Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 ธันวาคม 2548
"ประชัย"วิ่งหาเงิน5พันล้าน เพื่อรักษาสิทธิซื้อหุ้นทีพีไอ             
 


   
www resources

โฮมเพจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) - ทีพีไอ

   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.
ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
Stock Exchange




"ประชัย" วิ่งฝุ่นตลบ เร่งหาเงินซื้อหุ้นเพิ่มทุน ทีพีไอเกือบ 5 พันล้านบาท หลังผู้บริหารแผนฯขีดเส้นตาย ให้ผู้ถือหุ้นเดิมต้องชำระค่าจองซื้อหุ้นด้วยเช็ค 1 ธ.ค.นี้ และชำระด้วยเงินสด 7 ธ.ค. 48 หากประชัยหาเงินทันจะรักษาสัดส่วนการถือหุ้นทีพีไอไว้ที่ 10-12% ด้านผู้บริหารแบงก์กรุงเทพ คาดรู้ผลการซื้อหุ้นทีพีไอ 5 ธันวาคมนี้ มั่นใจปัญหาทุกอย่างจบภายในไตรมาสแรกปีหน้า หาก ปตท. นำทีมพันธมิตรใส่เงินทุนเข้ามาภายในธ.ค.นี้

แหล่งข่าวจากบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน)(ทีพีไอ) เปิดเผยว่าหลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งยืนคำพิพากษา ศาลล้มละลายกลาง ในคดีที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้ยื่นคำร้องในฐานะผู้บริหารลูกหนี้เพื่อขอสิทธิการซื้อหุ้นเพิ่มทุนทีพีไอก่อนนักลงทุนรายอื่นนั้น ดังนั้นขณะนี้นายประชัย ได้เร่งหาเงินเพื่อ จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนทีพีไอตามเงื่อนไข การจัดสรรหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งปัจจุบันตระกูลเลี่ยวไพรัตน์และพันธมิตรได้ถือหุ้นทีพีไอรวมประมาณ 730 ล้านหุ้น หากจอง ซื้อหุ้นตามสิทธิที่ควรได้รับ คือ 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 3.30 บาท จะต้องใช้เงินประมาณ 4,800 ล้านบาท

โดยมีเงื่อนเวลากำหนดจองซื้อหุ้น 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2548 และ 6-7 ธันวาคม 2548 โดยชำระค่าจองซื้อหุ้นกรณีชำระเป็นเงินสด(เต็มจำนวน) จะสิ้นสุดวันชำระ 7 ธันวาคม 2548 ที่ธนาคาร กรุงไทยทุกสาขา แต่ถ้าชำระเป็นเช็ค แคชเชียร์เช็ค หรือดราฟต์ธนาคารแล้ว จะต้องชำระเต็มจำนวนในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคมนี้ ที่ธนาคารกรุงไทย

"ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์และพันธมิตรมีหุ้น ทีพีไออยู่ประมาณ 730 ล้านหุ้น หากจะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนทีพีไอในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ จะมีสิทธิ์ซื้อหุ้นใหม่ได้ 1,460 ล้านหุ้น ทำให้ต้องหาเงินก้อนใหญ่เกือบ 5 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้นายประชัยได้พยายามหาเงินเพื่อมาจองซื้อหุ้น หวังรักษาสิทธิ์การถือหุ้น ทีพีไอเอาไว้"

ทั้งนี้ ผู้บริหารแผนฯทีพีไอได้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 3.9 พันล้านหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย ส่งผลให้โครงสร้างการถือหุ้นทีพีไอเปลี่ยนเป็น ปตท. 31.5% กบข. ออมสิน และวายุภักษ์ ถือหุ้นฝ่ายละ 10% เจ้าหนี้ทีพีไอเดิม 8.5% และผู้ถือหุ้นรายย่อย 30% โดยตระกูลเลี่ยวไพรัตน์จะถือหุ้นทีพีไออยู่ 10-12%

"บริษัททั่วไปที่เปิดจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจะให้เวลาในการชำระเงินค่าหุ้นนานกว่านี้ แต่กรณีของทีพีไอค่อนข้างกระชั้นชิดมาก ทำให้มีลูกค้าและโบรกเกอร์บ่นกันมาก แต่แบงก์ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากผู้บริหารแผนฯกำหนดชัดเจนว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยและพันธมิตรจะต้องชำระค่าหุ้นทีพีไอในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ จึงเป็นเงื่อนเวลาที่บีบทุกฝ่าย" แหล่งข่าวจากบริษัทจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นทีพีไอ กล่าว BBL รอลุ้น 5 ธ.ค.นี้ ชี้ขาดซื้อหุ้นทีพีไอ

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวถึง การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ ว่า ธนาคารจะพิจารณาอีกครั้ง หากธนาคารได้รับการยืนยันที่จะได้รับสิทธิในการเข้าซื้อหุ้นทีพีไอ เนื่องจากที่ผ่านมาแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอมีการเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา จึงไม่มีประโยชน์ที่จะคิดล่วงหน้า อย่างไรก็ตามคาดว่าจะรู้ผลในวันที่ 5 ธันวาคมนี้

"หากพันธมิตรที่จะมาซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งนำโดยบริษัทปตท. ใส่เงินลงทุนเข้ามาในทีพีไอจริงภายในเดือนธันวาคมนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ธนาคารคาดว่าภายในไตรมาสแรกปี 2549 ปัญหาของทีพีไอน่าจะจบเรียบร้อย ซึ่งธนาคารเองก็ต้องการให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว"

สำหรับปรับฐานะหนี้ของทีพีไอจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เป็นหนี้ปกติ นั้น นายโฆสิต กล่าวว่า ธนาคารจะต้องยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หากได้รับการอนุมัติจากธปท.แล้ว ส่วนเงินสำรองที่ธนาคารตั้งไว้กว่า 20,000 ล้านบาทนั้น ธนาคารยังไม่ได้พิจารณาว่าจะนำมาเป็นกำไร หรือคงเป็นเงินสำรองเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธนาคาร   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us