Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน28 พฤศจิกายน 2548
แบล็กแคนยอน-โกลเด้นมายด์ฯ ใส่เกียร์ถอยเลื่อนเข้าตลาดmai!             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์ใหม่
โฮมเพจ แบล็คแคนยอน

   
search resources

เจแปนเร้นท์ (ประเทศไทย)
แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย), บจก.
ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ - MAI
โกลเด้น มายด์ เซอร์วิส
Stock Exchange




แบล็กแคนยอน-โกลเด้นมายด์ เลื่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ในปีนี้ หลังตลาดหุ้นทิ่มหัวจากมรสุมการเมือง บลจ.วรรณในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมเพื่อร่วมลงทุนในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEVC) ยอมรับตลาดไม่เอื้อ ขณะที่แจเปนเร้นท์เมินสภาวะตลาด ยันเข้าจดทะเบียนแน่ปลายปีนี้

นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมเพื่อร่วมลงทุนในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs Venture Capital Fund : SMEVC) เปิดเผยว่า ในปีนี้จะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 1 แห่ง ที่กองทุนร่วมลงทุนด้วยเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai คือ บริษัท บริษัท แจเปน เร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่วนบริษัท โกลเด้นมายด์ เซอร์วิส และแบล็กแคนยอน เลื่อนกระจายหุ้นออกไปเป็นปีหน้า เนื่องจากสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย

สำหรับความคืบหน้าในการร่วมลงทุนของ กองทุนร่วมลงทุน SMEVC ล่าสุดมีการใช้เงินเพื่อร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีแล้วกว่า 600 ล้านบาท และคาดว่าในสิ้นปีจะมีมูลค่าร่วมลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท

สำหรับบริษัท แจเปน เร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการรถเช่าและพนักงานขับรถ ซึ่งกองทุนร่วมลงทุน จำนวน 13.3 ล้านบาทหรือ 10% ของทุนจดทะเบียน โดยขณะนี้บริษัทได้ยื่นไฟลิ่งให้แก่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาแล้ว คาดว่าจะสามารถเข้าทำการซื้อขายได้ภายในปีนี้

ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจให้เช่ารถยนต์กับลูกค้านิติบุคคลสำหรับใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของ ผู้บริหาร และใช้สำหรับการดำเนินงานทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งในปี 2547 สัดส่วนการให้บริการลูกค้านิติบุคคลต่อลูกค้าบุคคลรายย่อยประมาณ 97% ต่อ 3% ของรายได้จากค่าเช่ารถยนต์

บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 95.50 ล้านบาท ในปี 2545 ส่วนในปี 2546 มีรายได้ 120.71 ล้านบาท และในปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 132.93 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 202.66 ล้านบาท ลดลงจากปี 2546 จำนวน 9.15 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.30% เนื่องจากการปรับปรุงวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินงานบริษัทมีการขยายกิจการให้บริการแก่ลูกค้าด้วยจำนวนรถยนต์ให้เช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 บริษัทมีรถยนต์เช่าจำนวน 398 คัน หรือ 90.50% ของสินทรัพย์รวม บริษัทมีแหล่งเงินทุนมาจากหนี้สินจำนวน 153.83 ล้านบาท และสัดส่วนผู้ถือหุ้น 48.82 ล้านบาท

สำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2548 บริษัทมีรายได้สุทธิ 79.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 60.81 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2547 หรือคิดเป็น 30.81% มีกำไรสุทธิใน 6 เดือนแรกของปี 2548 จำนวน 11.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3.75 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2547 หรือ 198.27%

ทั้งนี้ กองทุน SMEVC มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวเป็นเงินลงทุนจากภาครัฐ โดยกองทุนดังกล่าวมีอายุโครงการ 10 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2553 และหลังจากที่สิ้นสุดโครงการ อาจจะขออนุมัติแปลงสภาพกองทุน ดังกล่าวใหม่ โดยสามารถขายหน่วยลงทุนแก่บุคคล ทั่วไปได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นในลักษณะของกองทุนปิด

ส่วนหลักเกณฑ์การเข้าไปลงทุนนั้น จะลงทุนประมาณ 10-50% ของทุนจดทะเบียน ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3-5 ปี ลงทุนในลักษณะ Passive คือไม่เข้าไปก้าวก่ายการดำเนินธุรกิจ แต่อาจส่งผู้แทนเข้าไปเป็นกรรมการของบริษัทร่วมลงทุน

โดยกองทุนดังกล่าวเมื่อลงทุนเป็นระยะเวลา 3-5 ปี กองทุนจะถอนตัวออก โดยลักษณะการถอนตัวนั้นจะนำหุ้นของกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) เพื่อกระจายให้นักลงทุนทั่วไปขายหุ้นคืนแก่เจ้าของกิจการเดิม ตามข้อตกลงที่ได้วางไว้เมื่อเข้าร่วมลงทุน และขายคืนแก่ผู้สนใจร่วมลงทุนรายใหม่ที่มีศักยภาพ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us