Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 ธันวาคม 2548
ยูเนี่ยนปิโตรเคมีคอลระดมทุน mai วางแผนเพิ่มรถบรรทุกBulkใหญ่             
 


   
search resources

Chemicals
ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล, บมจ.




ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอลเตรียมเข้าระดมทุน ในตลาดเอ็มเอไอ ตั้งบางกอก ซิตี้ แอดไวเซอรี่เป็นที่ปรึกษาฯ กระจาย 34 ล้านหุ้นหวังนำเงินไป ชำระคืนเงินกู้และเป็นเงินทุน หมุนเวียนวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้า โดย การเพิ่มรถบรรทุกสินค้า Bulk และรถบรรทุกสิบล้อ วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทในปีหน้า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2548 สำนักงานเริ่มนับหนึ่งแบบรายการแสดงข้อมูล(ไฟลิ่ง) ในหุ้นบริษัทยูเนี่ยนปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัทบางกอก ซิตี้ แอดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ปัจจุบัน บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 165 ล้านบาทและทุนชำระแล้วก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเท่ากับ 131 ล้านบาทมูล ค่าที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 1 บาท โดย จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัทต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 34 ล้านหุ้นคิดเป็น 20.61% ของทุนที่เรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปโดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปชำระคืนเงินกู้ของบริษัทและใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียน

ทั้งนี้ บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอลดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ประเภทสารทำลายหรือโซลเวนต์ ซึ่งเป็นผล ผลิตจากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ โดยใช้เป็นตัวทำลายในอุตสาหกรรมต่างๆเช่นอุตสาหกรรมสี อุตสาหกรรมทินเนอร์อุตสาหกรรมเกี่ยวกับหมึก/สิ่งพิมพ์อุตสาหกรรมเรซินและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลาสติก/ถุง เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทมีบริษัทย่อย 2 แห่งคือ บริษัทไลอ้อนเอเซีย(ไทยแลนด์) จำกัด ดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ประเภทสารทำลายชนิดพิเศษและบริษัทยูเนี่ยน อินทราโก้ จำกัดดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นสารเคมีชนิดใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีจำหน่ายมาก่อนหรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่สร้างคุณลักษณะ พิเศษเฉพาะให้กับสินค้าที่ใช้เคมีภัณฑ์ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบในการผลิต

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยมียอดขายซึ่งไม่รับรวมการซื้อขายระหว่างกลุ่มบริษัทในปี 2546 จำนวน 1,088.08 ล้านบาทและในปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 1,541.78 ล้านบาทหรือ เพิ่มขึ้น 42% โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายเคมี-ภัณฑ์ให้แกˆกลุ่มอุตสาหกรรม ผลิตสีโดยมาจากกลุ่มสีทาอาคาร สีอุตสาหกรรมและสีรถยนต์ ส่วน ยอดขายในครึ่งปีแรกของปี 2548 อยู่ที่ 758.06 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมายอดขายเคมีภัณฑ์ให้กับกลุ่มหมึกพิมพ์และบรรจุภัณฑ์จะมีการขยายตัวในอัตราที่สูงโครงการในอนาคตนั้นบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มศักยภาพในการจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า

ดังนั้นจึงจะเพิ่มรถบรรทุกสินค้า Bulk ใหญ่ที่มีการจดทะเบียนที่ถูกต้องโดยมีอุปกรณ์ใน การโหลดสินค้าจำนวน 4 คันและ รถบรรทุก 10 ล้ออีกจำนวน 4 คัน

นอกจากนี้ บริษัทยังมีขยาย ระบบขนส่งออกไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งและมีการติดตั้งระบบติดตามรถยนต์ผ่านดาวเทียมกับรถบรรทุกสินค้า ทั้งหมดของบริษัทโดยมูลค่าโครงการคาดว่าจะอยู่ประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2549
ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรกจะประกอบด้วยกลุ่มสุวรรณนภาศรี ถือหุ้น 71.79% ภายหลังการเสนอขายสัดส่วนจะลดลงเหลือ 57% รองลงมาได้แก่นายอุทัย ลิ้มถือหุ้น 9.16% ภายหลังเหลือ 7.27%,นายอนุชา เอกเสน ถือหุ้น 4.77% ภายหลังเหลือ 3.79%, นางสาวกรองทอง เศวตมาลย์ ถือหุ้น 4.58% ภายหลังลดเหลือ 3.64% และนางธนาพร พ่วงแดง ถือหุ้น 4.27% ภายหลังลดเหลือ 3.39% บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อย กว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลในแต่ละปี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us