|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ครม.อนุมัติกระทรวงการคลังขึ้นอัตราภาษี สรรพสามิตบุหรี่จากร้อยละ 75 เป็นร้อยละ 79 อธิบดีกรมสรรพสามิต คาดรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 2-3 พันล้านบาท เผยภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้
นายทนง พิทยะ รมว.คลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ เป็นร้อยละ 79 จากเดิมร้อยละ 75 เพื่อลดการบริโภค บุหรี่ของประชาชน การปรับเพิ่มอัตราภาษีบุหรี่ดังกล่าว ทำให้ราคา บุหรี่สูงขึ้น 5-7 บาทต่อซอง ทั้งนี้ การปรับขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 79 ไม่ต้องผ่านขั้นตอนของกฎหมายในการขอแก้ไขเพดานที่กำหนดที่ร้อยละ 80
"คาดว่าจะทำให้ปริมาณของ ผู้บริโภคยาสูบจะลดลงร้อยละ 1 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ของกรมสรรพสามิตลดลงเหลือ 4,600 ล้าน บาทต่อปี จากประมาณ 5,000 ล้าน บาท/ปี แต่หากปริมาณการบริโภค บุหรี่ลดลงร้อยละ 15 จะทำให้กรมสรรพสามิตมีรายได้ลดลงเหลือ 2,500 ล้านบาทต่อปี" รมว. คลังกล่าว
ด้านนายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า อัตราภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้ (7 ธ.ค.) ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะทำให้กรมสรรพสามิตมีรายได้เพิ่มขึ้น 2-3 พันล้านบาท/ปี
"ขอเวลาดูอีก 2-3 เดือนว่ารายได้จะเพิ่มเข้ามาเท่าไหร่ เพราะเกี่ยวข้องกับการรณรงค์งดการสูบบุหรี่ด้วย แต่เบื้องต้นคิดว่าจะมีรายได้เข้ามา 2-3 พันล้านบาท" อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า หลังจากปรับขึ้นภาษี สรรพสามิตแล้ว ราคาขายปลีกบุหรี่จะปรับขึ้นตามไปด้วย ทั้งบุหรี่ ไทยและบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศ ราคาจะปรับขึ้นประมาณซองละ 3-8 บาท
ก่อนหน้านี้ นายอุทิศ เปิดเผยว่า การปรับภาษีบุหรี่จะสอดคล้องกับโครงการรณรงค์ให้ประชาชน ลด ละและเลิกสูบบุหรี่ ตามนโยบายรัฐบาล โดยคาดว่าจน ถึงสิ้นปี 2549 จะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการถึงหลักล้านคน ซึ่งจะส่งผลให้ยอดจำหน่ายบุหรี่ของโรงงานยาสูบ และรายได้ภาษีของ กรมสรรพสามิตลดลงเช่นกัน โดย ทางโรงงานยาสูบได้ศึกษาแนวโน้ม การจำหน่ายบุหรี่ในปี 2549 แล้วว่ายอดจำหน่ายบุหรี่จะลดลงประมาณ 7% ดังนั้นกรมจึงคาดว่า รายได้ภาษีบุหรี่จะหายไปประมาณ 10-12% เพราะรวมภาษีที่จัดเก็บ จากบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศ ด้วย
"การปรับอัตราภาษีบุหรี่มี วัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประชาชน สูบบุหรี่น้อยลง ไม่ใช่เพื่อเพิ่มรายได้ภาษี ซึ่งกรมได้มีการคำนวณ ว่า หากปรับอัตราภาษีเพิ่มขึ้น 5% จะส่งผลให้สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 ล้านบาทเท่านั้น ซ้ำยังทำให้รายได้ลดลงมากกว่าก็เป็นได้ แต่กรมคงไม่ขอลดเป้าการจัดเก็บรายได้ลง แต่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บมากขึ้น เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า จำนวน 3.125 แสนล้านบาท"
|
|
 |
|
|