|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“เอส.บี.” อาศัยสายสัมพันธ์ “แลนด์ฯ” เกาะ “โฮมโปร” ขยายสาขา เพิ่มช่องทางจำหน่าย ชูนโยบายสร้างแบรนด์ติดตลาด พร้อมลุยขายผ่านโครงการจัดสรรเจาะกลุ่มดีเวลลอปเปอร์ ส่งทีมเฉพาะกิจผนึกกำลัง “แลนด์ฯ” เหมางานออกแบบติดตั้งบ้านรูปแบบใหม่ในปี 49 ทั้งหมด หลังรับงานเฟสแรก “เมโทร พาร์ค”ให้กลุ่มเพอร์เฟค ตั้งเป้าสิ้นปีโต 10% จากปี 47
ประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปีในแวดวงธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เอส.บี. มีคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนานหลายราย ไม่ว่าจะเป็นดีลเลอร์ซึ่งเป็นช่องทางเดิมที่ใช้ในการกระจายสินค้า รวมทั้งการขายผ่านโมเดิร์นเทรดซึ่งเป็นช่องทางขายในรูปแบบใหม่ ซึ่งมี โฮมโปร เป็นพันธมิตรหลักในการดำเนินธุรกิจ
การมีสายสัมพันธ์ทางการค้าที่ยาวนานกับยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอสังหาฯ อย่าง แลนด์ฯ จึงเป็นโอกาสในการเปิดช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับ เอส.บี. เริ่มต้นจากช่องทางการจัดหน่ายทั้งในลักษณะการนำสินค้าไปวางจำหน่ายในสาขาของโฮมโปรที่กระจายการลงทุนครอบคลุมพื้นที่ 4 มุมเมือง และการให้เช่าพื้นที่เพื่อจัดทำโชว์รูมแสดงสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิพิเศษที่ เอส.บี.ได้รับในฐานะคู่ค้าที่ยาวนานของ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของโฮมโปร
ธัญญรักข์ ชวาลดิฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส.บี.อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด กล่าวว่า การมี แลนด์ฯ เป็นคู่ค้าหลักที่ยาวนาน ทำให้บริษัทมีช่องทางจำหน่ายเพิ่ม และมีฐานลูกค้าใหม่ซึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมของโฮมโปร ซึ่งล่าสุดได้เปิดให้บริการ “เอส.บี.ดีไซน์ สแควร์” บนพื้นที่กว่า 4,000 ตร.ม.ของโฮมโปร สาขาบางนา รองรับฐานลูกค้าในย่านบางนา-ตราด และสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานเข้ามาเป็นจำนวนมาก
จากการสำรวจพื้นที่ในย่านดังกล่าว พบว่า ในอนาคตจะมีการลงทุนพัฒนาโครงการจัดสรรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 120 แห่ง หรือประมาณ 30,000 ยูนิต เฉลี่ยระดับราคาขายยูนิตละ 3-5 ล้านบาท และ 5-10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาใหม่ที่โฮมโปร สาขาหัวหิน เพื่อรองรับตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในต้นปีหน้า
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองความเคลื่อนไหวของ เอส.บี.คือประโยชน์ที่ได้จากการมีสายสัมพันธ์ทางการค้าที่เหนียวแน่นกับกลุ่มแลนด์ฯ ซึ่งนอกจากจะทำให้ เอส.บี.มีช่องทางจำหน่ายและฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นแล้ว เอส.บี.ยังมีโอกาสขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มดีเวลลอปเปอร์ ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่สร้างรายได้เพิ่มให้กับ เอส.บี.ในระยะยาว นอกเหนือจากการนำกลยุทธ์ลด แลก แจก แถมและการแตกไลน์สินค้าใหม่เข้ามาใช้ในการแข่งขันท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่รุนแรง
กลยุทธ์ไม้ตายที่ เอส.บี.นำมาใช้ในช่วงการทำตลาดในโค้งสุดท้ายของปีคือการรุกเข้าสู่กลุ่มดีเวลลอปเปอร์โดยตรง และถือว่าเป็นการรุกตลาดโครงการจัดสรรอย่างเต็มตัว โดยเริ่มต้นเจรจากับเจ้าของโครงการเพื่อขายสินค้าแบบยกล็อตและให้บริการแบบครบวงจร เปลี่ยนจากระบบเดิมที่เป็นการสั่งซื้อสินค้าแบบแยกชุด ซึ่งทีมดีไซน์ของ เอส.บี. จะทำงานร่วมกับทีมงานของแลนด์ฯ นับตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบจนถึงการติดตั้ง โดยเริ่มงานออกแบบให้กับบ้านรูปแบบใหม่ทั้งหมดของแลนด์ฯ ที่จะเปิดตัวในปี 49
โดยก่อนหน้านี้ เอส.บี. ได้เข้ารับเหมางานออกแบบและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แบบยกล็อตให้กับคอนโดมิเนียมเฟสแรกจำนวน 1,000 ยูนิต มูลค่า 80 ล้านบาท ในโครงการเมโทร พาร์ค ของ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และคาดว่าจะได้รับเลือกให้เป็นผู้รับเหมาติดตั้งในเฟสต่อๆ ไป โดยในระยะเวลาอันใกล้เชื่อว่า เอส.บี.จะมีลูกค้าในกลุ่มโครงการจัดสรรเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ราย และมีสัดส่วนรายได้จากการขายผ่านโครงการจัดสรร 10% ของยอดขายรวม โดยคาดว่ายอดขายในสิ้นปี 48 จะเติบโต 10% จาก 3,000 ล้านบาทในปี 47 และตั้งเป้าหมายยอดขายปี 49 เพิ่มขึ้นอีก 10%
|
|
 |
|
|