|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เมื่อภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมียมแบรนด์ของกาแฟมอคโคน่า ที่มีอยู่ในใจของคอกาแฟหรู กลายเป็นจุดอ่อนในการขยายฐานลูกค้าไปจับตลาดระดับแมส (Regular ) ซึ่งมีสัดส่วนตลาดขนาดใหญ่ถึง 92% ขณะที่กาแฟสำเร็จรูป ระดับพรีเมียมนั้น มีสัดส่วนตลาดเพียง 8% ของตลาดรวมกาแฟสำเร็จรูปมูลค่า 6.8 พันล้านบาท
หากจะโฟกัสมาที่ตลาดกาแฟสำเร็จรูป สภาพการแข่งขันในตลาดจะมีแบรนด์ ผู้นำตลาดแต่ละค่าย ครองความเป็นผู้นำตลาดแต่ละเซกเมนต์อย่างชัดเจน นับตั้งแต่กาแฟผงสำเร็จรูปพร้อมชง ที่ค่ายใหญ่อย่างเนสกาแฟ มีส่วนแบ่งตลาด 75% เป็นเบอร์หนึ่งของตลาด เพราะมีแบรนด์อะแวร์เนสสร้างการรับรู้ให้กับคอกาแฟคนไทยมาเป็นเวลาที่ยาวนาน
ขณะที่ซูเปอร์คอฟฟี่ มิกซ์ รั้งตำแหน่งมาเป็นอันดับสอง ด้วยส่วนแบ่งตลาด10% และกำลังมาแรงสุดๆเพราะเกาะมากับกาแฟผงสำเร็จรูป ประเภททรีอินวันที่กำลังอินเทรนด์ และกลยุทธ์การทำตลาดที่มาเหนือเมฆ โดยใช้กลยุทธ์การตลาดแบบป่าล้อมเมือง ชูจุดเด่นด้านราคาถูก เปิดตลาดทรีอินวันเจาะพื้นที่ต่างจังหวัดมาในระยะเวลาที่ยาวนาน และปัจจุบันสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างจังหวัดในภาคใต้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
สภาพการแข่งขันดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ถึงคิวที่ มอคโคน่า ต้องออกมาเปิดเกมรุกในตลาด กาแฟทรีอินวัน อย่างทันทีและต่อเนื่อง ที่สำคัญเมื่อเร็วๆนี้ มอคโคน่า ยังต้องสูญเสียแชร์บางส่วนในตลาดกาแฟสำเร็จรูป ระดับพรีเมียม ให้กับคู่แข่งค่ายยักษ์ใหญ่ เพราะหลังจากการที่เนสท์เล่ มองเห็นศักยภาพการเติบโตของกาแฟพรีเมียม ที่มีการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักมา 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งจากเดิมที่สัดส่วนตลาดกาแฟผงสำเร็จรูป และทรีอินวัน มีสัดส่วนในตลาด 70:30 และปัจจุบันสลับตำแหน่งเป็น 47:53
ดังนั้นเมื่อประมาณกลางปี 2547 ก็ได้รีลอนช์เนสกาแฟโกลด์และเทสเตอร์ชอยส์เข้าสู่ตลาด การรุกตลาดอย่างหนักของเนสกาแฟโกลด์ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา โดยใช้ทั้งสื่อโฆษณาและกิจกรรมการตลาดทุกรูปแบบ และจากสภาพแบบ 2 แบรนด์รุม 1 ส่งผลทำให้ส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมของมอคโคน่า ในรอบล่าสุดเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2548 มีการเคลื่อนไหวขยับลงมาอยู่ที่อันดับสอง ด้วยส่วนแบ่งตลาด 30.8% และเนสกาแฟโกลด์ ขึ้นไปครองเบอร์หนึ่งแทนที่ มีส่วนแบ่งตลาด 36.3%
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาระกิจหนักของ มอคโคน่า คือพยายามรักษาฐานลูกค้า ระดับกลุ่มพรีเมียมเอาไว้ให้ได้ เพราะเป็นจุดแข็งภาพลักษณ์ที่ดีซึ่งทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นจากคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน แต่ในอีกทางหนึ่ง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากออกมอคโคน่า ทรีโอ ทรี อิน วัน เพื่อขยายตลาดฐานจับตลาดกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน อายุระหว่าง 18-25 ปี อีกทั้งเพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยมากขึ้น ในปีที่ผ่านมา มอคโคน่าก็ให้ความสำคัญกับการเข้าไปร่วมชิงแชร์ในตลาดกาแฟทรีอินวันเช่นกัน เพราะเป็นชิ้นเค้กใหม่ที่ทุกค่ายไม่อยากพลาด
ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี 2548 ทุกค่ายที่ลงมาเล่นในตลาดกาแฟทรีอินวัน ทั้งซูเปอร์คอฟฟี่ มิกซ์ และเนสกาแฟก็มีการปรับสูตรทรีอินวัน เปลี่ยนแพกเกจจิ้ง กลับมารุกตลาดอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์มายคัพ และมีการแตกเซกเมนต์ย่อยตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเพื่อเข้ามาแทนที่สูตรเดิมที่มีอยู่ในตลาด ด้วยรสชาติ 3 แบบ เทอร์โบ ออริจินัล และไมลด์ และเบอร์ดี้ ก็มีออกรสชาติใหม่มาเช่นกัน ซึ่งค่ายนี้มีความได้ปรียบกว่าคู่แข่ง เพราะมีสินค้าไม่ต่ำกว่า 4 รสชาตินอกจากนั้นยังมี ระบบการกระจายสินค้าแข็งแกร่ง เพราะมีสินค้าในเครือหลายตัว นอกจากนั้นยังปิดท้ายด้วยโฆษณาชุดใหม่ของ มอคโคน่า ทรีโอ ในช่วงปลายปี
ความรุนแรงของการแข่งขัน ที่เกือบทุกค่ายต่างกระหน่ำหนังโฆษณา ผ่านสื่อทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี ทำให้ตัวเลขการใช้เม็ดเงินโฆษณาของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์กาแฟ ทรีอินวัน ระหว่างเดือนมกราคม –ตุลาคม 2548 มีมูลค่า 265 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 67% ขณะที่กาแฟผงสำเร็จรูป มีมูค่า153 ล้านบาท ลดลง 21%
ภารณี เชิดวิศวพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทซาร่าลี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย กาแฟมอคโคน่า,กีวี และแอมบิเพอร์ กล่าวถึงแนวรุกของ มอคโคน่า ทรีโอว่า บริษัทมีแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์ทรีโอ รสชาติใหม่อีกครั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้โดยเมื่อต้นปี 2548 ก็ได้ออกทรีโอ เอ็กซ์เพร็สโซ่ ซึ่งเป็นกาแฟรสเข้มข้น ซึ่งในระยะหลังถ้าเข้าไปดูในตลาดจะเห็นได้ว่ากาแฟกทรีอินวันเริ่มเซกเมนท์ตลาดด้วยสี “ถ้าเห็นซองสีเขียวจะรู้เลยว่า รสเข้มที่สุดทั้งเทอร์โบและเอ็กซ์ตร้า ”
ส่วนเป้าหมายการเติบโตของกาแฟมอคโคน่า ในรอบบัญชีเดือนกรกฎาคม2548 – มิถุนายน 2549 ตั้งเป้าโต 20 % ขณะที่มอคโคน่า ทรีอินวัน ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งตอนนี้มีตัวเลขเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ เพราะจุดแข็งที่เป็นทั้งจุดอ่อน ที่การรับรู้ของผู้บริโภคว่า มอคโคน่าเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ และความเข้าใจผิด เพราะคิดว่าราคาแพง จึงเหมาะสมสำหรับใส่ลงไปในกระเช้า เป็นของขวัญให้คนอื่นมากกว่าจะดื่มเอง ซึ่งก็ทกให้ในช่วงเทศกาลยอดขายของมอคโคน่าจะเติบโตพุ่งขึ้นสูง โดยจากปกติถ้ามีส่วนแบ่งตลาด 6% แต่ในช่วงธันวาคมถึงมกราคมจะขึ้นไปถึง 9%
ด้วยภาพลักษณ์และการรับรู้ที่ในความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ จึงเป็นอุปสรรคในการทำตลาดอันดับแรก ที่จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า สำหรับแนวทางที่จะทำให้กาแฟมอคโคน่า มีส่วนแบ่งตลาดทะยานขึ้นใกล้เคียงกับผู้นำตลาดได้นั้น ภารณี กล่าวว่า “ งานหน้าที่หลักคือทำยังไงให้ผู้บริโภคดื่มกาแฟมอคโคน่าทุกวัน ไม่ใช่สินค้าแพง เป็นของที่จับต้องไม่ได้ และไม่มียอดขายสูงเฉพาะฤดูกาล คือเป้าหมายการตลาดต่อไป”
สำหรับกลยุทธ์การตลาด จะเน้นการและการแจกชงชิมชงชิม และสร้างแบรนด์มอคโคน่า ผ่านสื่อโฆษณาทีวี สื่อนิตยสาร เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ภายใต้สโลแกน มอคโคน่า “รู้สึกถึงความแตกต่าง”
ส่วนแบ่งตลาดกาแฟสำเร็จรูป
เนสกาแฟ 75%
ซุเปอร์คอฟฟี่ มิกซ์ 10%
มอคโคน่า 5.1%
เบอร์ดี้ 3.3%
เขาช่อง 2.7%
อื่นๆ 3.9%
กาแฟสำเร็จรูปแบ่งตามระดับตลาด
ระดับแมส(REgular) 92%
ระดับบน(Premium) 8%
กาแฟสำเร็จรูปแบ่งตามประเภท
ทรีอินวัน (Mixed Segment) 53%
อินสแตนท์ (Pure Segment) 47%
ส่วนแบ่งตลาดเซกเมนต์ทรีอินวัน
เนสกาแฟ 61%
มอคโคน่า 21.0%
เขาช่อง 2.8%
เฮาส์แบรนด์ 1.8
บัดดี้ ดีน 1%
อื่นๆ 1%
ส่วนแบ่งตลาดแมส
เนสกาแฟ 90 %
มอคโคน่า 3.8 %
เขาช่อง 3 %
เฮาส์แบรนด์ 2 %
บัดดี้ ดีน 1.1 %
อื่นๆ 1 %
ส่วนแบ่งตลาดกลุ่มพรีเมี่ยม
เนสกาแฟโกล์ด 36.3%
มอคโคน่าพรีเมี่ยม 30.8%
เทสเตอร์ ชอยส์ 12.2%
อื่นๆ 10.7%
|
|
 |
|
|