Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 ธันวาคม 2548
สมาคมบลจ.ไม่ง้อสิทธิภาษีคลัง ส่งกองLTF-RMFบุกตลาดภูธร             
 


   
search resources

อดิศร เสริมชัยวงศ์
Funds




นายกสมาคม บลจ. มั่นใจ ตลาดกองทุน "LTF-RMF" โตได้ แม้กระทรวงการคลังไม่เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีจาก 300,000 บาท เผยเตรียมบุกตลาดภูธรมากขึ้น หวังให้ครอบคลุม ผู้เสียภาษีทั่วประเทศ คาดทั้งปี LTF เอ็นเอวีทะลุหมื่นล้าน ขณะที่ RMF แตะ 1.6 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้ากระตุ้นการลงทุนช่วงปลายปี จัดงาน "ลดภาษีนาทีสุดท้ายด้วย RMF และ LTF" ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคมนี้

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคมบลจ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ตั้งแต่เกิดกองทุนในช่วงที่ผ่านมา ถ้าเปรียบเทียบกับจำนวน ผู้ลงทุนที่ลงทุนได้หรือมีรายได้ต่อปี 1 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนประมาณ 3-4 แสนคนแล้ว กองทุนทั้ง 2 ประเภทยังโตได้ค่อนข้างน้อยมาก แต่หากเทียบกับผู้ลงทุนในกองทุนรวมที่เป็นเม็ดเงินใหม่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ถือว่ากองทุน LTF และ RMF ประสบความสำเร็จมากเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะกองทุน LTF ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น หากเทียบกับกองทุนหุ้นทั่วไป มีนักลงทุนใหม่เข้ามาประมาณ 50,000-60,000 คน สูงกว่า เงินลงทุนใหม่สำหรับกองทุนหุ้นที่มีประมาณ 10,000-20,000 คนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่กองทุนทั้งสองประเภทโตได้ค่อนข้างช้า เนื่องจากผู้ลงทุนยัง ไม่เข้าใจในรายละเอียด ซึ่งจากการพูดคุยกับนักลงทุนส่วนใหญ่ทราบ และเคยได้ยินกองทุนดังกล่าวมาหมดแล้ว แต่ถ้าถามว่าลงทุนแล้วหรือยัง ในจำนวน 10 คน 7-8 คนยังไม่ได้ลงทุน ซึ่งเหตุผลนั้นอยากได้สิทธิลดหย่อนทางภาษี แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียด อีกทั้งยังไม่มีความมั่นใจและยังกลัวการลงทุนในกองทุนรวม โดยเฉพาะในเรื่องของความเสี่ยง

ทั้งนี้ สำหรับเงินลงทุนในกองทุน LTF ปัจจุบันอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปลายปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 5,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมา 3,000-4,000 ล้านบาท ในขณะที่ RMF เงินลงทุนปลายปีที่แล้วอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14,800 ล้านบาทในปัจจุบัน ทั้งนี้ กองทุน LTF ถือว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าทั้งเม็ดเงินลงทุนและผู้ลงทุนใหม่ เนื่องจากผู้ลงทุนยังมั่นใจการลงทุนในหุ้นระยะยาว อีกทั้งกองทุน RMF มีอายุการลงทุนที่ยาวกว่า

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้มการลงทุนผ่านกองทุนทั้ง 2 ประเภทจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความเข้าใจในการออมที่จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของความเสี่ยง อีกทั้งปัจจุบันการขาย หน่วยลงทุนเข้าถึงผู้ลงทุนมากขึ้น จากสาขาของธนาคารพาณิชย์ที่มีกว่า 7,000-8,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกองทุน LTF เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้มูลค่าการลงทุนน่าจะเพิ่มขึ้นเกิน 10,000 ล้านบาทหรือเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 100% ซึ่งในอีก 3-4 ปีข้างหน้า เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสามารถขยายตัวได้ปีละ 60% หากภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นเติบโตได้ประมาณ 5-10% ต่อปี และจะเห็นมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 20,000-30,000 ล้านบาทได้ ขณะที่กองทุน RMF สิ้นปีนี้น่าจะอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท และหลังจากนี้คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ประมาณ 20-25% ต่อปี ซึ่งหากขยายตัวตามการคาดการณ์ เชื่อว่าภายใน 3 ปีมูลค่าการลงทุนก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

สำหรับการเพิ่มวงเงินที่ได้รับสิทธิลดหย่อนทางภาษีจาก 300,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลัง ซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะสามารถเพิ่มได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสิทธิทางภาษีจะยังเท่าเดิม แต่เชื่อว่ายังมีช่องทางอื่นที่จะทำให้ตลาดกองทุนรวมขยายตัวได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนจะเร็วอย่างที่รัฐต้องการให้เป็นหรือไม่นั้นคงตอบไม่ได้

นายอดิศร กล่าวว่า สำหรับแผนการกระตุ้นการลงทุนผ่านกองทุนทั้ง 2 ประเภทในปีหน้าจะพยายามกระจายความรู้ให้แก่ผู้ลงทุนตามภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งมีอยู่ในแผนงานของสมาคมอยู่แล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมถึงผู้เสียภาษีในเขตต่างจังหวัดด้วย โดยปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนในกองทุน LTF และ RMF เป็นผู้ลงทุนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 70% ตามการกระจายตัวของผู้เสียภาษี โดยระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคมนี้ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ ได้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและโครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม จะจัดงานมหกรรมการลงทุนส่งท้ายปี 2548 โดยใช้ชื่องานว่า ลดภาษีนาทีสุดท้ายด้วย RMF และ LTF ครั้งที่ 4 ตอน Tax Free Area ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งรูปแบบการจัดงานจะยังคงเน้นการให้บริการแบบครบวงจร หรือ One Stop Shop โดยจะมีบริษัทจัดการกองทุนทั้ง 18 แห่ง นำกองทุนมาให้ผู้ลงทุนได้เลือกลงทุน พร้อมทั้งจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนเพิ่มเติมด้วย

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นในปีหน้า นายอดิศรกล่าวว่า ยังให้มุมมองที่เป็นบวกกับตลาดหุ้นไทยมาก เนื่องจากเชื่อว่าจะได้รับผลดีจากการลงทุนเพิ่มทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้จีดีพีของประเทศโตเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่จะเริ่มถึงจุดสูงสุดในช่วงกลางปีหน้า จากราคาน้ำมันที่ไม่สูงขึ้นมากนัก ทำให้อัตราเงินเฟ้อเริ่มชะลอทำให้ไม่ต้องขยับดอกเบี้ยขึ้นสูงมาก ปัจจัยทั้งหมดจะสะท้อนถึงผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่จะออกมาดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นด้วย

"พีอีตลาดหุ้นไทยยังต่ำอยู่ที่ระดับ 8-9 เท่า ซึ่งถ้าปรับเพิ่มขึ้นมา 11 เท่า ในปีหน้าก็มีโอกาส ที่ตลาดหุ้นจะโตขึ้นได้อีกประมาณ 10-20%" นายอดิศรกล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us