Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 มกราคม 2549
ศรีไทยฯเล็งรุกธุรกิจความงาม วางเป้าปีแรกทำรายได้200ล้าน             
 


   
www resources

โฮมเพจ ศรีไทยซุปเปอร์แวร์

   
search resources

ศรีไทยซุปเปอร์แวร์, บมจ.
Health Foods and Food Supplements




ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ หันรุกธุรกิจซื้อมาขายไปเกี่ยวกับความสวยงามและสุขภาพ เหตุธุรกิจโตเร็ว คาดรายได้ปีแรก ยอดขาย 200 ล้านบาท พร้อมคาดรายได้ปี 49 โต 10% หรือ 4,400 ล้านบาท จากปี 48 รายได้ 4,000 ล้านบาท จากเพิ่มกำลังการผลิต ส่งออกต่างประเทศมากขึ้น ทุ่มงบ 280 ล้านบาท ลงทุนซื้อเครื่องจักร-ระบบไอที ให้เวลา 2 ปีเตรียมเฟ้นคนในนั่งเอ็มดีแทน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะมีการดำเนินธุรกิจในลักษณะซื้อมาขายไป ในสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยงาม สุขภาพ เช่น จำหน่ายอาหารเสริม เครื่องสำอาง โดยทั้งซื้อสินค้าจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ และหารือว่าจะจำหน่ายภายใต้ชื่ออะไร ซึ่งคาดว่าจะมีการดำเนินการ ในไตรมาส 2/49

ทั้งนี้ การที่บริษัทฯจะดำเนิน ธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่เร็ว และบริษัทมีความ ชำนาญในเรื่องการตลาดและมีเทคโนโลยีที่ดี ซึ่งบริษัทได้มีการดำเนินการทดลองจำหน่ายสินค้าแล้ว คือ กล่องถนอมอาหาร (ล็อกแอนด์ล็อก)ซึ่งเป็นสินค้าจากประเทศเกาหลีก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก และผ้าปูที่นอน ดังนั้นจึงเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเข้า ไปดำเนินธุรกิจอาหารเสริม และสินค้าอื่นที่เกี่ยวกับความสวยงาม และสุขภาพ บริษัทตั้งเป้ารายได้ การดำเนินธุรกิจในปีแรกจำนวน 200 ล้านบาท และปีที่ 2 ตั้งเป้ารายได้ 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทจะมีการแบ่งสาย งานของบริษัทออกเป็น 4 ส่วน คือ 1.ธุรกิจเมลามีน 2. ธุรกิจพลาสติก 3. ซื้อมาขายไป และงานด้านปฏิบัติการและการเงิน ซึ่งจะให้เวลาหัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่าย 2-3 ปี และจะดูว่าใครมีความรู้มากที่สุดที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ แทนตนเอง

นายสนั่น กล่าวต่อว่า บริษัท คาดรายได้ปี49จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% หรือประมาณ 4,400 ล้านบาท จากปี 48 ที่บริษัทมีรายได้รวม 4,000 ล้านบาท เนื่องจาก บริษัทจะมีการส่งออกเพิ่มขึ้น20% ซึ่งจะมีการขยายตลาดส่งออกไปอีก 15 ประเทศ เช่น อิหร่าน ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ ฯลฯจากขณะนี้ที่บริษัทส่งออกไปต่างประเทศ จำนวน 53 ประเทศ และ มีการออกสินค้าใหม่ ทั้งในสินค้า เมลามีน และพลาสติก และบริษัท ก็จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตเมลามีนในประเทศเวียดนาม และเพิ่ม กำลังการผลิตถังพลาสติกบรรจุสีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว

รวมถึงบริษัทจะมีการรับชาม เก่าแลกชามใหม่จากร้านอาหารต่างๆ ที่ใช้มานานแล้ว หรือ เพื่อ นำไปขายต่างประเทศ เพื่อนำจานชามเมลามีนไปแปรรูปเป็นผง เพื่อนำไปขัดตัวถังเครื่องบิน ซึ่งจะ ทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่ม โดยคาด ว่าปี 49 จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 19%

"สำหรับรายได้ไตรมาส4/48 มีการเติบโตมากกว่าไตรมาส 3/48 จำนวนมาก เนื่องจากมียอดขายที่ดี ทำให้ปี 48 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท คาดรายได้ปี 49 โตเพิ่มขึ้น 10% หรือ 4,400 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากพลาสติก 65% เมลามีน 35% และมีกำไรขั้นต้น 19%" นายสนั่นกล่าว

สำหรับปีนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 280 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปซื้อเครื่องจักรในด้านแม่พิมพ์ ลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเงินดังกล่าวจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท โดย ในแต่ละปีบริษัทมีเงินจากการดำเนินงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปีราคาเม็ดพลาสติกได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น อีก 3 บาท จาก 43 บาท เป็น 46 ล้านบาท เนื่องจากมีกองทุนของประเทศอังกฤษเข้ามา เก็งกำไรเม็ดพลาสติก จึงทำให้บริษัทต้องมีการจับตาเรื่องการเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงของบริษัท แต่บริษัทก็มีแผนรองรับคือ จะมีการรับคำสั่งซื้อของลูกค้าล่วงหน้า เพียง 45 วัน ซึ่งทำให้ไม่ได้รับ ความเสี่ยงในเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ และบริษัทก็มีแผนที่จะมีการปรับขึ้นราคาสินค้า เช่นกัน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us