|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ตัน" เผยเตรียมเซ็นฯเอ็มโอยูขายหุ้นโออิชิ กรุ๊ป 55% ให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ 20 ม.ค. 49 ฟันเงินเข้ากระเป๋า 3 พันล้าน เสียงแข็งไม่ใช่"เจริญ" ราชาน้ำเมาเมืองไทย เป็นผู้ซื้อตัวจริง เชื่อกลุ่มผู้ลงทุนใหม่จะเข้ามาสนับสนุนธุรกิจให้ขยายกิจการไปสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น ด้านกลุ่มเบียร์ช้างโต้ข่าวแบ็กดอร์ฯโออิชิเข้าตลาดหุ้น ไม่จำเป็นเพราะเบียร์ช้างใหญ่และฐานะดีอยู่แล้ว ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ จี้ติดขอข้อมูลผู้ซื้อเพิ่มเติม
นายอุดมศักดิ์ ชาครียวณิชย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัสจำกัด(มหาชน)(OISHI)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14ธันวาคมที่ผ่านมานายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการบริษัทโออิชิ กรุ๊ป ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU)กับ Mr. Ma Wah Yan ในฐานะตัวแทนกลุ่มผู้ลงทุน(ไฟแนนซ์เชียลอินเวสเตอร์)ซึ่งมีทั้งไทยและต่างประเทศหลายรายที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มและอาหารโดยจะเข้ามาซื้อหุ้นบริษัทโออิชิกรุ๊ปเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 103.125 ล้านหุ้นหรือ 55%ของจำนวนที่จำหน่ายทั้งหมดของบริษัท โดยการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะกระทำได้ต่อเมื่อกลุ่มผู้จะซื้อและกลุ่มผู้จะขายได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและกลุ่มผู้ซื้อพอใจในผลการตรวจสอบกิจการของบริษัทรวมทั้งเงื่อนไขบังคับก่อนต่างๆที่อาจจะกำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้นได้สำเร็จ ทั้งนี้ได้กำหนดราคาซื้อขายเบื้องต้นที่หุ้นละ 32.50 บาท
อย่างไรก็ตามราคาซื้อขายดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนลดลงตามผลการตรวจสอบกิจการของบริษัท แต่ทั้งนี้ไม่ว่ากรณีใดจะไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 30 บาทซึ่งผู้จะขายและกลุ่มผู้ลงทุนที่จะซื้อตกลงที่จะทำการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นภายในวันที่20 มกราคม 2549 และได้มีเงื่อนไขว่านายตัน จะต้องเป็นผู้บริหารของบริษัทต่อไป จนกว่าจะเกษียณอายุ "ราคาหุ้นที่กำหนดไว้นั้นมาจากการคำนวณหลายวิธีด้วยกันและเป็นความพึงพอใจของผู้ที่จะขายและผู้ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นในครั้งนี้"นายอุดมศักดิ์กล่าว
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายเจริญสิริวัฒนภักดีเข้ามาซื้อกิจการของบริษัทโออิชิ กรุ๊ปในครั้งนี้นั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวซึ่งรายชื่อของกลุ่มผู้ลงทุนนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีใครบ้างแต่จะมีการเปิดเผยภายในวันที่ 20 มกราคม 2549 เมื่อมีการลงนามในสัญญาซื้อขายกันแล้ว
อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ในขั้นลงนามในบันทึกความเข้าใจเท่านั้นดังนั้นก็มีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นได้เช่นกัน
"การชี้แจงในครั้งนี้ถือว่ามีความชัดเจนและครบถ้วนมากเพราะได้เปิดเผยถึงราคาที่จะตกลงซื้อขายกันให้นักลงทุนได้รับรู้แล้วดังนั้นจึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการเก็งกำไรของหุ้นซึ่งบริษัทจะขอให้ตลาดหลักทรัพย์ปลดเครื่องหมายห้ามซื้อขายเพื่อหุ้นของบริษัทโออิชิกรุ๊ปจะได้กลับมาซื้อขายใหม่ในบ่ายวันนี้(15ธ.ค.)"นายอุดมศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้บริษัทโออิชิ กรุ๊ปแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงแต่จะยังคงเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป
ส่วนในกรณีที่กลุ่มผู้ลงทุนจะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 55%นั้นถ้าเป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ก็จะต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์(เทนเดอร์ออฟเฟอร์)จากผู้ถือหุ้นรายย่อย 100% สาเหตุที่กลุ่มผู้ลงทุนสนใจจะเข้ามาลงทุนในบริษัทโออิชิกรุ๊ปเนื่องจากมองเห็นมูลค่าของชื่อเสียงของบริษัทโออิชิกรุ๊ป รวมถึงผู้บริหารคือนายตัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างทั่วถึงและเชื่อว่ากลุ่มผู้ลงทุนนี้จะเข้ามาช่วยทำให้บริษัทมีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันตลาดโออิชิส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศเป็นหลักแต่เชื่อว่าต่อไปในอนาคตจะสามารถขยายตลาดไปสู่ประเทศในเอเซียแปซิฟิกได้
