|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นักลงทุนหุ้น PR 124 ได้เฮ ปิดเหนือจอง 10 สตางค์ ผู้บริหารย้ำผลจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทและมีผลงานที่ดีต่อเนื่อง ภาวะตลาดเอื้อต่อการลงทุน และนักลงทุนเข้าใจในธุรกิจของบริษัทจึงกล้าเข้ามาลงทุน
วานนี้ (8 ธันวาคม) หุ้น PR124 เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นวันแรก โดยเปิดตลาดมาที่ราคา 7.40 บาท สูงกว่าราคาจองซึ่งอยู่ที่ 7.10 บาท และราคาหุ้นปรับขึ้นไปสูงสุดระหว่างวันที่ 8.05 บาท ต่ำสุดที่ 7.20 บาท และปิดตลาดที่ 7.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 245.28 ล้านบาท คิดเป็นราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงเพิ่ม 10 สตางค์ หรือ 1.23%
นายนิมิตร หมดราคี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส จำกัด (มหาชน) (PR124) เปิดเผยว่ารู้สึกพอใจกับราคาหุ้นที่เปิดเทรดในตลาดวันแรก พบว่าราคาหุ้นสูงกว่าราคาจอง อันเป็นการสะท้อนถึงพื้นฐานของบริษัทถือว่ามีผลประกอบการดี และภาวะตลาดฯ ก็เอื้อต่อการลงทุน ซึ่งโดยส่วนตัวก็เชื่อว่าวันนี้ก็เป็นวันดีหลายอย่างประจวบเหมาะซึ่งส่งผลดีกับหุ้นของบริษัทอย่างมาก
"ความจริงหุ้นเราเข้าเทรดได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว แต่เนื่องจากเรายังไม่เป็นที่รู้จักของนักลงทุน ทำให้เราต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนทั่วไปได้รับทราบก่อน จึงต้องใช้เวลาที่เหลือในการทำบริษัทของเราให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะเราแม้จะเป็นที่รู้จักของคนในวงการสื่อในฐานะที่เราทำประชาสัมพันธ์ให้กับหลายบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และกำลังจะเข้า และก็ได้ผลเมื่อถึงวันนี้" นายนิมิตรกล่าว
โดยราคาหุ้นที่เปิดเหนือราคาจองได้ ส่วนหนึ่งเพราะผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่องของบริษัท ประกอบกับธุรกิจมีอัตราการเติบโต และที่ผ่านมามีการให้ข้อมูลนักลงทุนในธุรกิจของบริษัทฯ มาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าเป็นปัจจัยทำให้นักลงทุนเข้ามาสนใจลงทุน ขณะที่หุ้นตัวอื่นที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างก็เป็นบริษัทที่ดี เพียงแต่ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำให้นักลงทุนไม่รู้จักและไม่เข้าใจกับธุรกิจของบริษัทนั้นๆด้วย ซึ่งหากแต่ละบริษัทมีการประชาสัมพันธ์ในวงกว้างก็จะทำให้นักลงทุนเข้าใจและเลือกลงทุนในบริษัทนั้นๆ มากขึ้น
นายนิมิตรกล่าวว่าสำหรับการดำเนินงานนั้น บริษัทยังมีงานในมืออีกมาก โดยลูกค้ารายใหญ่ทั้ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด บริษัท จี สตีล จำกัด บริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด ซึ่ง ล้วนเป็นบริษัทที่อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และยังมีงานที่เตรียมเข้าประมูลอีก 3-4 งานด้วย
ล่าสุดบริษัทกำลังเตรียมจัดงานรำลึกสึนามิ และคาดว่าหลังจากที่บริษัทได้ยกระดับเป็นบริษัทมหาชนเต็มตัวแล้ว จะทำให้งานภาครัฐไหลเข้ามามากขึ้นด้วย เพราะการเป็นบริษัทมหาชนจะต้องบริหารงานอย่างโปร่งใส ที่สามารถเปิดเผยความจริงได้ในทุกเรื่อง
โดย PR 124 คาดว่ารายได้ของบริษัทในปี 49 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% และที่ผ่านมาบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดเกินกว่า 50% มาตลอด ขณะที่อัตราการเติบโตของธุรกิจประชาสัมพันธ์โดยรวมอยู่ที่ 20% ซึ่งเหตุที่บริษัทมีรายได้เติบโตมากกว่าอุตสาหกรรม เป็นผลมาจากฐานลูกค้าของบริษัทฯ กระจายวงกว้างมากขึ้นทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน
โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนรับงานภาครัฐ 40% และภาคเอกชน 60% แต่ในปี 49 บริษัทจะรุกภาครัฐมากขึ้น จึงจะทำให้สัดส่วนรายได้ระหว่างภาครัฐและเอกชนจะมีสัดส่วนที่เท่ากัน 50% ได้
|
|
 |
|
|