|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือคอนวีเนี่ยนสโตร์ เปิดศึกร้อนแรงตั้งแต่ไตรมาสแรก โดยเฉพาะพี่บิ๊กในตลาดอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นออกมาประกาศแผนบุก รุกอย่างดุเดือด ส่วนแบรนด์ไทยอย่างวีช้อปก็ประกาศแข่งสู้ งัดกลยุทธ์เพิ่มสาขา สร้างยอดขายแฟรนไชซีสารพัดโครงการ ที่สำคัญดัมพ์ราคาลงทุนไม่ถึงล้านบาท
เมื่อพี่บิ๊กของวงการอย่างเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ตั้งเป้าเติบโตจากปีที่ผ่านมา 15% รวมถึงการฉลองครบ 3,000 สาขาทั่วไทย และขายฝันอีก 5 ปี 5,000 สาขาแน่นอน นั่นหมายถึงจะมีสาขาเพิ่มเฉลี่ยปีละกว่า 450 สาขา เตรียมความพร้อมระดมทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและไตรมาส 2 ของปียังประกาศเพิ่มสัดส่วนแฟรนไชส์มากขึ้น
จากการกระหน่ำแคมเปญลงทุน 7-11 เพียง 1.5 ล้านบาท จากที่ผ่านมาเป็นการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่าการลงทุนสูงขึ้นตามไปด้วยที่ 3 ล้านบาท
ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 7-11 ได้มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการร้าน และลงทุนกับเครื่องบันทึกข้อมูลจากการจ่ายของลูกค้า ทุกเพศ วัย เพื่อการบริการจัดการสินค้าตามกลุ่มเป้าหมายที่เข้าใช้บริการแต่ละสาขา
นอกจากนี้ได้เริ่มทยอยเพิ่มสัดส่วนสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่มจาก 50% เป็น 60% เพราะเป็นกลุ่มสินค้าที่มีกำไรดี ซึ่งเป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจร่วมกับพันธมิตรนำสินค้าที่ดีที่สุดเข้าวางจำหน่ายภายในร้าน และในปีนี้ 7-11 ยังได้รุกตลาดเบเกอรี่ โดยจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นดำเนินธุรกิจในส่วนนี้โดยเฉพาะ
รวมถึงการปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ ในบางสาขาจาก 300 สาขาที่ตั้งในปั๊ม ปตท. โดยดูพื้นที่และทำเลเพราะต้องใช้พื้นที่มากถึง 150 ตร.ม. เพื่อการให้บริการที่ครบวงจรและจัดสรรพื้นที่เป็นมุมรับประทานอาหารว่าง ด้วยเงินลงทุนต่อสาขาสูงถึง 8 ล้านบาท
ด้านวีช้อป โดยเอกราช วิสารทสกุล ประธานอำนวยการ บริษัท มินิมาร์ท เอ็กซเพรส จำกัด (มหาชน) เปิดแผนรุกตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี และที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการไม่พ้นการเฉือนราคาลงทุนเหลือไม่ถึงล้านบาทเหลือเพียง 690,000 บาท ขนาดพื้นที่ 1 คูหาส่วน 2 คูหาเงินลงทุนยังคงที่ 1.38 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังเพิ่มบทบาทใหม่ไม่ใช่เพียงร้านสะดวกซื้อเท่านั้น แต่เป็นการขยายสู่ภาคการขายส่งเปรียบเหมือนแม็คโครขนาดย่อมๆ พร้อมออกไซส์การลงทุนขนาดมินิเป็น มินิเอ็กเพรส เจาะลึกลงตามชุมชนต่างๆ โดยวีช้อปเอ็กเพรสจะเป็นผู้กระจายสินค้า ตั้งเป้า 1 วีช้อปเอ็กเพรส จะมีมินิเอ็กเพรส 50 สาขา
ด้วยคอนเซ็ปต์วีช้อปที่เป็นมากกว่าร้านค้าปลีก นั้น ในปีนี้ ได้เริ่มเห็นความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ร้านขายยา ไปรษณ์ย์ ธนาคาร บริการถ่ายรูปด่วน ร่วมถึงการโปรโมชั่นรายการสินค้ายอดนิยม ลด แลก แจกแถม กระตุ้นการเข้าใช้บริการจากผู้บริโภคที่มากขึ้น ขณะเดียวกันเพื่อสร้างรายได้ให้กับแฟรนไชซี
