|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ผู้บริหาร "ชาญอิสสระ" ปลื้มผลตอบแทนที่ได้รับจาก "กองทุนอสังหาริมทรัพย์บางกอก" หรือ BKKCP หลังลิปเปอร์จัดอันดับให้เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลตอบแทนสูงสุดอันดับหนึ่งในช่วงปี 2548 แย้มเตรียมซื้อสินทรัพย์เพิ่ม หวังเพิ่มขนาดของกองทุน
นายสงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วงปีที่ผ่านมาของบริษัทว่า มีผลงานเป็นที่น่าพอใจกับทุกโครงการของบริษัท ตั้งแต่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก (BKKCP) ที่ลิปเปอร์จัดอันดับให้เป็นกองทุนฯที่ให้ผลตอบ แทนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยปัจจุบันกองทุนนี้มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,143.60 ล้านบาท ผลตอบ แทนตั้งแต่ต้นปี 2548 ถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 อยู่ที่ 17.08% ย้อนหลัง 3 เดือน อยู่ที่ 12.70% ย้อนหลัง 6 เดือน อยู่ที่ 14.36% และย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 17.57%
สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก ได้ลงทุนในห้องชุดสำนักงานและห้องชุดพาณิชยกรรมในอาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ และอาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 จำนวนพื้นที่รวม 29,386.24 ตารางเมตร เข้ามาลงทุน โดยมีบริษัทชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ และมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) วรรณ จำกัด เป็นผู้จัดการของกองทุนดังกล่าว ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2548 ที่ผ่านมามีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ลงถือหน่วยลงทุนไปแล้ว 3 ครั้ง
"แนวโน้มการลงทุนในกอง ทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ยังสดใส คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์สำนักงานยังมีอนาคตที่ดีอยู่ จากความต้องการพื้นที่สำนักงานที่ยังคง มีอยู่มาก แต่ปริมาณพื้นที่สำนัก งานใหม่ในทำเลดีมีจำนวนจำกัด ขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นมีการปรับตัวขึ้นใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าราคาพื้นที่สำนักงานยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นปรับตัวขึ้นเท่านั้น ซึ่งทาง กองทุนอสังหาริมทรัพย์บางกอกเอง ก็มีแผนที่จะขยายกองทุน โดยขณะ นี้ได้มองหาอาคารที่มีทำเลที่ตั้งที่ดี การคมนาคมสะดวก และสิ่งอำนวย ความสะดวกครบครันเข้ามาเพิ่มในกองทุนฯ"นายสงกรานต์กล่าว
ด้านโครงการใหญ่อย่างบ้านอิสสระ พระราม 9 ก็สามารถรับรู้รายได้ไปกว่า 700 ล้านบาท มียอด ขายรวมทั้งสิ้น 886.76 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันสามารถปิดการขายไปแล้ว 38 ยูนิต จาก 54 ยูนิต ด้านงานก่อสร้างแล้วเสร็จไปกว่า 90% สำหรับโครงการศรีพันวา ภูเก็ต ก็แรงไม่แพ้กัน โดยในเฟสแรกได้ก่อสร้าง Residential Estate จำนวน 9 หลัง ขายไปแล้ว 8 หลัง และ Pool Villas จำนวน 11 หลัง โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 252 ล้านบาท และในปลายปีที่แล้วโครง การได้เริ่มงานในเฟสที่ 2 โดยได้ก่อสร้าง Residential Estate เพิ่มอีก 10 หลัง และ Pool Villas อีกจำนวน 22 หลัง ซึ่งขณะนี้กำลัง ก่อสร้าง Residential Estate อีก 4 หลัง และ Pool Villas อีก 8 หลัง โดยคาดว่าจะทยอยสร้างเสร็จตั้งแต่กลางปี 2549 ถึงปลายปี 2549 ด้านยอดขายเฟสที่สองปัจจุบันมียอดขายรวมทั้งสิ้น 219.9 ล้านบาท
ในส่วนของโครงการเพลินทะเล ชะอำ เป็นที่น่ายินดีกว่าโครง การอื่นๆ เพราะเปิดตัวโครงการเมื่อกลางปี 2547 เพียงแค่ 6 เดือน ก็สามารถปิดการขายได้อย่างสวย งาม ซึ่งปัจจุบันได้ทยอยโอนให้ลูก ค้าไปจำนวนหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ โครง การบ้านเพลินทะเล เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 4 ชั้น 7 อาคาร ติดชายหาดชะอำ
นอกจากนี้ โครงการพัฒนา ที่ดิน IRD (International Resource Development) ซึ่งตั้งอยู่ บนถนนเทพราช ซึ่งเป็นช่วงต่อจาก ซอยอ่อนนุช ไปทางตะวันออกของสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 10 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างวางแผนพัฒนา ซึ่งนับว่าเป็นที่ดินแปลงที่มีศักยภาพสูงสามารถพัฒนา เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและสนามบินแห่งใหม่
นายสงกรานต์กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาโครงการศรีพันวา ภูเก็ต ได้เปิดให้บริการในส่วนของโรงแรมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 โดยได้นำ Pool Villas จำนวน 11 หลัง เปิดให้เป็นโรงแรม ที่พัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วง ฤดูกาลท่องเที่ยวที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยว โดยมีการติดต่อจองห้อง พักจนเต็มตั้งแต่เปิดบริการมาจน ถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มต่างชาติที่เป็นคู่ฮันนีมูนและครอบ ครัว ที่ต้องการมาพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว
ขณะที่โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต จะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกจำนวน 60 ห้อง โดยมีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรร่วมในการดำเนินงานและการบริหารด้านงานโรงแรม
|
|
 |
|
|