|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เปิดมุมมองซิคเว่ เบรคเก้ มั่นใจอีก 3 ปี ตลาดมือถือไทยจะเติบโตอีก 14 ล้าน หรือเป็นประชากรมือถือ 67% ชี้ 3G เป็นแค่เรื่องพีอาร์ และบริการสำหรับฐานลูกค้าแค่ 5% แต่ดีแทคก็อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าคนอื่นไม่ว่าจะเป็นฐานเงินทุนและประสบการณ์ของเทเลนอร์ ยันปีหน้ายังมุ่งขยายเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล ย้ายสมรภูมิจากกรุงเทพฯออกสู่ต่างจังหวัด
นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเชื่อว่าตลาดโทรศัพท์มือถืออีก 3 ปีข้างหน้าจะมียอดผู้ใช้รวม 44 ล้านคน หรือคิดเป็นประชากรมือถือประมาณ 67% โดยเป็นการเติบโตในปี 2549 จำนวน 4 ล้านคน ปี 2550 จำนวน 5 ล้านคนและ ปี 2551 จำนวน 5 ล้านคน รวมเป็น 14 ล้านคนจากในปี 2548 ที่คาดว่ามีคนใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด 30 ล้านคน
"ดีแทคต้องการส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% ทุกปี และเรามองว่าตลาดยังเติบโตอยู่"
เขาย้ำว่าตลาดมือถือยังไม่หยุด ตลาดใหญ่กว่าที่คิด อย่างในยุโรปที่ประชากรมือมีถือเกิน 100% หมายถึงตลาดประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตจากการที่ 1 คนมีหลายซิมการ์ดหรือหลายเบอร์
สำหรับความท้าทายของดีแทคในปีหน้ามี 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ
1. ในเรื่องช่องทางจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันในตลาดทำให้เกิดการแจกซิมการ์ดฟรีจำนวนมาก เท่ากับเป็นการทำลายตลาดระบบการจัดจำหน่ายและช่องทางตลาด ซึ่งเหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งสร้างความเสียหายให้ตลาดมาก หากปีหน้ายังไม่เลิก ต้องหาทางรับมือและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
2. เป็นเรื่องเซกเมนเตชัน ต้องหาวิธีการสร้างความแตกต่างและสร้างสรรค์ตลาดใหม่ๆ
และ 3. การแข่งขันที่จะส่งผ่านความรุนแรงจากกรุงเทพฯไปต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ทั้งดีแทคและออเร้นจ์ ต่างขยายเครือข่ายในต่างจังหวัด เพื่อลดความได้เปรียบด้านเครือข่าย หลังจากที่เอไอเอสผูกขาดในตลาดต่างจังหวัดมาเป็นเวลานาน
ดีแทคเชื่อว่าการมีพาร์ตเนอร์ต่างชาติ จะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการแข่งขันมากนัก เพราะตลาดประเทศไทยมีการแข่งขันอย่างดุเดือดแล้ว รูปแบบการแข่งขันที่จะเปลี่ยนไปมากหรือน้อยนั้น ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่พาร์ตเนอร์ต่างชาติเองว่ามีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร อย่างกรณีเทเลนอร์ ไม่ต้องการให้เห็นความแตกต่างหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจาก รูปแบบปัจจุบันที่เป็นอยู่
ในปีหน้าดีแทคจะเน้นในเรื่องการขยายพื้นที่ครอบคลุม (Coverage Area) ในพื้นที่ซึ่งเครือข่ายยังครอบคลุมไม่ถึง การทำเรื่องเซกเมนเตชัน การปรับปรุงระบบและช่องทางจำหน่าย รวมทั้งการพัฒนาเรื่องการให้บริการลูกค้าและการ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรและดีลเลอร์ ทั้งหมดจะเป็นแผนในปีหน้า ซึ่งเราไม่อยากเรียกว่าเป็นวิชัน เหมือนเป็นแฟนซีเลื่อนลอย
ในส่วนของบริการโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3 หรือ 3Gนั้น ในสัปดาห์นี้ดีแทคจะเข้าไปชี้แจง ถึงแผนการทดสอบเพิ่มเติมกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา โดยจะเป็นการทดสอบบริการ 3G ที่ความถี่ 2.1 กิ๊ก ซึ่งจะเป็นการทดสอบที่เรียกว่า Real Testing ไม่ใช่แค่ทดสอบสัญญาณเพียง สถานีฐานเดียว แต่จะทดสอบการส่งและเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างสถานีฐานจำนวนมากในกรุงเทพฯ โดยจะใช้เงินสำหรับการทดสอบในระดับไม่กี่ร้อยล้านบาท แต่สำหรับเงินลงทุนเพื่อให้บริการทั้งระบบ ยังไม่สามารถบอกได้ตอนนี้ โดยที่การทดสอบ 3G ของดีแทคจะมีซัปพลายเออร์หลายรายอย่างโนเกีย อีริคสันและซีเมนส์
เขาเชื่อว่าสำหรับบริการ 3G แล้ว ดีแทคอยู่ ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและเข้มแข็งกว่าโอเปอ เรเตอร์รายอื่นเพราะ 1. ดีแทควันนี้มีเงิน เพราะมีเทเลนอร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กระเป๋าตุงเพียงพอที่จะลงทุน 2. เทเลนอร์มีประสบการณ์ให้บริการ 3G ในหลายประเทศ และ 3. ดีแทคมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการส่งสัญญาณความเร็วสูง ผ่านเทคโนโลยี EDGE ซึ่ง 3G ก็เหมือนการต่อยอดเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งดีแทคเชื่อว่าสามารถสร้างเครือข่าย 3G ได้ไม่แพ้คู่แข่งแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ดีแทคจะไม่ให้ความสำคัญ ต่อ 3G จนมากเกินไป เพราะดีแทคเชื่อว่าคนใช้ 3G จะมีจำนวนประมาณ 5% ของฐานลูกค้าทั้งหมด ซึ่งดีแทคจะไปให้ความสำคัญต่อการขยายเครือข่ายปัจจุบันให้ครอบคลุมมากที่สุดก่อนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้น ส่วนตรงไหนครอบคลุมอยู่แล้วก็จะพัฒนาบริการให้ดีขึ้น ซึ่งดีแทคเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า 3G
นอกจากนี้ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมบริการ 3G ถึงมีคนพูดถึงมาก หากดูจากประสบการณ์ในการให้บริการในต่างประเทศอย่างฮ่องกง สิงคโปร์หรือมาเลเซีย หลังจากให้บริการก็ยังไม่มีคนใช้มากนัก
"เราจะไม่หลงทางในเรื่อง 3G จะไม่เอาเรื่องของ 5% มาเป็นเรื่องของคนทั้ง 100% นอกจากนี้เรามองว่า 3G เป็นเรื่องของการพีอาร์ เป็นแฟนซีเซอร์วิส สำหรับลูกค้าไม่กี่คน"
|
|
 |
|
|