ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ หันรุกธุรกิจซื้อมาขายไปเกี่ยวกับความสวยงามและสุขภาพ เหตุธุรกิจโตเร็ว คาดรายได้ปีแรก ยอดขาย 200 ล้านบาท พร้อมคาดรายได้ปี 49 โต 10% หรือ 4,400 ล้านบาท จากปี 48 รายได้ 4,000 ล้านบาท จากเพิ่มกำลังการผลิต ส่งออกต่างประเทศมากขึ้น ทุ่มงบ 280 ล้านบาท ลงทุนซื้อเครื่องจักร-ระบบไอที ให้เวลา 2 ปีเตรียมเฟ้นคนในนั่งเอ็มดีแทน
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะมีการดำเนินธุรกิจในลักษณะซื้อมาขายไป ในสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยงาม สุขภาพ เช่น จำหน่ายอาหารเสริม เครื่องสำอาง โดยทั้งซื้อสินค้าจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ และหารือว่าจะจำหน่ายภายใต้ชื่ออะไร ซึ่งคาดว่าจะมีการดำเนินการ ในไตรมาส 2/49
ทั้งนี้ การที่บริษัทฯจะดำเนิน ธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่เร็ว และบริษัทมีความ ชำนาญในเรื่องการตลาดและมีเทคโนโลยีที่ดี ซึ่งบริษัทได้มีการดำเนินการทดลองจำหน่ายสินค้าแล้ว คือ กล่องถนอมอาหาร (ล็อกแอนด์ล็อก)ซึ่งเป็นสินค้าจากประเทศเกาหลีก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก และผ้าปูที่นอน ดังนั้นจึงเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเข้า ไปดำเนินธุรกิจอาหารเสริม และสินค้าอื่นที่เกี่ยวกับความสวยงาม และสุขภาพ บริษัทตั้งเป้ารายได้ การดำเนินธุรกิจในปีแรกจำนวน 200 ล้านบาท และปีที่ 2 ตั้งเป้ารายได้ 500 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทจะมีการแบ่งสาย งานของบริษัทออกเป็น 4 ส่วน คือ 1.ธุรกิจเมลามีน 2. ธุรกิจพลาสติก 3. ซื้อมาขายไป และงานด้านปฏิบัติการและการเงิน ซึ่งจะให้เวลาหัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่าย 2-3 ปี และจะดูว่าใครมีความรู้มากที่สุดที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ แทนตนเอง
นายสนั่น กล่าวต่อว่า บริษัท คาดรายได้ปี49จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% หรือประมาณ 4,400 ล้านบาท จากปี 48 ที่บริษัทมีรายได้รวม 4,000 ล้านบาท เนื่องจาก บริษัทจะมีการส่งออกเพิ่มขึ้น20% ซึ่งจะมีการขยายตลาดส่งออกไปอีก 15 ประเทศ เช่น อิหร่าน ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ ฯลฯจากขณะนี้ที่บริษัทส่งออกไปต่างประเทศ จำนวน 53 ประเทศ และ มีการออกสินค้าใหม่ ทั้งในสินค้า เมลามีน และพลาสติก และบริษัท ก็จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตเมลามีนในประเทศเวียดนาม และเพิ่ม กำลังการผลิตถังพลาสติกบรรจุสีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว
รวมถึงบริษัทจะมีการรับชาม เก่าแลกชามใหม่จากร้านอาหารต่างๆ ที่ใช้มานานแล้ว หรือ เพื่อ นำไปขายต่างประเทศ เพื่อนำจานชามเมลามีนไปแปรรูปเป็นผง เพื่อนำไปขัดตัวถังเครื่องบิน ซึ่งจะ ทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่ม โดยคาด ว่าปี 49 จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 19%
"สำหรับรายได้ไตรมาส4/48 มีการเติบโตมากกว่าไตรมาส 3/48 จำนวนมาก เนื่องจากมียอดขายที่ดี ทำให้ปี 48 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท คาดรายได้ปี 49 โตเพิ่มขึ้น 10% หรือ 4,400 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากพลาสติก 65% เมลามีน 35% และมีกำไรขั้นต้น 19%" นายสนั่นกล่าว
สำหรับปีนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 280 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปซื้อเครื่องจักรในด้านแม่พิมพ์ ลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเงินดังกล่าวจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท โดย ในแต่ละปีบริษัทมีเงินจากการดำเนินงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปีราคาเม็ดพลาสติกได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น อีก 3 บาท จาก 43 บาท เป็น 46 ล้านบาท เนื่องจากมีกองทุนของประเทศอังกฤษเข้ามา เก็งกำไรเม็ดพลาสติก จึงทำให้บริษัทต้องมีการจับตาเรื่องการเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงของบริษัท แต่บริษัทก็มีแผนรองรับคือ จะมีการรับคำสั่งซื้อของลูกค้าล่วงหน้า เพียง 45 วัน ซึ่งทำให้ไม่ได้รับ ความเสี่ยงในเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ และบริษัทก็มีแผนที่จะมีการปรับขึ้นราคาสินค้า เช่นกัน
|