|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ซีลวาเนียชี้ตลาดหลอดไฟรวมปีนี้แข่งดุมากขึ้น เหตุหน้าใหม่เข้าตลาดใช้กลยุทธ์ราคาสร้างรายได้ ชี้ต้นทุนพุ่ง ยันเป้าเติบโตปีนี้ 15% พร้อมทุ่มตลาดส่งออกมากขึ้นจากเดิม สัดส่วนรายได้ 10% โฟกัสตลาดเวียดนาม
นายปูมเทพ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีลวาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหลอดไฟโดยรวมในปีนี้จะมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้ว โดยจะมีผู้ประกอบการแบรนด์ใหม่ๆ เข้าตลาดโดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาเข้ามาสร้างยอดขาย ขณะเดียวกันรายใหญ่ที่มีอยู่แล้วก็จะทำการตลาดมากขึ้น เช่นกรณีของค่ายพานาโซนิคที่เดิมเป็นเนชั่นแนลก็เพิ่งเริ่มทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว
นอกจากนั้นต้นทุนดำเนินการของผู้ประกอบการก็ยังสูงขึ้นเป็นผลต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วทั้งค่าน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าต้นทุนด้านการ ขนส่ง และอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดประหยัดไฟที่ทุกบริษัทจะต้องนำเข้าจากจีน ซึ่งซีลวาเนียก็เช่นกันต้องนำเข้าจากโรงงานของซีลวาเนียในจีน ส่วนผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าอื่นๆ ของซีลวาเนีย เช่น หลอดเอชไอดี หลอดฟลูโอเรสเซ็นส์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามจากการแข่งขัน ที่มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำตลาดหนักขึ้นเช่นกัน จะยิ่งช่วย ส่งผลให้ตลาดโดยรวมเติบโตขึ้นด้วย ประมาณ 10% ในปีนี้ จากปีที่แล้วที่มูลค่าตลาดรวมหลอดไฟมีประมาณ 4,000 ล้านบาท และตลาดรวมโคมไฟมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นจำนวนมากทั้งศูนย์การค้า ค้าปลีก อาคารสำนักงาน หมู่บ้าน โรงงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้ปริมาณการใช้เพิ่มมากขึ้นด้วย
ในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นอีก 10-15% จากยอดขายปีที่แล้วที่ทำได้รวม 600 กว่าล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีก่อนหน้า 10% โดยสัดส่วนยอดขายของ บริษัทฯมาจากผลิตภัณฑ์โคมไฟ 40% และหลอดไฟต่างๆ 60% (แบ่งเป็นจากหลอดไฟประหยัดพลังงาน 40% และหลอดไฟทั่วไป 60%) ซึ่งยอดขายในปีนี้คาดว่าจะมาจากตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 10% จากยอดขายรวม เพิ่มจากปีที่แล้วที่มีสัดส่วน 5% มองไปที่ตลาดอินโดจีนและประเทศใกล้เคียง โดยจะเน้นหนักตลาดเวียดนามที่มีการเจริญเติบโตมากที่สุด
ปัจจุบันซีลวาเนียมีส่วนแบ่งในตลาดหลอดไฟประหยัดพลังงาน 15% โดยมีฟิลิปส์เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งกว่า 40% จากมูลค่าตลาดมากกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลอดไฟประหยัดพลังงานนั้น ซีลวาเนียมีส่วนแบ่ง 20% เป็นอันดับที่สองรองจาก ฟิลิปส์ที่มีส่วนแบ่งกว่า 40% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 800 ล้านบาทและซีลวาเนียมีส่วนแบ่งทางการตลาดโคมไฟประมาณ 20% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 1,000 ล้านบาท
นายปูมเทพกล่าวต่อว่า ในปีนี้จะใช้งบทางด้านการตลาดเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปตามยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยใช้ 10% จากยอดขายประมาณ 600-700 ล้านบาทหรือประมาณ 60-70 ล้านบาท โดยจะให้ความสำคัญกับการบุกหนักตลาดทุกช่องทางที่ทำอยู่ 3 ช่องทางหลักคือ 1. ช่องทางรีเทล ร้านค้าปลีกทั่วไป 2. ช่องทางร้านค้าส่ง 3. ช่องทางโครงการ ซึ่งแต่ละช่องทางมีสัดส่วนรายได้พอๆ กันประมาณ 30%
ล่าสุด ซีลวาเนียได้ออกแคมเปญใหม่ เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปี 2549 ใช้ชื่อว่า มั่ง มี ศรี สุข โดยได้นำหลอดไฟทรงเกลียว รุ่นใหม่ล่าสุดชื่อ มินิ ทวิสเตอร์ ซึ่งก็เป็นนวัตกรรมของหลอดประหยัดไฟ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในปัจจุบัน เป็นหลอดประหยัดไฟทรงเกลียวที่ให้ความสว่างกว่าหลอดตะเกียบแบบเดิมๆ ถึง 10% และกินไฟน้อยกว่าหลอดไส้ 80% โดย 1 แพกจะบรรจุหลอดประหยัด ไฟ มินิ ทวิสเตอร์ ขนาด 11 วัตต์ (ให้ความสว่างเท่กับหลอดไส้ขนาด 60 วัตต์) จำนวน 4 หลอด ในราคา ขาย 484 บาท (เฉลี่ยหลอดละ 121 บาท ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าหลอดเดี่ยวเมื่อวางจำหน่ายในท้องตลาด) ซึ่งมีให้เลือกทั้งสีเดย์ไลต์ (แสงขาว)
สำหรับการใช้งานในสถานที่ที่ต้องการความกระฉับกระเฉง และสีวอร์มไวต์ (แสงเหลือง) เมื่อต้องการสร้างบรรยากาศอบอุ่น นุ่มนวล โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ วันที่ 4 มกราคมนี้เป็นต้นไป
|
|
 |
|
|