|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เปิดแผนปีจอ"ไอเอ็นจี" เตรียมส่งกองทุนหุ้นกองใหม่ ลุยหุ้นบิ๊กแคป หลังประเมินว่าจะได้รับผลดีจากการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ ด้าน กองทุน FIF เผยไตรมาสแรกเตรียมเข็นกองทุนใหม่ลุยตลาดหุ้นเอเชีย ขณะที่พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ยังไม่ทิ้ง จับกองทุนหอพักฯมาปัดฝุ่นใหม่ พร้อมเดินหน้านำ โรงแรมและรีเทล จัดตั้งเป็นกองทุนเพิ่ม
นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัด การกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี นี้บริษัทมีแผนจะจัดตั้งกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุนหรือกองทุนหุ้นกองใหม่ โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นขนาด ใหญ่ (บิ๊กแคป) เป็นหลัก เนื่องจากเชื่อว่าหุ้นกลุ่มนี้จะได้รับผลดีตามการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวในอัตรา 4.7-5.7%
นอกจากนี้ มีนักวิเคราะห์หลายฝ่ายให้ความสำคัญกับแนวโน้มการควบรวมกิจการของธุรกิจภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อรองรับการเปิดเสรีทาง การเงิน (FTA) ระหว่างไทย-สหรัฐฯ เช่น กลุ่มพลังงาน สื่อสาร กลุ่มที่ให้บริการภาคการเงิน ที่ต้องการความแข็งแกร่งในแง่ของขนาดองค์กร เพื่อแข่งขันกับธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาภายหลังการเปิดเสรีทางการเงิน
นายจุมพล กล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้ขนาดของบริษัทเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าตลาดรวม (มาร์เกต-แคป) ของหุ้นนั้นๆ ใหญ่ขึ้นตาม โดย จากแนวโน้มดังกล่าว หุ้นกลุ่มที่คาดว่า น่าจะได้รับผลดีคือหุ้นในกลุ่มบิ๊กแคป นั่นเอง โดยกองทุนหุ้นกองใหม่นั้น คาดว่าจะสามารถจัดตั้งกองทุนได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนตั้งกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) อีก 1 กองทุน ซึ่งขณะนี้ได้รับการจัดสรรเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 400 ล้านบาท โดยเป็นวงเงิน FIF สำหรับปีนี้
สำหรับรูปแบบของกองทุนนั้น จะเน้นลงทุนในตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก โดยจะรวมไปถึงตลาด หุ้นของประเทศญี่ปุ่นด้วย เนื่องจากบริษัทมองว่า ภาพรวมการขยายตัวของประเทศในภูมิภาคเอเชียน่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียดของ กองทุนนั้น กำลังอยู่ระหว่างศึกษา และร่างรายละเอียดโครงการ โดยคาดว่าจะสามารถจัดตั้งกองทุนดังกล่าวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้
ขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) นายจุมพล กล่าวว่า อยู่ในแผนสำหรับปีนี้เช่นกัน โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะตั้งกองทุนใหม่อีกประมาณ 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนที่ลงทุนในโรงแรมพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ศูนย์การค้า (รีเทล) และกองทุนที่ลงทุนในหอพักนักศึกษา ซึ่งจะเป็นทรัพย์สินเดิมของกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์หอพักนักศึกษา ที่ไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้หลังจากก่อนหน้านี้ระดมทุนได้ไม่ครบตามหลักเกณฑ์สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนดไว้
สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่จะจัดตั้งใหม่ในปีนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขายคืนทรัพย์สิน (EXIT) เป็นพิเศษ หลังจากกองทุนล่าสุดไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากผู้ลงทุนยังไม่แน่ใน ประเด็นดังกล่าวนั่นเอง โดยกองทุนใหม่นั้นจะต้องมีการศึกษาถึงแนวทาง ในการขายคืนทรัพย์สินให้ชัดเจน เช่น เดียวกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บ้านแสนสิริ ที่มีการกำหนดการขายคืนไว้อย่างชัดเจน และได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี
"กองทุนบ้านแสนสิริ เป็นกองทุนที่กำหนดทางเลือกในการขายคืนทรัพย์สินได้ตรงใจของผู้ลงทุน ซึ่งถ้าหากกองต่อๆไป ออกแบบได้เช่นเดียว กับกองทุนดังกล่าว เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี ซึ่ง กองทุนหอพักนักศึกษาที่ลงทุนในหอพักจังหวัดมหาสารคามนั้น ก็กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนจัดตั้งกองทุนใหม่ โดยจะให้ความสำคัญกับการขายคืนเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน"นายจุมพลกล่าว
|
|
 |
|
|