Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 ธันวาคม 2548
ยื่นศาลยกเลิกฟฟื้นฟู TPI วันนี้ โอ่กำไรปีนี้ท่วม 6.1 หมื่นล.-ประชัยลังเลคัดค้าน             
 


   
www resources

โฮมเพจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) - ทีพีไอ

   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.
Chemicals and Plastics




คลังยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอยกเลิกการฟื้นฟูกิจการทีพีไอวันนี้ (29 ธ.ค.) พร้อมกับนำเงินค่าหุ้นเพิ่มทุนจ่ายหนี้ตามแผนฯ 5.7 หมื่นล้านบาท ทำให้ดอกเบี้ยค้างจ่ายลดลงทันที 1.2 หมื่นล้านบาท คุยฟุ้งปีนี้ทีพีไอมีกำไรสุทธิหลังปรับโครงสร้างหนี้ 6.1 หมื่นล้านบาท มาจากกำไรดำเนินงาน 7,584 ล้านบาท โบ้ยการจ่ายเงินปันผลงวดปี 2548 ขึ้นอยู่กับบอร์ดทีพีไอชุดใหม่ "ประชัย" ขอเวลาพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจะยื่นคัดค้านคำร้องขอออกจากแผนฟื้นฟูฯ ทีพีไอ หรือไม่

พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฯ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ทีพีไอ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (29 ธ.ค.) ผู้บริหารแผนฯ จะยื่นคำร้องเพื่อขอยกเลิกการฟื้นฟูกิจการทีพีไอต่อศาลล้มละลายกลาง หลังจากได้บรรลุเงื่อนไขของแผนฟื้นฟูกิจการฯ ครบถ้วน โดยผู้บริหารแผนฯ จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นทีพีไอทันทีหลังจากศาลฯมีคำสั่งให้บริษัทฯ ออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการ 1 วัน โดยการประชุมผู้ถือหุ้นทีพีไอครั้งนี้จะมีเพียงวาระเดียว คือ แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ไม่เกิน 25 คน โดยกรรมการชุดเดิมจะพ้นวาระ 1/3 ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีกรรมการเหลือเพียง 12 คน

ในวันเดียวกัน บริษัทฯ ได้นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนทีพีไอให้แก่กลุ่มพันธมิตรและผู้ถือหุ้นรายย่อย จำนวน 1,485 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 57,000 ล้านบาท ชำระคืนหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฯ ส่งผลให้ทีพีไอสามารถตัดหนี้ดอกเบี้ยค้างจ่ายจำนวน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 12,000 ล้านบาททันที หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทได้นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นบมจ.ทีพีไอโพลีน ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้หนี้ลดลง 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,205 ล้านบาท

ดังนั้น ทีพีไอได้มีการชำระหนี้เฉพาะเงินต้นให้แก่เจ้าหนี้ในปีนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 70,405 ล้านบาท คงเหลือหนี้อยู่อีก 965 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 38,710 ล้านบาท ขณะเดียวกันทีพีไอมีเงินสดในบัญชีอีก 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้เป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งหลังออกจากแผนฯ โดยทีพีไอจะชำระหนี้ที่เหลือทั้งหมดได้ภายใน 2-3 ปี แต่ล่าสุด บมจ.ปตท. พันธมิตรใหม่มีแผนจะรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนดังกล่าว ทันทีหลังจากได้เข้ามาบริหารงานในทีพีไอ

"ตามที่รัฐได้มีนโยบายให้ผู้บริหารแผนฯเข้าดูแลกิจการทีพีไอ 4 ข้อ คือ บริษัทต้องดำเนินกิจการต่อไป พนักงานต้องไม่ตกงาน เจ้าหนี้ได้รับเงินคืนและลูกหนี้ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งพวกผมทำได้สำเร็จตามความมุ่งหมายทุกประการ ผู้ถือหุ้นเดิมได้ประโยชน์เพราะมูลค่าหุ้นทีพีไอเพิ่มขึ้น พนักงานมีส่วนเป็นเจ้าของกิจการ"

รวมทั้ง ผู้บริหารแผนฯ จะการเซ็นสัญญากับ ดร.ปิติ ยิ้มประเสริฐ ว่าที่ตัวแทนปตท.ที่จะเข้ามาดูแลทีพีไอ ให้เข้ามานั่งเป็นที่ปรึกษาของคณะผู้บริหารแผนฯ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 2549 เป็นต้นไป

พล.อ.มงคลกล่าวว่า ผลการดำเนินงานปีนี้ คาดว่าบริษัทฯ จะมีรายได้รวม 186,079 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและภาษี (EBITDA) 18,763 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิหลังปรับโครงสร้างหนี้รวมทั้งสิ้น 61,359 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงานถึง 7,584 ล้านบาท หลังหักโบนัสที่จ่ายให้พนักงานทีพีไอปีนี้ 5 เดือนแล้ว

