Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์2 มกราคม 2549
"2 บิ๊ก"เศรษฐกิจฯชี้ศก.ปี 49 ปัจจัยลบเพรียบ-เตือนประชาชนยึดศก.พอเพียง             
 

 
Charts & Figures

ตารางประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2548 และ 2549


   
search resources

ประมนต์ สุธีวงศ์
ประพัฒน์ โพธิวรคุณ
Economics




ประธานหอการค้า-ประธานสภาอุตฯ ชี้ ปี 49 ปัจจัยลบมากขึ้นกว่าปี 48 แนะประชาชนอยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ส่วนผู้ประกอบการตั้งปรับกลยุทธ์ เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพ คน มากกว่า ลดต้นทุนการผลิต

ปีไก่ผ่านไปเข้าสู่ปีจอ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนอยากทราบกันก็คือ ปี 2549 ที่จะเกิดขึ้นนี้บรรดาผู้ประกอบการต่าง ๆ รวมไปถึงประชาชนควรจะวางแผนหรือกำหนดทิศทางการบริหาร จัดการไปในทิศทางใดเพื่อเตรียมรับกับภาวะเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในปี 2549

หอการค้าเตือนปีหน้าลดฟุ่มเฟือย

ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานหอการค้าไทย ระบุ ว่าสภาวะเศรษฐกิจในปี 2549 จะไม่แตกต่างไปจากปี 2548 แต่ประชาชนทั่วไปควรที่จะลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตไปด้วย เพราะปัจจัย ดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยหลักที่จะเข้าแบ่งเงินในกระเป๋าให้ลดลง แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีทิศทางทรงตัวอยู่ 50-55 เหรียญสหรัฐ / บาร์เรล แต่คาดว่าปัจจัยดอกเบี้ยและเงินเฟ้อจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการวางแผนใช้ชีวิตในอนาคตของคนไทย

"คาดว่า ภาวะอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าเฉลี่ยจะมีอัตราที่สูงขึ้นกว่าปี 2548 ดอกเบี้ยก็อยู่ในอัตราขาขึ้น จึงทำให้การวางแผนใช้ชีวิตในปี 2549 ต้องลดภาระการก่อหนี้เป็นสำคัญ อีกทั้งไม่ควรที่จะมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นในชีวิต เช่นเคยพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี ปีหน้าก็คงต้องหยุดบ้าง เพราะเกรงว่ารายได้จะโตไม่ทันกับรายจ่ายที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ก่อหนี้ ก็ต้องระวังมากยิ่งขึ้น "

อย่างไรก็ตาม ประธานหอการค้ายังมองว่า ภาคเศรษฐกิจโดยรวม มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างดี แม้จะมีบางภาคการผลิตจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่ยังภาคอุตสาหกรรมในประเทศบางตัวน่าสนใจและจะเป็นดาวเด่นในปี 2549

ส่งออกบูมสวนทางอสังหาฯ

สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่น่าสนใจสำหรับปี 2549 นั้น ประมนต์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมส่งออกนั้น คาดว่าไทยจะโตตามประเทศญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจกำลังพลิกฟื้นขึ้นมา ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย น่าจะมีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะอาหารประเภทอาหารแช่แข็งถือว่าเป็นดาวเด่นการส่งออกที่สำคัญในปี 2549 อีกทั้งการได้รับการสนับสนุนจากมาตรการของรัฐบาลที่มีการกระตุ้นการส่งออกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การลดความยุ่งยากในการติดต่อระหว่างภาครัฐและเอกชน การกระตุ้นให้เอกชน ให้เร่งพัฒนาคุณภาพสินค้า และได้รับปัจจัยบวกเพิ่มจากการได้รับ สิทธิพิเศษ GSP จากสหภาพยุโรปในปีหน้า ยิ่งทำให้ภาคเกษตรส่งออกไทยสดใสมากยิ่งขึ้น

ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมส่งออกอยู่ในภาวะที่อยู่ในขั้นที่ดี เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2549 เกิดจากการสนับสนุนของภาครัฐจึงคาดว่า ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์จะเป็นดาวเด่นในปี 2549 ได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดีการเติบโตของภาคส่งออกและอุตสาหกรรมยานยนต์ จะสวนทางกับภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยดอกเบี้ยในภาวะขาขึ้น และเงินเฟ้อที่เข้ามากระทบเงินในกระเป๋ามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ลูกค้ามีความลังเลใจที่จะซื้อสินค้ามากขึ้นตามลำดับ เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีรายได้เข้ามาทันกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งนำไปสู่การชะลอการตัดสินใจซื้อที่พักอาศัย

"จากเดิมดอกเบี้ยไม่สูง ซื้อบ้านได้ราคา 3 ล้าน แต่พอดอกเบี้ยขึ้นไปสูง ต้องลดยอดซื้อบ้านลงแค่ 1 ล้านกว่าบาท เพื่อให้ยังพอมีกำลังผ่อนส่งในแต่ละเดือนได้"

