Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์16 มกราคม 2549
เกาะกระแสฝรั่งลงทุนแบงก์-พลังงาน-สื่อสารKGIหนุนส่งออก-อสังหาเหมาะเลือกรายตัว             
 


   
search resources

Investment




"KGI" คลำทางเศรษฐกิจปีนี้ ถ้ามองเห็นแสงสว่างแจ่มชัด จากราคาน้ำมันและดอกเบี้ยยังไม่ไต่ขึ้นสูงสุด ก็ยังมีช่องทางสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะโอกาสลงทุนหุ้นรายตัวในบางกลุ่ม เช่น อสังหาฯ และส่งออก แต่หากต้องการเกาะกระแสฝรั่ง ก็คงหนีไม่พ้น กลุ่มแบงก์ พลังงานและสื่อสาร โดยกลุ่มแรกจะตักตวงผลประโยชน์จากวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้ง 2 ขา ไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่ไฟร้อนทางการเมืองก็เป็นส่วนสำคัญทำให้นักลงทุนยังกล้าๆกลัวๆ...

สำนักวิเคราะห์และวิจัยเศรษฐกิจหลายแห่ง กำลังมองภาพเศรษฐกิจที่เริ่มส่งผลต่อการลงทุนในตลาดทุนหลากหลายแง่มุม แต่ส่วนใหญ่รูปแบบการฉายภาพเศรษฐกิจก็แทบไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะตัวแปรหลักยังคงจำกัดวงอยู่ที่ การปรับขึ้นลงของราคาน้ำมัน ที่จะส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อ และท้ายที่สุดก็มาจบลงที่การปรับอัตราดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ ตั้งสมมุติฐานว่า ปีนี้ถ้าภาวะเศรษฐกิจดีวันดีคืนชัดเจน รูปแบบการลงทุนก็อาจต้องมองไปที่หุ้นเป็นรายตัว ในกลุ่มที่มองว่ายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น หุ้นอสังหาริมทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์

หากมองภาพรวมจากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ ราคาน้ำมันและดอกเบี้ยที่ถึงจะขยับขึ้นแต่ก็ยังต่ำอยู่ หุ้นอสังหาที่เจาะตลาดบ้านราคาถูกและนิคมอุตสาหกรรมก็มีโอกาสขยายตัว ขณะเดียวกันผลกระทบจากดอกเบี้ยไต่ระดับขึ้นก็ค่อนข้างน้อย เพียงแต่ต้องเลือกลงทุนเป็นรายตัว เพราะไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่จะได้รับผลบวกจากปัจจัยรายรอบ

" หุ้นอสังหา จะต่างจากกลุ่มพลังงานตรงที่ ราคาน้ำมันปรับขึ้น หุ้นน้ำมันก็วิ่งไปทิศทางเดียวกัน แต่อสังหาจะแตกต่างออกไป"

ว่ากันว่าปีนี้น่าจะดีกว่าปี 2547 ที่อสังหาเกิดอาการวูบ เพราะสิทธิประโยชน์ด้านภาษีหมดลง แต่ก็คงไม่สามารถวัดได้กับปี 2546 ที่นักลงทุนสามารถช้อปหุ้นอสังหาตัวใดก็ได้ ต่างกับปี 2548 ที่ผ่านมา หุ้นอสังหาก็ยังต้องดูเป็นรายตัว ถึงแม้ปัจจัยรายรอบจะผลักดัน ขณะที่ปี 2549 คาดกันว่าหุ้นในกลุ่มนี้จะมีโอกาสปรับขึ้นจากปัจจัยพื้นฐาน

นักวิเคราะห์ อธิบายว่า หุ้นกลุ่มนี้ค่อนข้างเล็ก มูลค่าตลาดหรือมาร์เก็ตแคปจึงไม่มากพอจะโน้มน้ามใจนักลงทุนต่างชาติกระเป๋าหนัก ตรงกันข้ามกับหุ้นธนาคารพาณิชย์ที่ปีนี้ได้รับผลบวกทั้งปัจจัยภายในคือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้ง 2 ขา ไม่ว่า ฝั่งเงินฝากหรือ เงินกู้ หุ้นแบงก์จึงถือเป็นหุ้นที่จะเก็บกวาดผลประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเต็มกระเป๋า

ขณะเดียวกันก็เป็นหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติไม่เคยมองข้ามความสำคัญ โดยกระแสการลงทุนของทุนนอกที่ยังไหลเข้าออกส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทุนใน 3 กลุ่มหลัก คือ พลังงาน สื่อสารและธนาคารพาณิชย์ ดังนั้นหากดูตามสถิติหุ้นที่ฝรั่งควักเงินลงทุนจึงมักจะวิ่งขึ้นหมด ไม่เหมือนหุ้นม้านอกสายตา

นักวิเคราะห์ แนะนำหุ้นสำหรับลูกค้ารายบุคคล นอกจากหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์แล้ว ก็ยังมีหุ้นในกลุ่มส่งออก ที่มีไม่ถึง 5% ของตลาด ที่ค่อนข้างน่าสนใจ เห็นได้จากการปรับขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ก็ได้รับแรงส่งจากหุ้นส่งออกค่อนข้างมาก

แต่ปัญหาคือกลุ่มนี้คือ มักได้รับผลกระทบทางจิตวิทยา กรณีมีการเหวี่ยงขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยน ในขณะที่ผลประกอบการหน้าตาดูดี

" ความจริงค่าเงินกระทบในแง่จิตวิทยาเท่านั้น แต่ตัวกำหนดคือคนซื้อ สภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อ แนวโน้มธุรกิจมากกว่า ที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าอิเลคทรอนิคส์ก็น่าสนใจเพราะมีสัดส่วนสูงถึง 65% ของยอดการส่งออก"

นักวิเคราะห์ ยังให้มุมมองเกี่ยวกับการปัญหาการเมืองที่ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุน โดยเฉพาะต่างชาติยังลังเล กล้าๆ กลัวๆ จะเข้ามาลงทุน กระทั่งไม่กล้าซื้อหุ้นเทเลคอม อย่างไรก็ตาม หุ้นอสังหาหรือแบงก์ รวมถึงหุ้นธุรกิจส่งออกก็พอจะสอดแทรกกู้หน้าได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยทางการเมือง ในแง่จิตวิทยาก็มีผลต่อดัชนีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะการเก็งกำไรหุ้นบางตัวไม่ว่าจะเป็น ปิกนิก ทีพีไอ หุ้นที่เกี่ยวกับการเมือง การเลื่อนแบบไม่มีกำหนดของหุ้น กฟผ. หรือแม้กระทั่งการเก็งกำไรในหุ้นบางตัวในช่วงกลางปีที่แล้ว

" นักลงทุนอาจจะเข็ด เพราะการเก็งกำไรในหุ้นบางตัว อาจจะสร้างเงินให้กับคนบางคนหรือบางกลุ่ม ซึ่งถ้ามีการลงทุนในหุ้นลักษณะนี้บ่อยๆ ในระยะยาวจะส่งผลต่อภาพลักษณ์การลงทุนในตลาดหุ้น"

นักวิเคราะห์บอกว่า ในช่วงที่ฝรั่งเข้ามาลงทุนมากๆ หุ้นพวกนี้มักจะไม่มีใครสนใจ ยกเว้นพวกชอบเก็งกำไร สร้างราคา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้นขนาดเล็ก ที่มีผลกับกระเป๋าของบางคน แต่ก็ไม่มีผลต่อดัชนีแม้แต่น้อย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us