และปี 2548 เป็นปีที่แฟมิลี่มาร์ท ประกาศปลดแอกการขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกันมายาวนานถึง 8 ปี โดยปีนี้เป็นปีที่เริ่มทำกำไรตั้งแต่ไตรมาสแรกมีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ทางผู้บริหาร กนก วงษ์ตระหง่าน ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท จำกัด บอกว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการบริหารงาน และกลยุทธ์ที่เน้นการพัฒนาร้าน สรรหาสินค้าที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ความสะอาดการจัดวางสินค้าภายในร้านและการบริการ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขายตามมา
ฉะนั้นกับแผนการขยายสาขาปิดตัวเลขในปี 2548 ประมาณ 600-700 สาขาและตั้งเป้า อีก 2 ปีหรือในปี 2550จะต้องครบ 1,000 สาขาไม่น่าไกลเกินเอื้อม
ส่วน เฟรชมาร์ท ร้านสะดวกซื้อสัญชาติไทยอีกรายที่ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ยังขายคอนเซ็ปต์การบริหารงานที่ยืดหยุ่นเข้าใจความต้องการของผู้ประกอบการไทย เดินหน้าฝึกอบรม รับฟังความคิดเห็นและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมทั้งชูเงินลงทุนต่ำ 6.9 แสนบาทเมื่อเทียบกับแบรนด์ใหญ่ต่างชาติ
นอกจากนี้ จะเห็นว่าทั้ง 3 ราย เซเว่นอีเลฟเว่น วีช้อปและแฟมิลี่มาร์ท ลงทุนขยายคลังสินค้า โดยแฟมิลี่มาร์ท ได้ตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท เอสดีซีเอ็ม จำกัด ทำหน้าที่กระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยร่วมถือหุ้น 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท จำกัด บริษัท ฮิโตรู ประเทศไทย จำกัด และบริษัท ในเครือสหพัฒน์
7-11 ลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ บริเวณใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับการให้บริการกับร้านสาขาที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,100 ล้านบาทเปิดไตรมาส 4 ปี 48 ทั้งนี้ศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทองสามารถรองรับได้ 3,000 สาขา
ส่วนวีช้อป นั้นลงทุนถึง 200 ล้านบาท สร้างคลังสินค้าขึ้นเองที่ย่านบางบัวทอง ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาใช้บริการจากที่อื่นทำให้มีปัญหาด้านการจัดส่งสินค้า
และกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ส่งผลต่อต้นทุนการบริหารและราคาสินค้าที่ต้องเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ยังกำลังซื้อของผู้บริโภคและการลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น
ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายแต่อย่างใด ยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านที่ 50,000 บาทต่อเดือน โดย 7-11 ได้ตั้งรับกับปัจจัยราคาน้ำที่ส่งผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สามารถประหยัดไฟได้ไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งทยอยดำเนินการครบทุกสาขา ซึ่งจะทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายค่าไฟต่อปีลงได้ถึง 200 ล้านบาท
กนก กล่าวในทำนองเดียวกันว่าไม่ได้รับผลกระทบ เพราะสินค้าที่วางจำหน่ายยังมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน แต่ในส่วนของการลงทุนธุรกิจต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังมากขึ้น เช่นเดียวกับ เอกราช ที่มียอดขายที่โตต่อเนื่องประมาณ 15% ซึ่งผลบวกที่ได้รับคือหันกลับมาซื้อสินค้าใกล้บ้านมากขึ้นประหยัดค่าเดินทาง และจังหวะดังกล่าวนี้ได้ร่วมกับพันธมิตรนำสินค้าจำเป็นมาลดราคาพิเศษและเพิ่มสินค้าที่จะสู่ศูนย์ค้าส่งต่อไปนั้นเพื่อให้มีสินค้าหลากหลายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลอดปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าการเข้ามาลงทุนในร้านสะดวกยังสูงเป็นอัน 2 รองจากแฟรนไชส์อาหาร และเป็นกลุ่มแฟรนไชส์ที่มีการขยายสาขามากที่สุด
|
|
 |
|
|