บิ๊ก ธอส.สวนหมัด แบงก์ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย คงที่ เน้น 5 ปี - 10 ปี ย้ำหน้าที่ต้องช่วยประชาชน ส่วนแนวทางการปรับอัตราดอกเบี้ยจะรอสัญญาณจาก ธปท. เป็นหลัก เล็งออกพันธบัตร 1.9 หมื่นล้าน รองรับการปล่อยกู้ เตรียมเซ็นเอ็มโอยูกับ พอช.ปล่อยสินเชื่อบ้านมั่นคง 3 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี แจงผลประกอบการปีที่แล้วปล่อยกู้ได้กว่า 1.29 แสนล้านบาท พร้อมออก TOR ดึงเอกชนรับบริหาร NPL จำนวน 2.8 หมื่นล้านบาท
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2549 ธอส.จะเน้นการปล่อยสินเชื่อ คงที่ระยะเวลา 5 ปี และ 10 ปีเป็น หลัก นอกจากต้องการให้ประชาชน มีภาระในการชำระหนี้ที่ไม่หนักเกินไป ซึ่งในปัจจุบัน ธอส. มีวงเงิน เหลืออยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับในการปล่อยกู้ระยะยาวได้ เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ธอส.ได้ออกพันธบัตรระยะ 5 ปีและ 10 ปีไว้ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ธอส.มีแผนที่จะออกพันธบัตรอีกประมาณ 19,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาแหล่งเงินไว้ปล่อยกู้ต่อไป ส่วนระยะเวลาของพันธบัตร จะเป็นเท่าไหร่นั้นจะต้องพิจารณาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ธอส.จะยังคงเดินหน้าใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อไป แม้ว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะประกาศยกเลิกอัตราดอกเบี้ยคงที่ เนื่องจาก ธอส.เป็นธนาคารของรัฐมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง โดยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีอยู่ที่ 3.5% คงที่ 2 ปี ในปีแรกคิด 4.75% ปีที่ 2 อยู่ที่ 5% อัตรา ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ปีแรก 4.25% ปีที่ 2 อยู่ที่ 5.25% ปีที่ 3 ที่ 6.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปี ปีที่ 1-5 อยู่ที่ 6% และแบบขั้นบันไดคงที่ 5 ปี ปีแรกคิด 5% ปีที่ 2 อยู่ที่ 5.5% ปีที่ 3 อยู่ที่ 6% ปีที่ 4 อยู่ที่ 6.5% และปีที่ 5 อยู่ที่ 7%
สำหรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 10 ปี แบบขั้นบันได ปีที่ 1 อยู่ที่ 5.25% ปีที่ 2 อยู่ที่ 6.25% ปีที่ 3-10 อยู่ที่ 7% หลังจากนั้นใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเอ็มอาร์อาร์ 7.25%, เอ็มแอลอาร์ 6.50% และเอ็มโออาร์ 9.50%
"เราอยากจะให้ประชาชนดูเรื่องสินเชื่อระยะยาวเป็นหลัก ไม่กู้มากเกินไปจนผ่อนไม่ไหว และดูความสามารถในการชำระ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะเดียวกัน ธอส.ก็จะพยายามตรึงดอกเบี้ยให้นานที่สุด แต่เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับขึ้นในช่วงกลางปี" นายขรรค์กล่าว
สำหรับการปรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัวนั้นขึ้นอยู่กับสัญญาณจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% หากธปท.มีการปรับอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ระยะ 14 วัน ธอส.ก็อาจจะปรับดอกเบี้ย ขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มจำนวนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคาร แต่อย่างใด เพราะลูกค้าที่กู้เงินจาก ธอส. ส่วนใหญ่กว่า 70% ใช้วิธีกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ จึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องยอดเงินที่ผ่อนชำระ ทำให้ล่าสุดหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 5% มูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่ง ธอส. มีแผนที่จะขจัดเอ็นพีแอลดังกล่าวออกไป โดยจะให้เอกชนเข้ามารับบริหารการจัดการทั้งหมด คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามาบริหารจัดการได้เร็วๆ นี้โดยจะคัดเลือกเพียงรายเดียวจากผู้ที่เสนอค่าใช้จ่ายหรือค่าบริการที่ต่ำสุดเท่านั้น
โดยเงื่อนไขการบริหารนั้น เอกชนต้องบริหารให้หมดใน 3 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วเอ็นพีแอลยังเหลืออยู่เอกชนรายดังกล่าวก็จะต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด ทั้งนี้ คาดว่าจะสรุปผลได้ใน 3 เดือน โดยหลังจาก ธอส.กำจัดเอ็นพีแอล เก่าออกไปหมดแล้วก็จะไปดูแลเอ็นพีแอลใหม่ที่เกิดหลังปี 2540 ซึ่งมีประมาณ 1% เท่านั้น
นายขรรค์กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2548 ว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2548 ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 129,657 ล้านบาท คิดเป็น 172,207 บัญชี หรือเฉลี่ยวงเงินกู้ 7.52 แสนบาทต่อบัญชี ส่วนผลการปล่อยในช่วงสัปดาห์แรกปีนี้ ธอส. อนุมัติวงเงินไปแล้ว 770 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะดีกว่าหรือแย่กว่าปีที่ผ่านมา ต้องรอดูผลการปล่อยทั้งเดือนมกราคมก่อนจึงจะพอประเมินสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ในเดือนมกราคมปี 2548 นั้น ธอส.ได้ปล่อยกู้ไปประมาณ 7,000 ล้านบาท
สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปี 2549 ธอส.ตั้งเป้าไว้ที่ 1 แสนล้านบาท เน้นรายย่อยและรายกลางเป็นหลัก เช่น โครงการบ้านมั่นคงที่จะมีการเซ็นสัญญากับองค์กรพัฒนาชุมชนองค์การมหาชน (พอช.) ที่จะขอวงเงินกู้ที่ 30,000 ล้านบาทระยะเวลา 3 ปี นอกจากนี้ยังเน้นโครงการบ้านเอื้ออาทร และโครงการบ้านธอส.-กบข. เป็นต้น
|