|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ไอเอ็นจีปรับกลยุทธ์กองทุนตราสารหนี้ เบนเข็มไปลงทุนกับตั๋ว P/N ของแบงก์พาณิชย์ หลังพันธบัตรรัฐบาลโดนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขยับไล่หลัง พร้อมทั้งชูผลตอบแทนที่เหนือกว่า ระบุเตรียมส่งกองทุนแรกอายุ 1 ปีประเดิมช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี หากอัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว เผยพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นยังไม่ทิ้ง เดินหน้าลุยต่อจนจบไตรมาสแรกของปีนี้
นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะยังเน้นออกกองทุนประเภทตราสารหนี้ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกองทุนอายุช่วง 6 เดือนและอายุ 1 ปี เนื่องจากเชื่อว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และผู้ลงทุนยังนิยมลงทุนผ่านกองทุนในช่วงอายุดังกล่าวด้วย
โดยในระหว่างวันที่ 5-12 มกราคม 2549 นี้ บริษัทจะเปิดขายกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย พันธบัตร ระยะสั้น 5 ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ทั้งตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล ที่มีอายุประมาณ 6 เดือน หลังจากที่ได้เปิดขายกองทุนดังกล่าวมาแล้วทั้งหมด 4 กองทุนและจะเปิดขายกองใหม่ต่อเนื่องทุกเดือนไปจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนบริษัทมีแผน ที่จะเปิดขายหน่วยลงทุนสำหรับกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย พันธบัตร 02/08 ออโต้โบนัส ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้อายุประมาณ 2 ปี โดยยังคงเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาลและตั๋วเงินคลัง ทั้งนี้ กองทุนจะมีการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี
"ช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ เชื่อว่าธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอาร์/พีอีก 0.25% หลังจากนั้นจะขึ้นอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของธปท. และมีความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับขึ้นสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งช่วงที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเองก็ปรับขึ้นไล่หลังมาเรื่อยๆ ทำให้เงินลงทุนที่ล็อกอายุเอาไว้สั้นๆ อาจจะทำให้ความสนใจลดน้อยลง" นายจุมพลกล่าว
นายจุมพล กล่าวว่า จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง การออกกองทุนตราสารหนี้ของบริษัทจะปรับกลยุทธ์จากการเน้นพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักในช่วงก่อนหน้านี้ มาให้ความสำคัญกับตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ (ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือ P/N) มากขึ้น เนื่องจากเป็นตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากไล่หลังขยับขึ้นมาในระดับใกล้เคียงกัน โดยปัจจุบันพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 4.38% ในขณะที่ตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5%
อย่างไรก็ตาม ตราสารทางการเงินของธนาคาร พาณิชย์อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลในระดับหนึ่ง แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นกู้หรือตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเอกชน (บี/อี) ที่มีความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้อย่างเช่นที่เกิดในช่วงที่ผ่านมากับบริษัทจดทะเบียนรายหนึ่ง ซึ่งการลงทุนในตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ถือเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจากพันธบัตรรัฐบาลและตั๋วเงินคลัง
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทจะเริ่มออกกองทุนใหม่ที่เน้นลงทุนในตราสารทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นหลัก โดยจะมีการผสมผสานระหว่างตราสารภาครัฐเข้าไปด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ลงทุนเสียโอกาสหากอัตราดอกเบี้ยยังปรับขึ้นต่อไปอีก ซึ่งลักษณะของกองทุนจะมีอายุประมาณ 1 ปี และจะเปิดขายหน่วยลงทุนต่อเนื่องตลอดทั้งปี หรืออย่างน้อยจนถึงไตรมาส 2 ของปีนี้ เพื่อรอประเมินอัตราดอกเบี้ยว่าจะขยับขึ้นไปสูงสุดในช่วงดังกล่าวหรือไม่ แต่ถ้าหากยังขยับต่อไปอีกก็กลับมาเน้นลงทุนพันธบัตรรัฐบาลต่อได้
|
|
 |
|
|