Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 มกราคม 2549
ธอส.สวนหมัดแบงก์เอกชน ยืนดบ.คงที่5-10ปีอุ้มคนจน             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

   
search resources

ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ขรรค์ ประจวบเหมาะ
Loan




บิ๊ก ธอส.สวนหมัด แบงก์ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย คงที่ เน้น 5 ปี - 10 ปี ย้ำหน้าที่ต้องช่วยประชาชน ส่วนแนวทางการปรับอัตราดอกเบี้ยจะรอสัญญาณจาก ธปท. เป็นหลัก เล็งออกพันธบัตร 1.9 หมื่นล้าน รองรับการปล่อยกู้ เตรียมเซ็นเอ็มโอยูกับ พอช.ปล่อยสินเชื่อบ้านมั่นคง 3 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี แจงผลประกอบการปีที่แล้วปล่อยกู้ได้กว่า 1.29 แสนล้านบาท พร้อมออก TOR ดึงเอกชนรับบริหาร NPL จำนวน 2.8 หมื่นล้านบาท

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2549 ธอส.จะเน้นการปล่อยสินเชื่อ คงที่ระยะเวลา 5 ปี และ 10 ปีเป็น หลัก นอกจากต้องการให้ประชาชน มีภาระในการชำระหนี้ที่ไม่หนักเกินไป ซึ่งในปัจจุบัน ธอส. มีวงเงิน เหลืออยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับในการปล่อยกู้ระยะยาวได้ เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ธอส.ได้ออกพันธบัตรระยะ 5 ปีและ 10 ปีไว้ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ธอส.มีแผนที่จะออกพันธบัตรอีกประมาณ 19,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาแหล่งเงินไว้ปล่อยกู้ต่อไป ส่วนระยะเวลาของพันธบัตร จะเป็นเท่าไหร่นั้นจะต้องพิจารณาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ธอส.จะยังคงเดินหน้าใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อไป แม้ว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะประกาศยกเลิกอัตราดอกเบี้ยคงที่ เนื่องจาก ธอส.เป็นธนาคารของรัฐมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง โดยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีอยู่ที่ 3.5% คงที่ 2 ปี ในปีแรกคิด 4.75% ปีที่ 2 อยู่ที่ 5% อัตรา ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ปีแรก 4.25% ปีที่ 2 อยู่ที่ 5.25% ปีที่ 3 ที่ 6.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปี ปีที่ 1-5 อยู่ที่ 6% และแบบขั้นบันไดคงที่ 5 ปี ปีแรกคิด 5% ปีที่ 2 อยู่ที่ 5.5% ปีที่ 3 อยู่ที่ 6% ปีที่ 4 อยู่ที่ 6.5% และปีที่ 5 อยู่ที่ 7%

สำหรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 10 ปี แบบขั้นบันได ปีที่ 1 อยู่ที่ 5.25% ปีที่ 2 อยู่ที่ 6.25% ปีที่ 3-10 อยู่ที่ 7% หลังจากนั้นใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเอ็มอาร์อาร์ 7.25%, เอ็มแอลอาร์ 6.50% และเอ็มโออาร์ 9.50%

"เราอยากจะให้ประชาชนดูเรื่องสินเชื่อระยะยาวเป็นหลัก ไม่กู้มากเกินไปจนผ่อนไม่ไหว และดูความสามารถในการชำระ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะเดียวกัน ธอส.ก็จะพยายามตรึงดอกเบี้ยให้นานที่สุด แต่เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับขึ้นในช่วงกลางปี" นายขรรค์กล่าว

สำหรับการปรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัวนั้นขึ้นอยู่กับสัญญาณจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% หากธปท.มีการปรับอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ระยะ 14 วัน ธอส.ก็อาจจะปรับดอกเบี้ย ขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มจำนวนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคาร แต่อย่างใด เพราะลูกค้าที่กู้เงินจาก ธอส. ส่วนใหญ่กว่า 70% ใช้วิธีกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ จึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องยอดเงินที่ผ่อนชำระ ทำให้ล่าสุดหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 5% มูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่ง ธอส. มีแผนที่จะขจัดเอ็นพีแอลดังกล่าวออกไป โดยจะให้เอกชนเข้ามารับบริหารการจัดการทั้งหมด คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามาบริหารจัดการได้เร็วๆ นี้โดยจะคัดเลือกเพียงรายเดียวจากผู้ที่เสนอค่าใช้จ่ายหรือค่าบริการที่ต่ำสุดเท่านั้น

โดยเงื่อนไขการบริหารนั้น เอกชนต้องบริหารให้หมดใน 3 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วเอ็นพีแอลยังเหลืออยู่เอกชนรายดังกล่าวก็จะต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด ทั้งนี้ คาดว่าจะสรุปผลได้ใน 3 เดือน โดยหลังจาก ธอส.กำจัดเอ็นพีแอล เก่าออกไปหมดแล้วก็จะไปดูแลเอ็นพีแอลใหม่ที่เกิดหลังปี 2540 ซึ่งมีประมาณ 1% เท่านั้น

นายขรรค์กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2548 ว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2548 ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 129,657 ล้านบาท คิดเป็น 172,207 บัญชี หรือเฉลี่ยวงเงินกู้ 7.52 แสนบาทต่อบัญชี ส่วนผลการปล่อยในช่วงสัปดาห์แรกปีนี้ ธอส. อนุมัติวงเงินไปแล้ว 770 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะดีกว่าหรือแย่กว่าปีที่ผ่านมา ต้องรอดูผลการปล่อยทั้งเดือนมกราคมก่อนจึงจะพอประเมินสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ในเดือนมกราคมปี 2548 นั้น ธอส.ได้ปล่อยกู้ไปประมาณ 7,000 ล้านบาท

สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปี 2549 ธอส.ตั้งเป้าไว้ที่ 1 แสนล้านบาท เน้นรายย่อยและรายกลางเป็นหลัก เช่น โครงการบ้านมั่นคงที่จะมีการเซ็นสัญญากับองค์กรพัฒนาชุมชนองค์การมหาชน (พอช.) ที่จะขอวงเงินกู้ที่ 30,000 ล้านบาทระยะเวลา 3 ปี นอกจากนี้ยังเน้นโครงการบ้านเอื้ออาทร และโครงการบ้านธอส.-กบข. เป็นต้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us