เมกกะโปรเจกท์ดาบสองคม

ในส่วนของเมกกะโปรเจ็กที่จะมีเม็ดเงินลงทุน 1.7 ล้านบาท ที่จะเกิดขึ้นในปี 2549 นั้น ประธานหอการค้าไทยมองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียที่จะเกิดขึ้น เพราะถ้ามองว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานในอนาคตที่จะเกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีในการกระจายรายได้ แต่ในทางกลับกันถ้าการจ้างงานกระจุกตัวแค่ผู้รับเหมาเพียงรายเดียว การกระจายรายได้ก็คงจะไม่สามารถกระจายไปได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งกังวลในการใช้เงินกู้จากต่างประเทศและการนำเข้าสินค้าไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้ามากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงควรเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า

หากจะมองถึงปัจจัยทางการเมืองเชื่อว่าปี 2549 การเมืองจะมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุน เพราะปี 2548 ทั้งปีนักลงทุนส่วนใหญ่ต่างกำลังรอดูท่าทีภาวะโดยรวม ไม่มีการสต็อกสินค้าอย่างที่เคยเป็นมา แต่คาดว่าในปี 2549 นักลงทุนจะมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น

เช่นเดียวกับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มองว่าปี 2549 สภาพเศรษฐกิจไทยจะไม่แตกต่างจากปี 2548 มากนัก ผู้ประกอบการเองก็ต้องเตรียมรับมือกับปัจจัยลบต่างๆที่จะเข้ามา

สภาอุตฯ คาดปี 49โต 10-12%

ประพัฒน์ โพธิวรกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม คาดในปี 2549 นี้ภาคอุตสาหกรรมไทยจะมีการขยายตัวร้อยละ 10-12% โดยสินค้าอุตสาหกรรมการส่งออกจะดีขึ้น อันได้แก่ กุ้งแช่เย็นแช่แข็ง ไก่แปรรูป อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ด้วยเหตุผลว่า ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกมากขึ้นจากความต้องการที่ยังมีอยู่ของตลาดโลก และภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็คาดว่าจะมีทิศทางการส่งออกที่ดีขึ้นด้วย ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนจะยังคงถูกกดดันทั้งจากราคาน้ำมัน และแนวโน้มการปรับตัวขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศ และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน จะส่งผลให้กดดันต่อการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ประกอบการควรที่จะจับตาสัญญาณเหล่านี้ให้ดีในปี 2549

"ประชาชนทั่วไปควรยึดการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ไม่ใช้จ่ายเกินตัว เพราะปี 2549 ปัจจัยลบต่างๆจะสูงกว่าปี 2548"

เตือนผู้ประกอบการปรับตัวรับปัจจัยลบ

ประธานสภาอุตสาหกรรม ย้ำว่า จะเป็นการดีถ้าผู้ประกอบการไม่ประมาท แม้การส่งออกจะผลดีขึ้นแต่ปัจจัยลบยังคงมีอยู่ ทำให้ผู้บริโภคชะลอตัวการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น อันเนื่องมาจาก ราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ย ผู้ประกอบการจึงควรที่จะปรับตัวเองให้มีความพร้อมรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในช่วงราคาที่สูงอยู่ อีกทั้งภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ผู้ประกอบการจึงควรมองหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆและไม่ควรที่จะเพิ่มภาระหนี้สินมากเกินไป

นอกจากนั้นผู้ประกอบการควรที่จะปรับกลยุทธ์ด้านการบริหาร จากเดิมที่พยายามลดต้นทุนเพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้กำไรสูง แต่เมื่อต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ผู้ประกอบการควรที่จะเน้นการเพิ่มคุณภาพของบุคลากร เพราะนอกจากจะเพิ่มคุณภาพสินค้าแล้วยัง ลดรายจ่ายอันเนื่องจากความบกพร่องที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

เผชิญหน้าขาดแคลนแรงงาน

นอกจากปัจจัยลบที่จะเกิดขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยลบอย่างหนึ่งที่ประธานสภาอุตสาหกรรมเป็นห่วงก็คือ การขาดแคลนแรงงานของทุกภาคอุตสาหกรรม อันเนื่องมากจากปี 2549 ไทยจะขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจในทุกภาคอุตสาหกรรม ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์และเมกกะโปรเจ็ก จึงทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือ อีกทั้งเด็กไทยมีค่านิยมที่จะเรียนระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น ดังนั้นจึงขาดแคลนแรงงานในระดับกลาง จบวุฒิ ปวช. ปวส. แม้ทางรัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือโดย นำแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในประเทศไทย เช่นประเทศลาว เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนแรงงานที่จะเกิดขึ้นในปี 2549 เพื่อแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวก็คงต้องมีการประสานงานกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับกลาง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us