ไมเนอร์ฯ เดินหน้าปรับโครงสร้าง การถือหุ้นไขว้ในกลุ่มบริษัทให้แล้วเสร็จภายในปี 2551 ตามที่แจ้งไว้กับ ก.ล.ต. ล่าสุดขายหุ้นให้ "ทุนลดาวัลย์" จำนวน 8 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 6 บาท รวมมูลค่า 48 ล้านบาท ระบุราคาสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่หุ้นละ 2.63 บาท ทำให้มีกำไรจากการขายหุ้นครั้งนี้กว่า 26 ล้านบาท
นางปรารถนา มโนมัยพิบูลย์ กรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 2/2549 มีมติให้ขายหุ้นสามัญของบริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MINOR จำนวน 8 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.15% ในราคาหุ้นละ 6 บาท รวม มูลค่า 48 ล้านบาท ให้แก่บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด โดยแบ่งเป็นหุ้นที่ MINT ถือโดยตรงจำนวน 6,534,840 หุ้น หรือ 1.76% และหุ้นที่ถือโดยบริษัท เดอะ ไมเนอร์ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MFG 1,465,160 หุ้น หรือ 0.39%
ทั้งนี้ ภายหลังการขายหุ้น MINOR ดังกล่าว ทำให้ MINT ยังคงเหลือสัดส่วนการถือหุ้น MINOR จำนวน 34,979,080 หรือ 9.42% โดยผ่าน MFG จาก เดิมที่ถือโดยตรง 6,534,840 หุ้น หรือ 1.76% และถือโดยอ้อมจำนวน 36,444,240 หุ้น หรือ 9.81% ผ่าน MFG
สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินราคาซื้อขายที่หุ้นละ 6 บาทนั้น คำนวณจากราคาตลาดเฉลี่ย 30 วัน นับจากวันที่ 17 พฤศจิกายน ถึง 30 ธันวาคม 2548 โดยมีราคาต้นทุนเฉลี่ยที่หุ้นละ 2.63 บาท ขณะที่โดย มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 30 กันยายน 2548 อยู่ที่หุ้นละ 2.0148 บาทต่อหุ้น ทำให้บริษัทมีกำไรจากการ ขายหุ้นครั้งนี้ประมาณ 26.86 ล้านบาท
รายการดังกล่าวมีบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน คือ นายไมเคิล เดวิด เซลบี้ กรรมการและกรรมการ ผู้จัดการของบริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท แต่นายไมเคิล เดวิด เซลบี้ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด
ส่วนวัตถุประสงค์ของการขายหุ้น MINOR ครั้งนี้ เพื่อเป็นการลดสัดส่วนการที่ถืออยู่ใน MINOR ให้สอดคล้องกับคำรับร้องที่แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรื่องการปรับโครงสร้างการถือหุ้นไขว้ระหว่าง MINOR, MINT และ MFG ที่มีกำหนดให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนธันวาคม 2551 บวกกับราคาซื้อขายยังสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี และสูงกว่าราคาที่นักลงทุนอื่นเสนอมา
ขณะที่การลดสัดส่วนการถือหุ้นที่เหลือใน MINOR บริษัทจะทยอยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2551 ตามคำรับรองที่ได้แจ้งต่อ ก.ล.ต.ต่อไป
บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MINOR มีรายได้หลักจากการดำเนินธุรกิจลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคประเภทต่างๆ เช่น การรับจ้างผลิตสินค้าอุปโภค การจัดจำหน่ายสินค้าประเภทเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีและบุรุษ เครื่องสำอาง อุปกรณ์เกี่ยวกับกอล์ฟ และเครื่องครัว เป็นต้น ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของบริษัท
นอกจากนี้ MINOR ยังดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินและอะไหล่เครื่องบิน Cessna ธุรกิจจัดจำหน่ายสื่อการศึกษา และธุรกิจให้บริการด้านการจัดการ เพื่อให้บริการแก่บริษัทย่อย และบริษัทในเครือ รวมถึงบริษัทภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง การให้บริการนี้รวมถึงการจัดการด้านแผน การลงทุน การตลาด การบริหารการเงิน คอมพิวเตอร์ การบัญชี การจัดส่งสินค้า การวิเคราะห์โครงการ รวม ทั้งให้เช่าสำนักงานและคลังสินค้า และการลงทุนในหลักทรัพย์ของ MINT
ที่ผ่านมา บริษัทและบริษัทย่อยมีการประกอบธุรกิจ 3 ส่วนงานหลัก ได้แก่ (1) ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องครัว เครื่องกีฬา และหนังสือ ร้อยละ 55 ของรายได้รวม (2) ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าอุปโภค ร้อยละ 41 ของรายได้รวม(3) ส่วนงานอื่นๆ ร้อยละ 1 ของรายได้รวม (4) เงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์ของ MINT อีกร้อยละ 3
ด้านผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2548 MINOR มีสินทรัพย์รวม 3,539 ล้านบาท หนี้สินรวม 2,559 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 979 ล้านบาท ทุนที่เรียกชำระแล้ว 284 ล้านบาท รายได้รวม 2,160 ล้านบาท รายได้จากการขาย 2,071 ล้านบาท กำไรสุทธิ 174 ล้านบาท
บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2537 เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้น 100% ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลและตรวจสอบของคณะกำกับดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานทรัพย์สินฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 มีทุนจดทะเบียน 11,621.57 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 11,240.95 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 24,601.92 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 14,183.56 ล้านบาท
|