|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"นิมิตร"เป็นงงรายย่อยขายหุ้นทิ้ง ยืนยันรายใหญ่ยังถือครบจำนวน ขณะที่ "ผู้บริหาร-พนักงาน" ติดไซเลนต์พีเรียด มั่นใจรายได้ทั้งปีแตะ 200 ล้านบาท พร้อม จ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ส่วนราคาหุ้นผันผวนพอสมควรและปิดลดลง 10 สตางค์
นายนิมิตร หมดราคี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส จำกัด (มหาชน) ( PR124) กล่าวถึงราคาหุ้นบริษัทหลังจากที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยราคาปิดในวันแรกสูงกว่าราคาจอง ซื้อที่ 7.10 บาทต่อหุ้น โดยราคาหุ้นปิดที่ 7.20 บาท ทั้งนี้ ภายหลังราคาหุ้น ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 9 ธันวาคม ราคาปิดที่ 6.50 บาท ลดลง 0.70 บาท หรือ 9.72% ก่อนจะปรับลดลงต่อในวันที่ 13 ธันวาคม ราคาปิดที่ 6.10 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 6.15% และวันที่ 14 ธันวาคม ราคาปิดที่ 5.60 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 8.20% ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดวานนี้ (15 ธันวาคม) ราคาปิดที่ 5.50 บาท ลดลง 10 สตางค์ ลดลง 1.79% มูลค่า การซื้อขาย 293,000 บาท
สำหรับ ราคาหุ้นที่ปรับลดลงน่าจะเกิดจากแรงขายของนักลงทุนรายย่อย ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่ที่ ได้รับจัดสรรยังถือครองหุ้นครบตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรร ขณะที่ใน ส่วนของผู้บริหารและพนักงานไม่สามารถขายหุ้นได้เนื่องจากติดไซเลนต์ พีเรียด อยากฝากนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทอย่าตื่นตระหนกกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะพื้นฐานของบริษัทยังดีมาก นายนิมิตรกล่าว
นายนิมิตรกล่าวอีกว่า ความกังวลเกี่ยวกับการรับงานของบริษัทหลังจากที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ เบียร์ช้าง ยังไม่ สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ เรื่องดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัท เนื่องจากแม้ว่าบริษัทดังกล่าวจะยังไม่สามารถเข้าระดมทุนในตลาด หลักทรัพย์ได้ แต่บริษัทก็ยังรับงานด้านการประชาสัมพันธ์อยู่ดี ประกอบกับงานขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่บริษัทได้รับ ไม่ว่าจะเป็นงานทาง ภาครัฐบาล หรืองานการประชาสัมพันธ์สนามบินสุวรรณภูมิ, คิงเพาเวอร์, บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL และ บริษัทโออิชิ จำกัด (มหาชน) หรือ OISHIเป็นต้น
ทั้งนี้ คาดว่ารายได้ทั้งปี 48 น่า จะอยู่ในระดับ 200 ล้านบาท เพิ่มจาก ปีที่ผ่านมาประมาณ 50% และในปีหน้า น่าจะเติบโตในระดับ 50% ขณะที่สิ้นไตรมาส 3/48 บริษัทมีกำไรสะสมอยู่ที่ 20 ล้านบาท ขณะที่บริษัทยังยืนยันนโยบายในการจ่ายเงินปันผลไม่ ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ "ผมเสียดาย แทนรายย่อยที่ขายหุ้นทิ้ง เพราะบริษัท เราโตอย่างต่อเนื่องและจะยังโตต่อเนื่องในอนาคต" นายนิมิตรกล่าว
|
|
 |
|
|