield

ปี 1885 สร้างโรงงานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ตนเองรอบๆ Island Street, Nottingham และพบรักกับ Florence Rowe ลูกสาวร้านขายหนังสือและเครื่องเขียน และแต่งงานกันในปีถัดมา

ปี 1888 เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Boot Pure Drug Company

ปี 1889 Florence คลอดบุตรชายคนแรกชื่อ John Boot Jr.

ปี 1893 Jesse เปิดสาขา 33 แห่ง ด้วยการขยายออกไปยัง East Anglia และ West Midlands และก่อนสิ้น ศตวรรษมีสาขาทั้งสิ้น 250 แห่ง พร้อมกับซื้อธุรกิจเคมี และ William Dayžs Southern Drug Company

ปี 1908 รัฐบาลอังกฤษออกกฎหมายการดำเนินธุรกิจเวชภัณฑ์ยา ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจนี้อย่างมาก รวมถึง Boots ที่ต้องหยุดบริการจ่ายยา

ปี 1911 พระราชบัญญัติประกันสุขภาพครอบคลุมไปถึงประชาชนทั่วไป ทำให้ใบสั่งยาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปี 1913 มียอดขายมากกว่า 2.5 ล้านปอนด์ผ่านร้าน Boots 560 แห่ง Jesse เริ่มตระหนักถึงความอยู่รอดและสถานการณ์แข่งขันเริ่มรุนแรงขึ้น จึงมีแนวคิดให้ลูกชาย John Boot เข้ามามีบทบาทการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น

ปี 1920 Louis Liggett เจ้าของ United Drug Company ยักษ์ใหญ่วงการเวชภัณฑ์ยาแห่งอเมริกาเข้ามาถือหุ้นใน Boots ด้วยการจ่ายเงิน 2.25 ล้านปอนด์ จากนั้นได้เชิญ John ไปท่องเที่ยวอเมริกาและศึกษาวิธีการผลิตยา รวมถึงการเรียนรู้ระบบการทำงานภายในบริษัท เหตุการณ์นี้ทำให้ John เข้าใจปัญหาที่แท้จริงในการดำเนิน ธุรกิจตัวเอง และเมื่อเดินทางกลับอังกฤษเขาจัดการปรับโครงสร้างองค์กร เน้นระบบการทำงานศูนย์กลางและเพิ่ม ประสิทธิภาพ

ปี 1927 Boot Jr. กลายเป็นประธานบริษัทและมีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโต

ปี 1929 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในอเมริกา ส่งผลให้ L.K. Liggett Co. เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และ Liggett ต้อง ขายหุ้นที่ถืออยู่ใน Boots คืนให้ John

ปี 1933 Boots ขายธุรกิจในเครือด้านการเงินมูลค่า 6 ล้านปอนด์ พร้อมๆ กับ John ดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการ ผู้จัดการ พร้อมกับฉลองสาขาลำดับที่ 1000 ใน Galashiels, Scotland

ปี 1936 ขยายธุรกิจไปยังนิวซีแลนด์ จากนั้นเข้าสู่อินเดีย ปากีสถาน ออสเตรเลีย แคนาดา และตะวันออกไกล

ปี 1956 เปลี่ยนรูปโฉมภายในร้านให้มีความทันสมัยมากขึ้น และเปิดร้านรูปแบบ Seft-Service แห่งแรกในกรุงลอนดอน

ปี 1968 ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นด้วยการผลิตสินค้าประเภทคอสเมติกจำหน่าย และรวมกิจการกับ Timothy Whites & Taylors

ปี 1971 เปลี่ยนชื่อเป็น The Boots Company Ltd. และรวมกิจการกับ Crookes Laboratories Ltd.

ปี 1977 รวมกิจการกับ Tamblyns Drug Stores แห่งแคนาดา และ Rucker-Pharmacal แห่งอเมริกา

ปี 1982 เปลี่ยนชื่อเป็น The Boots Company PLC.

ปี 1984 ก่อตั้ง Boots (Retail Buying) Hong Kong

ปี 1986 รวมกิจการกับ Farley Health Products เจ้าของยี่ห้อ Ostermilk, Complan และ Farley Baby Rusks

ปี 1987 รวมกิจการกับ Clement Clarke Ltd และ Curry & Paxton

ปี 1991 ก่อตั้ง Boots Contract Manufacturing และ Boots Healthcare International

ปี 1995 ขาย Boots Pharmaceuticals ให้กับ BASF

ปี 1997 เปิดดำเนินธุรกิจในเนเธอร์แลนด์ และประเทศไทย

ปี 1998 ดำเนินธุรกิจร่วมกับ Mitsubishi Corporation ด้วยการเปิด Boots ในญี่ปุ่น

ปัจจุบัน มีกิจการกระจายอยู่ 130 ประเทศทั่วโลก

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us