มั่นใจ Q1/49 TPI พ้นแผนฟื้นฟูฯ

นางไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ทีมงานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ทีพีไอ กล่าวว่า หลังจากผู้บริหารแผนฯยื่นคำร้องเพื่อออกจากแผนฟื้นฟูฯนั้น ขั้นตอนกระบวนการพิจารณาของศาลจะเปิดให้คณะกรรมการเจ้าหนี้ ผู้บริหารลูกหนี้ รวมทั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) ยื่นคำร้องคัดค้านได้โดยศาลจะนัดไต่สวนหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ซึ่งไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าบริษัทจะออกจากแผนฯ ได้เมื่อใด แต่คาดว่าศาลจะพิจารณาให้ทีพีไอออกจากแผนเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1/2549 หลังจากนั้นบริษัทฯจะยื่นขอนำทีพีไอออกจากกลุ่มรีแฮบโกต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อกลับมาเทรดในหมวดปกติ

โบ้ยปตท.ชี้ขาดจ่ายปันผล TPI

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ หนึ่งในทีมคณะผู้บริหารแผนฯ ทีพีไอ กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าทีพีไอจะมีรายได้ประมาณ 186,097 ล้านบาท EBITDA 18,763 ล้านบาท เทียบจากปีที่แล้วที่มีรายได้ 154,958 ล้านบาท และ EBITDA 22,635 ล้านบาท แต่เชื่อว่าปีหน้า ทีพีไอจะมีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีนี้ เนื่องจากภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง

ส่วนการจ่ายเงินปันผลงวดปี 2548 ขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ คงต้องรอให้คณะกรรมการบริษัทชุดใหม่พิจารณาตัดสินใจว่าจะจ่ายเงินปันผลหรือไม่ โดยทีพีไอบรรลุเงื่อนไขหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่จะจ่ายเงินปันผลได้ เพราะหลังปรับโครงสร้างหนี้ ทีพีไอจะมีส่วนล้ำมูลค่าหุ้น 26,798 ล้านบาท และมีกำไรสะสม 27,729 ล้านบาท และมีมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเพิ่ม ขึ้นเป็น 5.19 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ 1 บาท) จากเดิมที่มีมูลค่าทางบัญชี 0.26 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ 10 บาท)

ส่วนการปลดนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ออกจากการเป็นกรรมการบริษัทฯ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯแจ้งกล่าวโทษนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นทีพีไอจะเป็นผู้พิจารณาไม่เกี่ยวกับผู้บริหารแผนฯ

ด้านนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีพีไอ ในฐานะผู้บริหารลูกหนี้ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะยื่นคัดค้านคำ ร้องของกระทรวงการคลังที่จะให้ทีพีไอออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือไม่ คงต้องขอพิจารณาดูก่อน ซึ่งจะปรึกษาหารือกับหลายฝ่ายก่อนที่จะตัดสินใจ เนื่องจากตามกฎหมายแล้วเปิดโอกาสให้ผู้บริหารลูกหนี้สามารถยื่นคัดค้านได้

โครงสร้างผู้ถือหุ้นทีพีไอ ภายหลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ ปตท. จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 30% กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ธนาคาร ออมสิน กองทุนรวมวายุภักษ์ ถือหุ้นรายละ 9.5% เจ้าหนี้ 8.10% ผู้ถือหุ้นเดิมและรายย่อย 28.6% และพนักงาน 4.8%

ส่วนการซื้อขายหุ้นทีพีไอ วานนี้ (28 ธ.ค.) เปิดมาที่ระดับ 7.60 บาท ซึ่งถือเป็นราคาสูงสุดของ วัน หลังจากนั้นก็มีแรงขายทำกำไรออกมา ทำให้ราคาอ่อนตัวลงและมาต่ำสุดที่ 7.45 บาทต่อมาราคาก็กระเตื้องขึ้นและมาปิดที่ระดับ 7.50 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 0.66% มูลค่าการซื้อขาย 1,370.66 ล้านบาท

อนึ่ง บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีคัลไทย (TPI) ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจจนทำให้ปี 2543 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ และแต่งตั้งให้บริษัท เอ็ฟเฟคทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด (อีพี) เข้ามาเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอ ตามคณะ กรรมการเจ้าหนี้เสนอ ซึ่งผู้บริหารทีพีไอคัดค้าน

จนกระทั่งในช่วงกลางปี 2546 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้กระทรวงการคลังเข้ามาเป็นผู้บริหารแผนชุดใหม่ของทีพีไอ แทนอีพี โดยกระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะผู้บริหารแผนฯเข้ามาทำหน้าที่

ทั้งนี้ ในกลางปี 2548 ทีพีไอได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 11,651,088,789หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ และจัดสรรให้แก่กลุ่มผู้ร่วมทุน ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท ให้แก่ผู้ร่วมลงทุนหลัก คือ บมจ.ปตท.และพันธมิตร และกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วของบริษัทฯ แล้วในวันเดียวกัน โดยเพิ่มทุนชำระแล้วจาก 7,848,911,211 บาท เป็น 19,500,000,000 บาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us