ทั้งนี้ในอนาคตการแข่งขันในธุรกิจจะมีเพิ่มมากขึ้นโดยจะมีการเปิดเสรีการค้าและจะต้องแข่งขันกับต่างประเทศทั่วโลก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหาพันธมิตรเข้ามาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น
นายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการบริษัท บริษัทโออิชิ กรุ๊ปจำกัด(มหาชน)กล่าวว่า หลังจากที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจแล้ว ก็ได้มีการเรียกผู้บริหารระดับสูงประมาณ 50 คนเข้ามาชี้แจงและผู้บริหารทุกคนก็ยืนยันที่จะทำงานกับบริษัทต่อไป
ทั้งนี้ตนจะเป็นผู้รวบรวมหุ้นของบริษัทจากกลุ่มพนักงานที่ต้องการจะขายและกลุ่มพันธมิตรเพื่อให้ได้ในสัดส่วน 55% โดยในส่วนของตนนั้นปัจจุบันนี้ถือหุ้นอยู่จำนวน 18%และต่อไปจะยังคงถืออยู่ในสัดส่วนประมาณ 10%ซึ่งนับตั้งแต่บริษัทบริษัทแปรสภาพเป็นมหาชนและเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ผมก็มความคิดแล้วว่าความเป็นเจ้าของก็จะหมดไปอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ตนก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่
ทั้งนี้เชื่อมั่นว่ากลุ่มผู้ลงทุนที่เข้ามาจะช่วยสนับสนุนธุรกิจให้ดีขึ้นมีการขยายเพิ่มมากขึ้นโดยเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่าได้โดยบริษัทจะได้รับประโยชน์ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีใหม่และการตลาดซึ่งที่ผ่านมาตนก็พยายามที่จะแก้ไขในส่วนที่บริษัทไม่ถนัดโดยหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทำธุรกิจเช่นการนำบริษัทเสริมสุขเข้ามาร่วมทำธุรกิจเป็นต้นจะช่วยเสริมทำให้ธุรกิจของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ปัจจุบันนี้สัดส่วนรายได้ของบริษัทนั้นจะมาจากธุรกิจชาเขียว70% และธุรกิจอาหารประมาณ 30%ขณะที่ในด้านของกำไรนั้นจะมาจากธุรกิจชาเขียวถึง 90%
*เบียร์ช้างโต้ไม่แบ็กดอร์ฯ
แหล่งข่าวใกล้ชิดนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ไม่ตอบรับตอบปฏิเสธเมื่อถามว่ากลุ่มนายเจริญ เป็นผู้เข้าซื้อหุ้นโออิชิ หรือไม่ โดยตอบเพียงแต่ว่าธุรกิจของกลุ่มนายเจริญมีอยู่จำนวนมาก คงต้องรอสอบถามกันในกลุ่มก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า บมจ.ไทยเบฟเวอร์เรจ หรือ เบียร์ช้าง ไม่มีเหตุต้องใช้วิธีการซื้อ บมจ.โออิชิ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯทางอ้อม หรือ แบ็กดอร์ลิสติ้ง เนื่องจากเบียร์ช้างเป็นบริษัทขนาดใหญ่มาก และถ้าใช้วิธีนี้อาจจะไม่ค่อยสมฐานะกับเบียร์ช้าง ซึ่งมีโครงสร้างกลุ่มและฐานะการเงินที่เข้มแข็งสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่ไหนก็ได้อยู่แล้ว
*ตลท.จี้เปิดข้อมูลผู้ซื้อเพิ่ม
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แจ้งว่าขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ยังคงสั่งห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของOISHI ต่อไปและเนื่องจากปรากฎข้อมูลในสื่อมวลชนหลายฉบับที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่บริษัทได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์
ตลาดหลักทรัพย์จึงขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้จะซื้อที่แท้จริงได้แก่ ชื่อนามสกุล สัดส่วนการถือหุ้นที่แต่ละรายจะเข้าถือหุ้นกรณีเป็นนิติบุคคลให้ระบุชื่อ ลักษณะและประเภทธุรกิจผู้ถือหุ้นที่แท้จริง คณะกรรมการ วันที่ก่อตั้งและการเข้ามาถือหุ้นของกลุ่มผู้จะซื้อจะมีผลต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างไร
นอกจากนี้ภายหลังการขายหุ้นนายตัน ภาสกรนทีและกลุ่มจะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทโออิชิอยู่เป็นจำนวนเท่าใดและระบุวิธีการและแหล่งการรวบรวมหุ้นของบริษัทจากผู้ถือหุ้นอื่นเพื่อให้ได้จำนวนรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 103.125ล้านหุ้น เช่น ซื้อในตลาดหลักทรัพย์หรือซื้อจากบุคคลทั่วไปที่แสดงความจำนงไปยังนายตันหรือตัวแทน เป็นต้น
|
|
 |
|
|