Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 ธันวาคม 2548
รายย่อยทิ้งPR124 ราคาร่วง10สตางค์ นิมิตรžย้ำรายใหญ่คนในบ.ยังกอดหุ้น             
 


   
www resources

124 Communications Home Page

   
search resources

124 คอมมิวนิเคชั่นส์, บมจ.
Stock Exchange




"นิมิตร"เป็นงงรายย่อยขายหุ้นทิ้ง ยืนยันรายใหญ่ยังถือครบจำนวน ขณะที่ "ผู้บริหาร-พนักงาน" ติดไซเลนต์พีเรียด มั่นใจรายได้ทั้งปีแตะ 200 ล้านบาท พร้อม จ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ส่วนราคาหุ้นผันผวนพอสมควรและปิดลดลง 10 สตางค์

นายนิมิตร หมดราคี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส จำกัด (มหาชน) ( PR124) กล่าวถึงราคาหุ้นบริษัทหลังจากที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยราคาปิดในวันแรกสูงกว่าราคาจอง ซื้อที่ 7.10 บาทต่อหุ้น โดยราคาหุ้นปิดที่ 7.20 บาท ทั้งนี้ ภายหลังราคาหุ้น ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 9 ธันวาคม ราคาปิดที่ 6.50 บาท ลดลง 0.70 บาท หรือ 9.72% ก่อนจะปรับลดลงต่อในวันที่ 13 ธันวาคม ราคาปิดที่ 6.10 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 6.15% และวันที่ 14 ธันวาคม ราคาปิดที่ 5.60 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 8.20% ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดวานนี้ (15 ธันวาคม) ราคาปิดที่ 5.50 บาท ลดลง 10 สตางค์ ลดลง 1.79% มูลค่า การซื้อขาย 293,000 บาท

สำหรับ ราคาหุ้นที่ปรับลดลงน่าจะเกิดจากแรงขายของนักลงทุนรายย่อย ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่ที่ ได้รับจัดสรรยังถือครองหุ้นครบตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรร ขณะที่ใน ส่วนของผู้บริหารและพนักงานไม่สามารถขายหุ้นได้เนื่องจากติดไซเลนต์ พีเรียด อยากฝากนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทอย่าตื่นตระหนกกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะพื้นฐานของบริษัทยังดีมากŽ นายนิมิตรกล่าว
นายนิมิตรกล่าวอีกว่า ความกังวลเกี่ยวกับการรับงานของบริษัทหลังจากที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ เบียร์ช้าง ยังไม่ สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ เรื่องดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัท เนื่องจากแม้ว่าบริษัทดังกล่าวจะยังไม่สามารถเข้าระดมทุนในตลาด หลักทรัพย์ได้ แต่บริษัทก็ยังรับงานด้านการประชาสัมพันธ์อยู่ดี ประกอบกับงานขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่บริษัทได้รับ ไม่ว่าจะเป็นงานทาง ภาครัฐบาล หรืองานการประชาสัมพันธ์สนามบินสุวรรณภูมิ, คิงเพาเวอร์, บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL และ บริษัทโออิชิ จำกัด (มหาชน) หรือ OISHIเป็นต้น

ทั้งนี้ คาดว่ารายได้ทั้งปี 48 น่า จะอยู่ในระดับ 200 ล้านบาท เพิ่มจาก ปีที่ผ่านมาประมาณ 50% และในปีหน้า น่าจะเติบโตในระดับ 50% ขณะที่สิ้นไตรมาส 3/48 บริษัทมีกำไรสะสมอยู่ที่ 20 ล้านบาท ขณะที่บริษัทยังยืนยันนโยบายในการจ่ายเงินปันผลไม่ ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ "ผมเสียดาย แทนรายย่อยที่ขายหุ้นทิ้ง เพราะบริษัท เราโตอย่างต่อเนื่องและจะยังโตต่อเนื่องในอนาคต" นายนิมิตรกล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us