|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เอเจเอฟพลิกกลยุทธ์การออกกองทุนปีหน้า เน้นตราสารหนี้ที่มีอายุยาวมากขึ้น เตรียมคลอดกองทุนเปิด "อยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน 2" มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอายุ 2 ปี หลัง "อยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน" ซึ่งเปิดขายก่อนหน้านี้ ระดมทุนเต็มมูลค่า เผยล่าสุด ก.ล.ต.ไฟเขียวจัดตั้งกองทุนแล้ว
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อยุธยาเจเอฟ จำกัด หรือ เอเจเอฟ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติให้บริษัทจัดตั้งกองทุนเปิดอยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน 2 กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยระหว่างการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก จะสามารถเสนอขายหน่วยลงทุนเกินจำนวนเงินทุนของโครงการได้ไม่เกิน 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุนเปิดอยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน 2 มีอายุโครงการประมาณ 2 ปี โดยจะสิ้น สุดในวันที่ 14 ธันวาคม 2550 สำหรับวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับการคุ้มครอง เงินต้น และได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมในการลงทุนเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี โดยบริษัทจัดการมีนโยบายจะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุใกล้เคียงหรือเท่ากับกองทุนและเมื่อครบกำหนดอายุตราสารดังกล่าว
โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน หรือพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน ซึ่งรวมถึงการทำธุรกรรม ซื้อขายโดยมีสัญญาขายคืน ซึ่งมีพันธบัตรรัฐบาล หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหลักประกัน
ก่อนหน้านี้ บลจ.เอเจเอฟ ได้เปิดขายกองทุนเปิดอยุธยาพันธบัตรรับรายเดือน มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในพันธบัตร ตั๋วเงินคลังที่มีอายุประมาณ 2 ปีเช่นกัน โดยหลังจากปิดการเสนอขายสามารถระดมทุนได้รวมกว่า 2,139 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2,145 ล้านบาทและมูลค่าหน่วยลงทุน 10.0386 บาท
อย่างไรก็ตาม นายเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบลจ. เอเจเอฟ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า แผนการดำเนินงานในปีหน้า บริษัทเตรียมที่จะบุกทำ ตลาดกองทุนตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ของรัฐบาล โดยจะให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ที่มีอายุปานกลางและระยะยาว เพื่อรองรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และคาดว่าในช่วงกลางปีอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มนิ่ง หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะสั้น (อาร์/พี) 14 วัน ซึ่งเชื่อว่าในช่วงกลางปีอัตราดอกเบี้ยอาร์/พี จะเริ่มนิ่ง
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะปานกลาง และระยะยาว ในปีหน้าคาดว่าอัตราเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3.6-6% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าลงทุนในระยะปานกลางและระยะยาว หลังจากที่ก่อนหน้ากองทุนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับการออกกองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุสั้น เพื่อตอบสนองความต้องการนักลงทุนที่ต้องการพักเงินฝาก เพื่อรอจังหวะลงทุนในช่วงดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น และไม่เสียโอกาสการลงทุน
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นในปีหน้า ยังเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ เนื่องจากอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน และที่สำคัญราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในระดับต่ำ
|
|
 |
|
|