|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวโลก ถกเอเชีย ยังเป็นเดสติเนชันสำนักของการท่องเที่ยวโลก ชี้ประเทศไทย มีของดี คือมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ผู้คนอัธยาศัยดี แต่ขาดประสบการณ์กับวิสัยทัศน์ แนะเร่งแก้ไขเพื่อรับมือการแข่งขัน ขณะที่ตัวแทน PATA เสนอ ประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิกควรร่วมมือกันจัดโปรแกรมท่องเที่ยวดึงกลุ่มระยะไกล ยุโรป-อเมริกา ดีกว่าจะมาแข่งขันกันเอง
ม.ล.หทัยชนก กฤดากร กรรมการบริหาร สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (PATA) และประธานเลขาธิการคณะกรรมการ สมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า จากเวทีการประชุมเชิงวิชาการท่องเที่ยวระดับโลก เมื่อเดือนธันวาคม 2548 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในนามของตัวแทนประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก และประเทศไทย ได้นำเสนอต่อที่ประชุมว่า ต้องการให้ประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกรวมตัวกันเป็น ทัวริสซึม เดสติเนชัน (Tourism Destination) ของโลก เพื่อลดความแรงของการแข่งขัน ซึ่งน่าจะไม่ส่งผลดีนักในอนาคต แนะรวมกลุ่ม
จัดเที่ยวแบบเชื่อมโยง
โดยกลุ่มประเทศดังกล่าว ควรร่วมมือกัน กำหนดเป็น แพกเกจ หรือเส้นทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงอย่างน่าสนใจ เพราะปัจจุบันนี้ เทรนด์ของการเดินทางท่องเที่ยวในโลกได้พุ่งเป้าหมายมาที่ทวีปเอเชีย โดยมีจีน และอินเดีย เป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจาก 2 ประเทศดังกล่าวยังมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าสนใจและยังไม่มีใครเคยได้สัมผัส รองลงมาคือประเทศเวียดนามซึ่งมีความลี้ลับหลังสงครามที่น่าค้นหา ขณะที่ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าพักผ่อน ชอบปิ้ง และบริการด้านอื่นๆ เช่น สปา เมดิคัล-ทรีตเมนต์ สุขภาพ กอล์ฟ รวมถึงเป็นแหล่งไนท์ไลฟ์ อาหารอร่อย และกิจกรรมกีฬาทางน้ำ ปีนเขา พายเรือ เป็นต้น นอกจากนั้นประเทศไทยยังมีความพร้อมที่จะเป็น เกตเวย์แห่งใหม่ในเอเชีย จากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิที่จะมีขึ้นกลางปีนี้
ดังนั้น จึงต้องการผลักดันให้กลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก มีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวให้แก่กันมากขึ้น โดยนำแหล่งท่องเที่ยวและความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวแต่ละประเทศมารวมกันสร้างเป็นโปรแกรมหรือเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป อเมริกาและนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
ชี้ไทยขาดวิสัยทัศน์และประสบการณ์
ทางด้านสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวโลก ได้ชี้แนะต่อข้อเสนอดังกล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเรื่องแหล่งท่องเที่ยวการบริการและรอยยิ้มของคนไทย แต่ที่ยังขาดอยู่และถือเป็นปัจจัยสำคัญคือ "ประสบการณ์" และ "วิสัยทัศน์" ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะรุดหน้าไปได้ต้องอาศัยทั้ง 2 อย่างดังกล่าว 70-80% ดังนั้นบุคลากรที่มีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวจึงถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ซึ่งวิสัยทัศน์เป็นเรื่องของการเปิดมุมมองในระดับโลก เพื่อให้เห็นความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกชาติพันธุ์ รู้ความเคลื่อนไหวของเส้นทางท่องเที่ยว ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน เพื่อนำมาใช้วางแผนงานให้สอดคล้องกับโอกาสและศักยภาพของประเทศที่มีอยู่
แนะไทยศึกษาตลาดก่อนสร้างสินค้า
ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเร่งดำเนินการคือ ให้มีการทำงานในเชิงรุกมากกว่าตั้งรับเพียง อย่างเดียว เพราะเราจะต้องคอยแต่แก้ปัญหาอยู่ร่ำไป ทำให้ผลการ ทำงานไม่คืบหน้า นอกจากนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวจะต้องเปลี่ยนมุมมอง คือ แทนที่จะผลิตสินค้าและบริการ เพื่อเสนอขายให้กับนักท่องเที่ยวอย่างที่ทำอยู่ในขณะนี้ ก็ควรหันมาศึกษาตลาดและพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งอาจจะเป็นวิธีสอบถามหรือสังเกตพฤติกรรม ความต้องการของลูกค้าก่อน แล้วกลับมามองศักยภาพของประเทศไทยที่มีอยู่ เพื่อผลิตสินค้าให้พอดีและมีมาตรฐานตรงกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าซึ่งในที่นี้คือ นักท่องเที่ยว ตรงนี้จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นที่ต้องการเข้า มาท่องเที่ยวและพักผ่อน โดยมีจุดมุ่งหมายชัดเจน และเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบยั่งยืน
"ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีชื่อติดหูของต่างชาติ ด้วยการกินบุญเก่า เนื่องจาก แหล่งท่องเที่ยวของไทยมีเสน่ห์ มีความสวยงาม บุคลิกคนไทย ที่อ่อนโยน และนอบน้อม เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ดังนั้น เราต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการที่ดี ซึ่งแนวโน้มเส้นทางท่องเที่ยวของโลกยังอยู่ในเอเชียอีกยาวนาน โดยเฉพาะในสายตาของกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีพลังในการเดินทาง โดยกลุ่มนี้นิยมที่จะท่องเที่ยวในรูปแบบทำกิจกรรม ค้นคว้าและสนุกสนาน ชอบความแปลกใหม่"
"จะเห็นได้ว่าสวิตเซอร์แลนด์ ได้คิดทำ Roller Coaster กระเช้าลอยฟ้า Sky Rider และ Huskie Bike ไปตามเทือกเขา Alpine ที่เขามีอยู่ ตรงนี้ก็ต้องกลับมาถามประเทศไทยว่า เรามีแผนการอะไรเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้บ้างหรือยัง" ม.ล.หทัยชนก กล่าว
ทั้งนี้ การประชุมเชิงวิชาการท่องเที่ยวระดับโลกมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ่ายทอดประสบการณ์ และสะท้อนมุมมอง วิสัยทัศน์ในการท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งแม้กระทั่ง ฝรั่งเศส หรือสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องแหล่งท่องเที่ยวของโลก ก็ยังต้องอาศัยข้อมูลและแนวคิดจากส่วนอื่นๆ ของโลกเพื่อมาปรับเป็นกลยุทธ์ของการทำตลาด
|
|
 |
|
|