|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอลเตรียมเข้าระดมทุน ในตลาดเอ็มเอไอ ตั้งบางกอก ซิตี้ แอดไวเซอรี่เป็นที่ปรึกษาฯ กระจาย 34 ล้านหุ้นหวังนำเงินไป ชำระคืนเงินกู้และเป็นเงินทุน หมุนเวียนวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้า โดย การเพิ่มรถบรรทุกสินค้า Bulk และรถบรรทุกสิบล้อ วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทในปีหน้า
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2548 สำนักงานเริ่มนับหนึ่งแบบรายการแสดงข้อมูล(ไฟลิ่ง) ในหุ้นบริษัทยูเนี่ยนปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัทบางกอก ซิตี้ แอดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ปัจจุบัน บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 165 ล้านบาทและทุนชำระแล้วก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเท่ากับ 131 ล้านบาทมูล ค่าที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 1 บาท โดย จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัทต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 34 ล้านหุ้นคิดเป็น 20.61% ของทุนที่เรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปโดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปชำระคืนเงินกู้ของบริษัทและใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียน
ทั้งนี้ บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอลดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ประเภทสารทำลายหรือโซลเวนต์ ซึ่งเป็นผล ผลิตจากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ โดยใช้เป็นตัวทำลายในอุตสาหกรรมต่างๆเช่นอุตสาหกรรมสี อุตสาหกรรมทินเนอร์อุตสาหกรรมเกี่ยวกับหมึก/สิ่งพิมพ์อุตสาหกรรมเรซินและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลาสติก/ถุง เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทมีบริษัทย่อย 2 แห่งคือ บริษัทไลอ้อนเอเซีย(ไทยแลนด์) จำกัด ดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ประเภทสารทำลายชนิดพิเศษและบริษัทยูเนี่ยน อินทราโก้ จำกัดดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นสารเคมีชนิดใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีจำหน่ายมาก่อนหรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่สร้างคุณลักษณะ พิเศษเฉพาะให้กับสินค้าที่ใช้เคมีภัณฑ์ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบในการผลิต
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยมียอดขายซึ่งไม่รับรวมการซื้อขายระหว่างกลุ่มบริษัทในปี 2546 จำนวน 1,088.08 ล้านบาทและในปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 1,541.78 ล้านบาทหรือ เพิ่มขึ้น 42% โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายเคมี-ภัณฑ์ให้แกกลุ่มอุตสาหกรรม ผลิตสีโดยมาจากกลุ่มสีทาอาคาร สีอุตสาหกรรมและสีรถยนต์ ส่วน ยอดขายในครึ่งปีแรกของปี 2548 อยู่ที่ 758.06 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมายอดขายเคมีภัณฑ์ให้กับกลุ่มหมึกพิมพ์และบรรจุภัณฑ์จะมีการขยายตัวในอัตราที่สูงโครงการในอนาคตนั้นบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มศักยภาพในการจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า
ดังนั้นจึงจะเพิ่มรถบรรทุกสินค้า Bulk ใหญ่ที่มีการจดทะเบียนที่ถูกต้องโดยมีอุปกรณ์ใน การโหลดสินค้าจำนวน 4 คันและ รถบรรทุก 10 ล้ออีกจำนวน 4 คัน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีขยาย ระบบขนส่งออกไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งและมีการติดตั้งระบบติดตามรถยนต์ผ่านดาวเทียมกับรถบรรทุกสินค้า ทั้งหมดของบริษัทโดยมูลค่าโครงการคาดว่าจะอยู่ประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2549
ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรกจะประกอบด้วยกลุ่มสุวรรณนภาศรี ถือหุ้น 71.79% ภายหลังการเสนอขายสัดส่วนจะลดลงเหลือ 57% รองลงมาได้แก่นายอุทัย ลิ้มถือหุ้น 9.16% ภายหลังเหลือ 7.27%,นายอนุชา เอกเสน ถือหุ้น 4.77% ภายหลังเหลือ 3.79%, นางสาวกรองทอง เศวตมาลย์ ถือหุ้น 4.58% ภายหลังลดเหลือ 3.64% และนางธนาพร พ่วงแดง ถือหุ้น 4.27% ภายหลังลดเหลือ 3.39% บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อย กว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลในแต่ละปี
|
|
 |
|
|