Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน30 พฤศจิกายน 2548
บลจ.พรีมาเวสท์บุกลูกค้าเงินฝาก คลอดพันธบัตรระยะสั้น6เดือน             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรีมาเวสท์ จำกัด (มหาชน)

   
search resources

พรีมาเวสท์, บลจ. - Prima Vest
เพิ่มพล ประเสริฐล้ำ
Funds




พรีมาเวสท์คลอดตราสารหนี้ 6 เดือนเอาใจนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก หลังกองทุนปิด กรุงศรี-พรีมาเวสท์ฟิกซ์อินคัม 2 ระดมทุนเต็มมูลค่า 500 ล้านบาท จนต้องปิดขายหน่วยก่อนกำหนด ขณะที่กองทุนต่างประเทศ "เพิ่มพล" เผยอาจจะต้องขอ ก.ล.ต. ยืดการขายหน่วยออกไปเป็นปีหน้าแทนโดยยังคงใช้โควตาปีนี้ เหตุดอกเบี้ยพันธบัตรระยะกลาง-ยาวปรับตัวลดลง หวั่นผลตอบแทนไม่เข้าตาลูกค้า

นายเพิ่มพล ประเสริฐล้ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พรีมาเวสท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดขายหน่วยลงทุนสำหรับกองทุนปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์คุ้มครองเงินต้น 4 มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท อายุ 6 เดือน ลงทุนทั้งหมดในตราสารหนี้ภาครัฐ ทั้งตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ลงทุนที่ต้องการได้รับความมั่นคงสูงจากการลงทุนที่คุ้มครองเงินต้นและได้รับ ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ โดยกองทุนดังกล่าว จะเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรกระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 7 ธันวาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัทได้เปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ฟิกซ์อินคัม 2 อายุประมาณ 5 เดือน มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาทเช่นกัน ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนจองหน่วยลงทุนเข้ามาเต็มมูลค่าโครงการจนต้องปิดขายหน่วยลงทุนก่อนกำหนด ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนดังกล่าวลงทุนระยะสั้นในตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรรัฐบาล และให้ผลตอบแทนที่น่าจูงใจในระดับ 3.2% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์

นายเพิ่มพลกล่าวว่า สำหรับกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) ที่บริษัทจะเปิดขายหน่วยลงทุนอีก 1 กองทุนนั้น ขณะนี้ได้ยื่นขอจัดตั้งกองทุนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้วและคาดว่าจะได้รับการ อนุมัติเร็วๆ นี้ ซึ่งกองทุนดังกล่าว จะมีลักษณะใกล้เคียงกับกองทุนปิด พรีมาเวสท์ อินเตอร์เนชั่นแนล บอนด์ คุ้มครองเงินต้น กองทุน FIF กองแรกที่เปิดขายไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่จะมีอายุที่ยาวขึ้นจาก 1 ปี 5 เดือนเป็น 2 ปี

ทั้งนี้ สำหรับกองทุน FIFกองใหม่นั้น เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลไทยที่เสนอขายในต่างประเทศปรับตัวลงมา ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนยังไม่จูงใจมากนัก จึงยังไม่เปิดขายหน่วยลงทุนในขณะนี้ โดยจะต้องรอพิจารณาดูแนวโน้มอีกครั้ง หรืออาจจะรอให้อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นก่อนจึงจะเปิดขายหน่วยลงทุนสำหรับกองทุนดังกล่าวอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเปิดขายหน่วยลงทุนได้ทันในปีนี้ บริษัทก็จะเสนอขอสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้ยืดการขายหน่วยลงทุนออกไปในปีหน้าโดยใช้โควตา 400 ล้านบาทดังกล่าวที่ได้รับการอนุมัติในปีนี้ ซึ่งจากการหารือกับ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์แล้วสามารถดำเนินการได้

"ตอนนี้จังหวะยังไม่เหมาะสม เนื่องจากผลตอบแทนของ พันธบัตรระยะปานกลางถึงระยะยาวปรับตัวลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนอาจจะออกมาไม่น่าจูงใจมากนัก ซึ่งต้องรอดูแนวโน้มอีกทีถ้าไม่ทันก็จะขอยืดออกไปในปีหน้า แต่จริงๆ แล้วอยากเปิดขายหน่วยลงทุนให้ทันภายในปีนี้" นายเพิ่มพลกล่าว

สำหรับแผนการออกกองทุนในช่วงที่เหลือของปีนั้น ในช่วงเดือนธันวาคมบริษัทจะเปิดขายกองทุนตราสารหนี้อีก 1 กองทุน มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังคงเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ทั้งตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรรัฐบาล

ก่อนหน้านี้นายเพิ่มพลกล่าวว่า จากการระดมทุนผ่านกองทุนรวมทั้งปีนี้ คาดว่าบริษัทจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 100% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านบาท จากประมาณ 6,000 ล้านบาทในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us