Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน5 มกราคม 2549
ไอเอ็นจีพุ่งเป้าลุยตั๋วP/Nแบงก์ หลังพันธบัตรถูกเงินฝากไล่บี้             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

ไอเอ็นจี (ประเทศไทย), บลจ.
Funds




ไอเอ็นจีปรับกลยุทธ์กองทุนตราสารหนี้ เบนเข็มไปลงทุนกับตั๋ว P/N ของแบงก์พาณิชย์ หลังพันธบัตรรัฐบาลโดนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขยับไล่หลัง พร้อมทั้งชูผลตอบแทนที่เหนือกว่า ระบุเตรียมส่งกองทุนแรกอายุ 1 ปีประเดิมช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี หากอัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว เผยพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นยังไม่ทิ้ง เดินหน้าลุยต่อจนจบไตรมาสแรกของปีนี้
นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะยังเน้นออกกองทุนประเภทตราสารหนี้ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกองทุนอายุช่วง 6 เดือนและอายุ 1 ปี เนื่องจากเชื่อว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และผู้ลงทุนยังนิยมลงทุนผ่านกองทุนในช่วงอายุดังกล่าวด้วย

โดยในระหว่างวันที่ 5-12 มกราคม 2549 นี้ บริษัทจะเปิดขายกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย พันธบัตร ระยะสั้น 5 ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ทั้งตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล ที่มีอายุประมาณ 6 เดือน หลังจากที่ได้เปิดขายกองทุนดังกล่าวมาแล้วทั้งหมด 4 กองทุนและจะเปิดขายกองใหม่ต่อเนื่องทุกเดือนไปจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนบริษัทมีแผน ที่จะเปิดขายหน่วยลงทุนสำหรับกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย พันธบัตร 02/08 ออโต้โบนัส ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้อายุประมาณ 2 ปี โดยยังคงเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาลและตั๋วเงินคลัง ทั้งนี้ กองทุนจะมีการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี

"ช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ เชื่อว่าธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอาร์/พีอีก 0.25% หลังจากนั้นจะขึ้นอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของธปท. และมีความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับขึ้นสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งช่วงที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเองก็ปรับขึ้นไล่หลังมาเรื่อยๆ ทำให้เงินลงทุนที่ล็อกอายุเอาไว้สั้นๆ อาจจะทำให้ความสนใจลดน้อยลง" นายจุมพลกล่าว

นายจุมพล กล่าวว่า จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง การออกกองทุนตราสารหนี้ของบริษัทจะปรับกลยุทธ์จากการเน้นพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักในช่วงก่อนหน้านี้ มาให้ความสำคัญกับตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ (ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือ P/N) มากขึ้น เนื่องจากเป็นตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากไล่หลังขยับขึ้นมาในระดับใกล้เคียงกัน โดยปัจจุบันพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 4.38% ในขณะที่ตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5%

อย่างไรก็ตาม ตราสารทางการเงินของธนาคาร พาณิชย์อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลในระดับหนึ่ง แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นกู้หรือตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเอกชน (บี/อี) ที่มีความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้อย่างเช่นที่เกิดในช่วงที่ผ่านมากับบริษัทจดทะเบียนรายหนึ่ง ซึ่งการลงทุนในตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ถือเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจากพันธบัตรรัฐบาลและตั๋วเงินคลัง

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทจะเริ่มออกกองทุนใหม่ที่เน้นลงทุนในตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นหลัก โดยจะมีการผสมผสานระหว่างตราสารภาครัฐเข้าไปด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ลงทุนเสียโอกาสหากอัตราดอกเบี้ยยังปรับขึ้นต่อไปอีก ซึ่งลักษณะของกองทุนจะมีอายุประมาณ 1 ปี และจะเปิดขายหน่วยลงทุนต่อเนื่องตลอดทั้งปี หรืออย่างน้อยจนถึงไตรมาส 2 ของปีนี้ เพื่อรอประเมินอัตราดอกเบี้ยว่าจะขยับขึ้นไปสูงสุดในช่วงดังกล่าวหรือไม่ แต่ถ้าหากยังขยับต่อไปอีกก็กลับมาเน้นลงทุนพันธบัตรรัฐบาลต่อได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us